หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม-นภิน...

ภูมิธรรม-นภินทร เข้าพาณิชย์วันแรก เปิดห้องคุยขรก. ลั่นพร้อมสานต่อสิ่งดีๆรบ.ที่แล้ว

7.09.23 | 10:45 น.

“ภูมิธรรม-นภินทร”เข้า พณ.วันแรก ยิ้มแย้ม เปิดห้องคุย ขรก. เร่งเดินหน้าดูแลปากท้อง ส่งออก เจรจาเอฟทีเอ ชูทีมเวิร์กขับเคลื่อนนโยบาย

เมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. วันที่ 7 กันยายน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติงานที่กระทรวงพาณิชย์ สนามบินน้ำ เป็นวันแรก โดยเข้าสักการระสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 6 จุด ได้แก่ ศาลพระภูมิ ศาลเจ้าแม่ทุ่งน้อย พระอนุสาวรีย์พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ พระประทานพร พระรูปพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน และหลวงพ่อโอภาสี

ทั้งนี้ ภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยหยอกก่อนว่า หากนักข่าวมีคำแนะนำในการทำงานอะไรก็สามารถแนะนำ บอกกล่าวและพูดคุยกับตนได้ เพื่อหารือ แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ร่วมกัน

จากนั้น ตอบคำถามในเรื่องต่างๆ โดยนายภูมิธรรมกล่าวถึงเรื่องการแบ่งงานว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการแบ่งงาน โดยวันนี้จะหารือร่วมกับปลัดกระทรวงพาณิชย์ และอธิบดีแต่ละกรมก่อน เพื่อเรียนรู้ และฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะก่อน ยืนยันว่า รัฐบาลเราทำงานเป็นทีม แม้ว่าจะต่างพรรคกัน แต่ทั้ง 11 พรรคการเมืองจะช่วยการทำงาน ทำงานร่วมกันเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน

Advertisement

สำหรับนโยบายเร่งด่วนที่เร่งเข้ามาดำเนินการเป็นเรื่องแรกนั้น นายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทางไว้แล้วว่า อะไรที่ทำได้ก่อนให้รีบทำ โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นปัญหากับพี่น้องประชาชนให้รีบทำก่อน เพราะลำบากต่อเนื่องมาหลายปี รวมถึงเร่ง แก้ไขระเบียบที่ขัดขวางการทำงาน รวมทั้งปรับให้ทันสมัย โดยจะมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติให้แก่ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ในวันที่ 14 กันยายน 2566

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่น้ำมันเชื้อเพลิง และค่าไฟฟ้าลดราคาว่าจะต้องมีการปรับลดราคาสินค้าหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า กรณีน้ำมันและค่าไฟฟ้าลดราคา หากพูดตามความฝัน ความต้องการที่จะให้ประชาชนอยู่ดีกินดีก็ควรต้องปรับลดราคาสินค้าลงให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ ของประชาชนในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาทุกรัฐบาล เชื่อว่า ภายใต้การนำของรัฐมนตรีพาณิชย์ ปลัด และอธิบดีกระทรวงพาณิชย์ทุกคนจะร่วมมือกันรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้ ซึ่งปัญหาสินค้าราคาแพง นั้นจะต้องดูว่า ช่วงเวลาฤดูกาลว่า มีอะไรเกิดขึ้นพาณิชย์จังหวัด และบุคลากรที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาดูแลเพื่อหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา

ส่วนเรื่องส่งออกของไทยที่มีตัวเลขติดลบต่อเนื่องนั้น เป็นปัญหาที่กังวลมานาน ซึ่งทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ จะต้องช่วยกันหาตลาดให้มากขึ้น โดยเรามีเป้าหมายเชิงรุกที่จะขยายตลาด ทั้งนี้ จะขอดูข้อมูลและรายละเอียดเรื่องส่งออกจากปลัดกระทรวงและหน่วยงานปฏิบัติก่อน ส่วนเรื่องเอฟทีเอก็ต้องเร่งรัด แต่หลายเรื่องเป็นการต่อรองต้องหาจุดสมดุลที่จะได้ประโยชน์ทุกฝ่าย คาดว่า ภายในปี 2567 จะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้าได้อีกหลายฉบับ ส่วนมินิเอฟทีเอ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่แล้วจะเดินหน้าหรือไม่ขอดูก่อน อะไรที่ดีจะเดินหน้าต่อ ส่วนที่มีปัญหาต้องทบทวน โดยเอาประโยชน์ประเทศ และประชาชนเป็นที่ตั้ง

