อนุทิน ควง 3 รมช.มท. รับพรสมเด็จพระสังฆราช ย้ำอยู่กันแบบพี่น้อง ‘ยุคนี้ไม่มีเรียกท่าน’

‘อนุทิน’ ควง 3 รมช.มท. ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมรับพรให้ทำงานดี ซื่อสัตย์ ขอรอแถลงนโยบายก่อนแบ่งงาน ย้ำ ยุคนี้ไม่เรียกท่าน ไม่มีนาย มีแต่พี่น้อง ลั่น ไม่มีซื้อขายตำแหน่ง

เมื่อเวลา 08.05 น. วันที่ 7 กันยายน ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย เข้ากราบสักการะพระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม จากนั้นถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเข้ากราบสักการะสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

จากนั้นเข้ากราบถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าการและหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมในพิธี

จากนั้นนายอนุทินกล่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชได้พระราชทานพรให้โชคดี ทำงานดีๆ มีความซื่อสัตย์สุจริต ถือเป็นพระเมตตา และการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชถือเป็นธรรมเนียมที่ต้องมากราบ

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังจากเข้าถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช นายอนุทินพร้อมคณะ เดินเข้ากระทรวงมหาดไทย โดยนายอนุทินถือเคล็ดไม่เดินเข้ากระทรวงทางประตูทางออก โดยยอมเดินอ้อมไปเข้าประตูทางเข้าทางประตูสิงห์ ริมคลองหลอด จากนั้นเข้าสักการะศาลพระไชยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แล้วเดินขึ้นบันได เพื่อสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แล้วเดินขึ้นชั้น 2 เพื่อถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ภายในพิพิธภัณฑ์ดำรงราชานุภาพ แล้วเข้าถวายสักการะ พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องปฏิบัติงาน เป็นอันเสร็จพิธี

จากนั้นเวลา 10.35 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้มารับตำแหน่ง เข้ามาตระเตรียมห้องทำงานทุกอย่างให้เรียบร้อยตามบัญชานายกฯ ที่มีบัญชามาว่าจะแถลงนโยบายในวันที่ 11 กันยายน พวกเราทุกคนก็คงจะต้องเตรียมข้อมูลที่จะสนับสนุน ตอบคำถาม ชี้แจงในกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ท่านใดมีข้อสงสัย ซึ่งคงจะต้องใช้เวลา 3-4 วันนี้ในการทำความคุ้นเคยกับงานและข้อมูล ส่วนการปฏิบัติหน้าที่นั้นก็จะเริ่มอย่างเป็นทางการ เราจะสามารถปฏิบัติหน้าที่บริหารแผ่นดินได้ตามบทบัญญัติหรือรัฐธรรมนูญก็ตั้งแต่หลังวันแถลงนโยบายเป็นต้นไป ทุกอย่างก็จะเริ่มดำเนินการจากตรงนั้นไปในส่วนที่เป็นทางราชการ

นายอนุทินกล่าวว่า วันนี้ก็ถือว่าเข้ามาทำความรู้จักกับพี่น้องข้าราชการกระทรวงมหาดไทยทุกท่าน เราก็จะได้แนะนำตัวเราเองเพราะต้องถือว่าตนโชคดีที่มีทีมงาน มีรมช.ที่มีความคุ้นเคยกับพี่น้องประชาชนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ไม่ว่าจะเป็น นายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายชาดา ไทยเศรษฐ์ และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ดังนั้น ตนคิดว่ายุคนี้กระทรวงมหาดไทยก็จะเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจถึงวิถีชีวิต คุณภาพชีวิต และมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนได้มีการยกระดับขึ้นมาในทุกพื้นดิน

“ตรงนี้ เราถือว่าเป็นกระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีมากจากพี่น้องประชาชนจริงๆ ต้องเข้าถึงได้ ต้องลงไปถึงหน้างาน คงไม่ค่อยพบกันตรงนี้เท่าไหร่ เราก็คงทำงานอยู่ในพื้นที่ของพวกเราอย่างมากที่สุดที่จะทำได้” นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้ ตนถือว่าโชคดีที่มีนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และทีมงานรู้จักกันมานานนับสิบๆ ปี ที่มีความคุ้นเคยตั้งแต่สมัยที่พ่อของตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในช่วงปี พ.ศ.2552-2554 ทีมงามนี้เป็นทีมงานเดียวกันหมด มีโอกาสไปร่ำเรียนหลักสูตรต่างๆ ก็ได้พบกับผู้บริหารของกระทรวงมหาดไทยซึ่งก็ล้วนแต่เป็นพี่เป็นน้องกันทั้งนั้น

