วันแรกชื่นมื่น ‘วราวุธ’ พร้อมลุยงาน พม. ชี้งบสวนทางภารกิจ ลั่นคืนลูกหลานให้ครอบครัว
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 6 กันยายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เดินทางเข้ากระทรวงเป็นครั้งแรก โดยวัน และเวลาเป็นไปตามฤกษ์ เพื่อเข้าสักการะองค์พระประชาบดี และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง พม. ณ บริเวณด้านหน้าอาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ โดยในบริเวณกระทรวง มีการเตรียมสถานที่เพื่อให้พร้อมต่อการต้อนรับ รมว.คนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมสิ่งของสำหรับสักการะสิ่งศักด์สิทธิ์ บางส่วนมีการชูป้ายไฟแสดงการต้อนรับ ไปจนถึงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัย โดยมี นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวง พม. และเจ้าหน้าที่จากกรมต่างๆ ให้การต้อนรับ
ภายหลังจากการปรากกฏตัว นายวราวุธโบกมือทักทายสื่อด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะเข้าสักการะองค์พระประชาบดี และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ตามลำดับ ซึ่งนายวราวุธเผยเหตุผลของการเข้ากระทรวงวันนี้ว่า เป็นฤกษ์งามยามดี ประจำผู้ที่เกิดปีฉลู พร้อมกันนี้ ยังพกของศักดิ์สิทธิ์ประจำกาย โดยเผยว่าเป็นของบิดา มารดา รู้สึกอุ่นใจเหมือนบิดา มารดาอยู่ข้างกายเสมอ
นายวราวุธเผยว่า ตนรู้สึกดีใจที่วันนี้จะได้มีโอกาสสานต่องานที่คุณพ่อบรรหาร ศิลปอาชา และพรรคชาติไทยพัฒนาได้เคยทำไว้ ซึ่งจะได้มีโอกาสสานต่องานจากที่ก่อนหน้านี้ตนดูแลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ดูแลสัตว์และท้องทะเล มาวันนี้ตนกำลังจะมาดูแลประชาชนคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ สตรี กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้พิการ รวมไปถึงกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งจะใช้โอกาสนี้ในการร่วมมือกันเพื่อดึงศักยภาพของผู้คนทุกกลุ่ม เพื่อที่ประชาชนจะได้ยืนอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติ และศักดิ์ศรีโดยเท่าเทียมกัน
“ในส่วนของปัญหาแรกที่จะเข้ามาแก้ไข ภายหลังการเข้ารับตำแหน่ง นายวราวุธเผยว่า ไม่ได้มีเรื่องเดียว การทำงานในกระทรวง พม. มีหลายปัจจัยที่จะต้องดูแล ประกอบไปด้วย ปัจจัยภายนอกที่เป็นปัญหาของประชาชน และปัญหาของประชาชนนั้น หลายฝ่ายทราบดีอยู่แล้วว่ามีประเด็นใดอยู่บ้าง เช่น ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สถานะการเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ หรือแม้กระทั่งอัตราการเกิดต่ำ ซึ่งปัญหานี้จะส่งผลให้ในอนาคตประเทศไทยขาดแรงงาน ขาดสมองที่จะพัฒนาประเทศ หรือแม้แต่กลุ่มของผู้พิการ ที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพของเขาเหล่านั้นให้มาเป็นกำลังสำคัญของสังคม นี่คือประเด็นละเอียดอ่อนที่เร่งด่วนในส่วนของปัจจัยภายนอก” นายวราวุธกล่าว และว่า ด้านปัจจัยภายในของกระทรวง พม. ซึ่งเป็นกระทรวงที่มีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาโครงสร้างของสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว หรือบุคคลทุกกลุ่ม มีภารกิจมากมายที่ต้องเร่งแก้ไข แต่ปัญหาคือจำนวนงบประมาณที่กระทรวง พม.ได้รับนั้นสวนทางกับปริมาณภารกิจ
“ตอนนี้เดือนกันยายนแล้ว เราเพิ่งตั้งรัฐบาล หัวใจสำคัญของหน่วยงานราชการที่จะสามารถขับเคลื่อนได้นั้น คือการสนับสนุนงบประมาณประจำปี แต่คงจะไม่สามารถใช้งบประมาณของปี 2567 ได้ทัน ก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ภายในกระทรวงจะต้องปรับ และเตรียมในการทำงบประมาณปี 2567” นายวราวุธกล่าว
