‘เศรษฐา’ โชว์นโยบายรัฐบาล ชู เงินดิจิทัล1หมื่น-ลดภาระพลังงาน-ชงประชามติแก้รธน.เร่งด่วน

6.09.23 | 20:12 น.

‘เศรษฐา’ โชว์นโยบายรัฐบาลชูเงินดิจิทัล1หมื่น-ลดภาระพลังงาน-ชงประชามติแก้รธน.เร่งด่วน-ยกระดับ30 บาทรักษาทุกโรค

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังการประชุมครม.(นัดพิเศษ) และการแถลงข่าวของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเสร็จสิ้น นนายกฯได้โชว์เอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งหน้าปกได้ใช้สีน้ำเงินเป็นรูปเล่ม ทั้งนี้ในการประชุมครม.(นัดพิเศษ) ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอ โดยเห็นชอบร่างคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาและมอบหมายให้ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)รับไปประสานรวมทั้งดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดพิมพ์ และแจกจ่ายเอกสารคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี ต่อรัฐสภาต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมฯ เห็นชอบกำหนดวันแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาวันที่ 11 กันยายนรวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศแปลคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีเป็นภาษาอังกฤษ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเนื้อหาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.)ต่อรัฐสภา มีสาระสำคัญที่น่าสนใจ คือ กรอบการทำงานของรัฐบาลที่แบ่งเป็นระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ระยะสั้นจะออกนโยบายการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิตอลวอลเล็ท จะทำหน้าที่เป็นตัวจุดชนวนที่จะกระตุกเศรษฐกิจประเทศให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จะใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและกระจายไปยังทุกพื้นที่ให้หมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจให้ถึงฐานราก รัฐบาลเองก็จะได้รับผลตอบแทนคืนมาในรูปแบบของภาษี และที่สำคัญ การดำเนินนโยบายนี้จะเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศให้เข้าสู่เศรษฐกิจสมัยใหม่ นอกจากนี้จะลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน รัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดการบริหารจัดการราคาพลังงานทั้งค่าไฟฟ้า ค่าก๊าซหุงต้ม และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำแถลงนโยบายเร่งด่วนสุดท้าย คือ การแก้ปัญหาความเห็นที่แตกต่างในเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยรัฐบาลจะหารือแนวทางในการทำประชามติที่ให้ความสำคัญกับการทำให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมออกแบบกฎ กติกาที่เป็นประชาธิปไตยทันสมัยและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน รวมถึงการหารือแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญในรัฐสภา เพื่อให้ประเทศสามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง สำหรับนโยบายระยะกลางและระยะยาว รัฐบาลมีแนวทางที่จะสร้างรายได้ โดยการใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดประตูการค้าสู่ตลาดใหม่ๆให้สินค้าและบริการของประเทศ อาทิ กลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง อินเดีย แอฟริกา อเมริกาใต้ อย่างไรก็ตามในเอกสารแถลงนโยบาย ระบุด้วยว่า รัฐบาลจะดำเนินนโยบายเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี นำความปลอดภัย สร้างศักดิ์ศรี และนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชาชน รวมถึงยกระดับนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค รัฐบาลจะสนับสนุนให้มีการปรับโครงสร้างของหน่วยงานความมั่นคงให้มีความทันสมัยและสามารถตอบสนองต่อการคุกคามและภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ในศตวรรษที่ 21