ส่วนการดูแลราคาสินค้าเกษตร ขอยังไม่ตอบว่า จะมีการนำนโยบายรับจำนำกลับมาใช้หรือไม่ และจะใช้นโยบายอย่างไร เพราะทุกนโยบายเกี่ยวกับสินค้าเกษตรมีทั้งข้อดีและข้อเสีย สิ่งสำคัญวันนี้ คือ เราไม่ได้ยึดติดอะไร อะไรที่ดี หรือไม่ดีของทุกฝ่าย หรือของรัฐบาลที่แล้ว เราก็สามารถเอามาปรับเข้ากันได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน

สำหรับแนวทางการทำงานของตนนั้น ต้องการที่จะพบและพูดคุยกับทุกฝ่ายทั้งผู้บริโภค ประชาชน เอสเอ็มอี ผู้ประกอบการทั้งรายย่อย รายใหญ่ เพื่อให้ทุกส่วนไปด้วยกันได้ ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะถ้าผู้ประกอบการอยู่ไม่ได้ก็เป็นปัญหา ประชาชนอยู่ไม่ได้ก็เป็นปัญหา ดังนั้นต้องหาจุดสมดุล โดยเอาประชาชนเป็นหลัก และต้องให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ด้วย

นายภูมิธรรมกล่าวถึงรัฐมนตรีช่วยคนที่ 2 ซึ่งเป็นโควตาจากพรรคพลังประชารัฐที่ไม่ได้เดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่วันนี้ว่า แม้ว่าขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์จะมีรัฐมนตรีแค่ 2 คน แต่ตนก็ที่ไม่ติดเงื่อนไขอะไร มี 2 คนก็ช่วยกันทำงาน 2 คน แต่ถ้า มี 3 คนก็ดี ช่วยกับแบ่งเบาภาระงาน ที่สำคัญเรามั่นใจว่า จะมีแบ๊กอัพที่ดี เพราะข้าราชกระทรวงพาณิชย์เป็นมืออาชีพกันทุกคน หากเราเป็นมืออาชีพ เคารพ และรับฟังความคิดเห็นกัน การทำงานจะไปได้ดี และรับมือกับทุกปัญหาได้

ส่วนจะมีรัฐมนตรีคนที่ 3 เข้ามาเพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพรรคพลังประชารัฐจะคุยกับรัฐบาล ซึ่งคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจคือ นายกรัฐมนตรี

นายภูมิธรรมกล่าวถึงนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาในวันที่ 11 กันยายน มีบางเรื่องที่หาเสียงไว้ไม่มีในนโยบายรัฐบาลว่า ประชาชนให้ความมั่นใจกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลได้ว่า สิ่งที่เราพูดและสิ่งที่เป็นปัญหากับประชาชนพรรคได้ตอบไปแล้วว่า จะแก้ปัญหาได้ ซึ่งนโยบายที่จะแถลงในวันที่ 11 กันยายน นี้เป็นกรอบกว้างๆ ที่ครอบคลุมทุกประเด็น

หากเรื่องไหนไม่ชัดเจนก็ถามรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลได้ ดังนั้นไม่ต้องห่วง เพราะหากเอาทุกเรื่องไปคุยกันในที่ประชุมรัฐบาลใช้เวลา 3 วันก็ไม่เพียงพอ นี่เป็นหลักการที่วางไว้

“ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่ผิดสัญญากับประชาชนสิ่งใดที่เป็นปัญหาเรารับผิดชอบก็ขอโทษประชาชนในเหตุจำเป็นและทำให้ชี้ให้เห็นว่า เกิดจากอะไร ทั้งรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลก็เห็นตรงกัน สิ่งที่รับปากประชาชนเราจะทำให้ ขอให้ประชาชนมั่นใจ” นายภูมิธรรมกล่าว

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีก็ยืนยันว่า เป็นรัฐบาลของประชาชน พรรคการเมืองทั้ง 11 พรรคจะทำร่วมกันให้สำเร็จ ขอให้ประชาชนไว้วางใจได้เราจะทำงานไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยเพื่อทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่คาดไว้สามารถประสบความสำเร็จได้อย่างเต็มที่

สำหรับนโยบายเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทนั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องที่หลายคนและพรรคการเมืองนำไปพูดซึ่งผิดไปจากข้อเท็จจริง ขอชี้แจงว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เป็นโยบายสำคัญที่รัฐบาลจะทำแน่นอนและทำทันทีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่โดยทุ่มงบประมาณกว่า 5 แสนล้านบาททุ่มลงไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อใช้ในช่วง 6 เดือน สามารถกระจายเงินไปยังเศรษฐกิจฐานทั้งหมดตามเงื่อนไขที่วางไว้ ซึ่งนโยบายนี้ไม่เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะเป็นการปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน และทำให้ประชาชนสามารถเรียนรู้เปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และใช้ได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