“ฉะนั้น จากยุคที่ผมอยู่ที่นี่จะไม่มีคำว่าท่าน ไม่มีคำว่านายมีแต่พี่น้องในหมู่ข้าราชการ และทำงานด้วยกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุขอย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันถ้วนหน้า” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า ได้เซ็นลงนามแบ่งงานให้กับรัฐมนตรีช่วยแล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ตนยังไม่ได้เข้าห้องทำงานเลย ขอฟังบรรยายสรุปหน่วยงานที่รับผิดชอบต่างๆ ก่อน คำว่าแบ่งงาน ทุกคนมีความเป็นรัฐมนตรีเหมือนกันหมด ช่วยกันทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยจะแบ่งงานตามหน้าที่ที่รับผิดชอบ ไม่มีสายไหน เป็นพี่เป็นน้องกัน เชื่อมั่นในกันและกัน ตนเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ขอรอให้มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 11 กันยายนเรียบร้อยก่อน

“การทำงานของผมจะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่พี่น้องประชาชนไม่มีขีดจำกัด แต่ผมไม่อยากบำบัดทุกข์ทั้งวันทั้งคืน เราต้องทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน ทั้งควิกวิน ซอฟต์เพาเวอร์ที่จะทำให้ประชาชนมีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งเศรษฐกิจดีขึ้น เม็ดเงินหมุนเวียนได้มากที่สุด โดยนายกฯ มีนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเงินที่ใช้ในประเทศ พวกเราทุกคนต้องขอความร่วมมือปลัดกระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าฯ ทุกท่าน จัดเตรียม พัฒนาสินค้า เพราะคนไทยทำ คนไทยใช้ ซึ่งการใช้จ่ายดังกล่าวจะทำให้เงินหมุนเวียน เกิดประโยชน์กับประชาชน” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล จะมีการฟื้นผู้ว่าฯ ซีอีโอ จะมีลักษณะอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า โดยนัยและการปฏิบัติ เราก็รับทราบอยู่แล้วว่าผู้ว่าฯ ปัจจุบันคือผู้ว่าฯ ซีอีโอ เพราะหน่วยงานราชการต่างๆ ในจังหวัดขึ้นกับผู้ว่าฯ และการทำงานต่างๆ ในจังหวัดก็ผ่านกำกับดูแลของผู้ว่าฯ ซึ่งพวกเราพร้อมทำงานกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยอย่างสุดความสามารถ ใครมีดีตรงไหนก็เอาตรงนั้นมา เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

เมื่อถามว่า จะไม่มีการซื้อขายตำแหน่งในยุคของนายอนุทินใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า มันต้องไม่มี ไม่ใช่จะไม่มี และไม่เกิดขึ้น และนายกฯ ได้ย้ำในเรื่องแรกๆ ของการประชุม ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา และคิดว่าตรงกับความตั้งใจของรัฐมนตรีทุกคน

เมื่อถามว่า จะมีนโยบายอะไรเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว นายอนุทินกล่าวว่า ใจเย็น เพิ่งเข้ามาทำงาน ยังไม่เจอผู้ว่าฯ กทม.เลย ไม่ต้องกังวล อะไรที่เป็นความถูกต้อง ต้องได้รับการแก้ไข

“ผมมั่นใจว่าในยุคนี้การกลั่นแกล้ง การทำให้เกิดความไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งทุกๆ คนรวมถึงนิติบุคคลและประชาชนทั่วไป จะต้องได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม การปฏิบัติอะไรที่ไม่เป็นธรรม เดี๋ยวเจอกัน” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีต รมว.มหาดไทย ในฐานะบิดาได้ให้คำแนะนำการทำงานในกระทรวงมหาดไทยอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวเสร็จจากการทำภารกิจที่กระทรวงแล้ว จะเข้าไปกราบท่าน

เมื่อถามถึงนโยบายการกระจายอำนาจ จะทำให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศหรือไม่ นายอนุทินปฏิเสธที่จะตอบคำถาม และเดินขึ้นไปประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยทันที

ต่อมานายอนุทินได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง โดยจุดแรกที่ต้องสักการะ คือ ศาลพระพรชัยมงคล ที่ประตูนเรศวร แต่ปรากฏว่า มีป้ายคำว่า “ประตูออก” ติดอยู่ นายอนุทินจึงได้เดินมาเข้ากระทรวงทางประตูสิงห์ พร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี และพูดว่า “ขอเข้าประตูนี้ เดินไปประตูนั้น เห็นป้ายว่า ประตูทางออก ไม่กล้าเข้าเลย”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image