หน้าแรก การเมือง พีมูฟ แถลงไม่...

พีมูฟ แถลงไม่สนับสนุนอย่างถึงที่สุด ‘แปลง ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด’ จี้รบ.อย่าเอื้อนายทุน

6.09.23 | 13:24 น.

พีมูฟ แถลงไม่สนับสนุนอย่างถึงที่สุด ‘แปลง ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด’ จี้ รบ.อย่าเอื้อนายทุน

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ นัดหมายรวมตัว โดยมีการตั้งขบวนถือป้ายผ้ามีข้อความต่างๆ ระบุถึงปัญหาของชาวบ้านที่ต้องการให้เร่งแก้ไข รวมถึงการปราศรัยบนรถเครื่องเสียง โดยเตรียมยื่นหนังสือต่อรัฐบาลชุดใหม่ซึ่งต่อมานายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับหนังสือ (อ่าน : ‘พีมูฟ’ พรึบทำเนียบ ยื่น ‘นโยบายประชาชน’ เสนอ 9 ข้อ รัฐบาลเศรษฐา)

ต่อมา พีมูฟ เผยแพร่แถลงการณ์ ความดังนี้

แถลงการณ์ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

กรณีคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี

Advertisement

ตามที่คณะรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 11 กันยายน 2566 นั้น ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม  (ขปส.) หรือ พีมูฟ (P-Move) เครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งสิทธิด้านที่ดิน ที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากรป่าไม้ รัฐสวัสดิการ และอื่นๆ ซึ่งในช่วงรณรงค์การเลือกตั้งที่ผ่านมา เราได้จัด “เวทีภาคประชาชนเสนอนโยบายต่อพรรคการเมือง”ขึ้น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2566 ณ ห้องประชุมคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ฯ เพื่อนำเสนอนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่อพรรคการเมืองและสาธารณะถึงเกี่ยวกับข้อเสนอเชิงนโยบาย ความไม่มั่นคงในชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งสิทธิด้านที่ดินที่ทำกิน ที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากรป่าไม้และอื่นๆ โดยเชิญหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคที่ลงสมัครรับมานำเสนอนโยบาย

ณ วันนี้ เราได้มายื่นข้อเสนอเชิงนโยบาย 9 ด้านต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อประกอบการจัดทำนโยบายของรัฐบาล แต่เมื่อได้พิจารณา “คำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี” แล้วเราเห็นว่า คำแถลงนโยบายดังกล่าว ยังมีอีกหลายด้านที่ยังไม่ครอบคลุม ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามท้ายคำแถลงนโยบายฯ ที่กล่าวว่า “รัฐบาลจะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและยึดประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนและประเทศเป็นที่ตั้ง รัฐบาลมีความมุ่งมั่น ตั้งใจและทุ่มเทสรรพกำลังในการที่จะดำเนินนโยบายเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนและยกระดับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่ไปกับการรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีรายได้เพิ่มขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดของผมและรัฐบาลในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนทุกคน และส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน” เราขอเสนอนโยบายเพิ่มเติม ดังนี้

1.ให้ยกระดับการจัดการที่ดินโฉนดชุมชนให้เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดที่ดิน ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ภายใต้มาตรา 10 (4) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562

2.ผลักดันให้มีการทบทวนปรับปรุงการดำเนินงานของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายและวัตถุประสงค์ในการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน สู่เกษตรกรรายย่อยและผู้ยากจน รวมทั้งผลักดันให้มีการจัดตั้ง”ธนาคารที่ดิน”  ให้เป็นองค์กรที่มั่นคงและจัดสรรงบประมาณอย่างพอเพียง

3.แก้ไขกฎหมายคืนความเป็นธรรมในเรื่องที่ดินและทรัพยากรป่าไม้ให้แก่ประชาชนอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม สังคายนากฎหมาย ที่ดิน-ป่าไม้ทั้งระบบ ทบทวนและยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชน ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าชุมชน, พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ฉบับ พ.ศ. 2562 มติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิถุนายน 2541, มติคณะมนตรีวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 และมติคณะรัฐมนตรีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอคคล้องกับเนื้อหาและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลักการ “คนอยู่กับป่า” อย่างสมดุลและยั่งยืน