ส่วนเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ เชื่อมโยงไปถึงเรื่องครอบครัวรัฐมนตรีจะมีนโยบายอย่างไร เช่น กรณีของน้องหยก เยาวชนที่มาเคลื่อนไหวทางการเมือง รวมไปถึงกลุ่มเด็กนักเรียนเลวที่มาประท้วงอยู่ในวันนี้ นายวราวุธกล่าวว่า สถาบันที่เล็กที่สุดของสังคมคือสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ตนจะขอไม่พูดเฉพาะเจาะจงว่าเป็นกรณีใดกรณีหนึ่ง แต่จะพูดถึงภาพรวมว่า การที่สภาพสังคมที่อบอุ่นจากการที่มีครอบครัวอบอุ่นนั้น จะเป็นการคืนแนวทางของพรรคชาติไทยพัฒนาที่เป็นการคืนลูกหลานให้กับครอบครัว และเราจะคืนครอบครัวให้กับชุมชน และจะคืนชุมชนเหล่านั้นให้กับสังคมของแผ่นดินไทยของพวกเรา เพื่อให้มีความอบอุ่นใกล้ชิดและมีความเข้าใจถึงกลไกของสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อวันก่อนตนก็ได้ไปกราบแม่แจ่มใส และพี่สาว คือนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา เพราะหากไม่มีสองคนนี้ คงไม่มีวราวุธ ความกตัญญูรู้คุณ มีสัจจะ มีคุณค่า ในสังคมไทยเป็นบริบทที่มีมาช้านาน หากสังคมไทย ครอบครัว มีความอบอุ่นแข็งแรงตนก็เชื่อว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจะลดน้อยถอยลงไปในที่สุด
ในส่วนเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่เกิดเป็นประเด็นปัญหาก่อนหน้านี้ นายวราวุธกล่าวว่า อย่าเพิ่งตระหนกทุกอย่างยังเหมือนเดิม และการจะแก้ไขปัญหานั้น กระทรวง พม. กระทรวงเดียวคงจะไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องปรึกษากับหน่วยงานต่างๆ ท้ายที่สุด เมื่อหารือแล้วเสร็จ จะต้องมีการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีปัจจุบัน
“คิดว่าจะต้องใช้เวลาสักพักใหญ่ กว่าจะนำมาซึ่งความชัดเจน แต่เรื่องใดที่นำมาซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนนั้น ขอให้มั่นใจว่ากระทรวง พม.จะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และยืนยันว่าช่วงนี้สบายใจได้ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม” นายวราวุธกล่าว
ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมา นายวราวุธระบุว่า จะเร่งดำเนินการโดยเร็ว แต่จะเห็นผลใน 3-6 เดือนหรือไม่นั้น ขอไม่รับประกัน เนื่องจากปัญหาที่กระทรวง พม.จะต้องแก้ไข มิใช่ปัญหาที่จะสามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จได้ในเร็ววัน เพราะเป็นการแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ต้องมีการปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด กระบวนการทำงาน แต่ถึงอย่างนั้น จะเห็นการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการภายใน 3-6 เดือน อย่างแน่นอน
หลังจากให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นายวราวุธเดินทางเข้าห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ชั้น 9 อาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งการตกแต่งภายในห้องทำงานยังคงเดิม เหมือนครั้งที่ดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีการนำอุปกรณ์จากกระทรวงเดิม นำมาไว้ในห้องทำงานใหม่ อาทิ อุปกรณ์ออกกำลังกาย และเฟอร์นิเจอร์ และมีการปรับเปลี่ยนมุมของโต๊ะทำงาน มีรูปถ่ายครอบครัว ศิลปอาชา อยู่ทั่วทุกมุมห้อง โดยเฉพาะรูปถ่ายของนายวราวุธกับนายบรรหารวางไว้บนโต๊ะอีกด้วย
ทั้งนี้ ระหว่างบรรยากาศการรอต้อนรับ นายวราวุธนั้น ‘อันนา นักเรียนเลว’ พร้อมเยาวชนอีก 1 ราย ได้เดินทางมากระทรวง พม. เพื่อติดตามเรื่องที่ตนเคยดำเนินการร้องเรียนถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทรวง พม. กระทำการคุกคามเมื่อปีที่แล้ว บริเวณหน้ากระทรวง พม. โดยมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รายนั้นได้รับโทษ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2565 ในกรณีเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ออกคำสั่งอุ้มเยาวชนโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใด
ซึ่งในระหว่างนั้นได้มีการโยนยาชนิดต่างๆ บนบริเวณพื้นที่หน้ากระทรวง พม. โดยระบุว่าเป็นยาที่จะต้องรับประทานภายหลังที่ถูกคุกคาม ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ที่รอต้อนรับนายวราวุธ ช่วยกันเก็บยาที่เกลื่อนกลาดหน้ากระทรวง กลับคืนดังเดิม