4.กรณีกฎหมายคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เราขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งลงนามรับรอง “ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง พ.ศ. ….” ฉบับประชาชน (ขปส.) เข้าชื่อเสนอกฎหมาย โดยเร่งด่วน เพื่อให้กลไกรัฐสภา หรือสถาบันนิติบัญญัติ ได้ทำหน้านที่พิจารณากฎหมายโดยเร่งด่วนต่อไป

5.เร่งดำเนินการออกกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ พ.ศ. …. โดยระหว่างการออกกฎหมายดังกล่าว ขอให้ชะลอการดำเนินคดีและการบังคับคดีทางปกครอง ก่อนการพิสูจน์สิทธิ์/เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายเกี่ยวกับคดีที่ดินป่าไม้ให้เป็นธรรม

6.ผลักดันให้มีการจัดระบบสวัสดิการถ้วนหน้าแก่ประชาชนอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

7.ผลักดันให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดยให้การจัดตั้งและสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สามารถกำหนดแนวทางการยกร่างได้ในทุกกระบวนการทุกขั้นตอน

8.กรณีพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรค มีนโยบายในการเปลี่ยน ส.ป.ก.4-01 ให้เป็นโฉนด ซึ่ง ขปส.ได้ประกาศจุดยืนไว้แล้วว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวมาโดยตลอด ทั้งนี้ เนื่องจากการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปที่ดินของเกษตรกรในอดีตในนาม “สหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทย” ในปี 2517 (อันเป็นที่มาของการตราพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 ของรัฐบาลในขณะนั้น) มีเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ภายใต้คำขวัญ “ที่ดินต้องเป็นของผู้ถือคันไถ กฎหมายต้องเป็นธรรม” คือ เจตนารมณ์ในการที่จะเรียกร้องให้มีการกระจายที่ดิน อันเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญยิ่งสู่เกษตรกรรายย่อย และรักษาที่ดินให้อยู่กับเกษตรกรตลอดไป โดยมิให้มีการนำไปเป็นสินค้าในระบบตลาด อันเป็นที่มาของปัญหาที่ดินหลุดมือและไปกระจุกตัวอยู่ในมือนายทุนที่มิใช่เกษตรกรรายย่อย ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น เราจึงขอสงวนสิทธิ์ไม่ให้การสนับสนุนนโยบาย “การแปลง ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด” อย่างถึงที่สุดและขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินนโยบายนี้ ด้วยความรอบคอบ รัดกุม ไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มนายทุนที่รอจ้องโอกาส และทำให้เกิดวิกฤตความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของที่ดินเพิ่มมากยิ่งขึ้น

9.ประการสุดท้าย กรณีรัฐบาลมีนโยบายที่สนับสนุน/ส่งเสริมการฟอกเขียวของภาคอุตสาหกรรมที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปัญหาโลกร้อน ดังปรากฏคำแถลงว่า “รัฐบาลจะสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality เพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ” นั้น เราเรียกร้องให้รัฐบาลหยุดนโยบาย “ฟอกเขียว” โดยข้ออ้างเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือโลกร้อน แล้วแย่งยึดที่ดินที่ทำของผู้ยากไร้ เกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชาติพันธุ์ ดังปรากฏโครงการปลูกป่าทับที่ทำกินของชุมชนในพื้นที่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ เราเห็นว่า นโยบายการค้าคาร์บอนเครดิต ตามแนวนโยบาย BCG Model นอกจากจะไม่แก้ไขปัญหาโลกร้อนหรือโลกรวนแล้ว โครงการดังกล่าวยังเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนรายใหญ่ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้ทำฟอกตัวเอง เสมือนผู้รักษ์โลก ทั้งๆ ที่เป็นผู้ทำลายโลก