‘สมศักดิ์’ เผย ยังไม่ได้แบ่งงาน คาดครั้งนี้นั่งรองนายกฯยาว มั่นใจเศรษฐา ทำงานไว แม้ พท.ไม่ได้คุมกระทรวงปากท้อง
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแบ่งหน้าที่การทำงานของรองนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่ได้แบ่ง เพราะฟังจากที่พูดจากันยังไม่ 100% ถึงเวลาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ เดี๋ยวจะไม่ถูกต้อง ให้สัมภาษณ์ไปก็คงจะทำให้ผิดเพี้ยนไปคงไม่ดี ต้องรอให้ชัดเจน 100% ก่อน ส่วนที่ได้รับตำแหน่งรองนายกฯ ได้มีการมอบหมายจะให้ตนทำอะไรนั้น นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนตอบไม่ถูกเลยว่าต้องให้ทำอะไร
เมื่อถามว่า มีสิ่งที่ตั้งใจจะทำหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า งานที่ถนัดก็มีหลายอย่างแต่ก็ไม่ทราบว่าจะได้รับมอบหมายในสิ่งที่ถนัดหรือไม่ หากได้สิ่งที่ไม่ถนัดก็คงไม่เป็นไรก็คงศึกษาดู ส่วนงานของรองนายกฯ ก็มีงานที่เรากำกับและงานที่จะต้องรับผิดชอบโดยตรงในรูปแบบของคณะกรรมการต่างๆ
“ก็ขอให้มีคำสั่งออกมาก่อนแล้วเดี๋ยวจะพูดให้ฟังว่างานไหนจะต้องทำอย่างไร แต่ในส่วนงานของกระทรวงที่กำกับไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะกระทรวงต่างๆ จะต้องรับผิดชอบโดยข้อปฏิบัติ กฎหมายต่างๆ เหล่านั้นถ้ามีการรับรองมาก็ไม่มีปัญหาที่จะเสนอเข้าไปให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา ส่วนใหญ่ก็จะคุยกันว่ารองนายกรัฐมนตรีจะดูเรื่องของระเบียบ ถ้ากระทรวงรับรองมาแล้วก็ต้องผ่าน” นายสมศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย (พท.) หายงอนกันแล้วหรือยัง ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลของพรรคเพื่อไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีงอน ตั้งรัฐบาลแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้แล้วว่า คงไม่ต้องไปคำนึงถึงเส้นแบ่งของการเมือง ของพรรคการเมือง คำนึงเพียงแต่รัฐบาลจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
“หลายพรรคมารวมกันต้องบูรณาการกันให้เป็นพลังสำคัญที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว เพราะการเป็นรัฐบาลผสมอาจจะมีคนบอกว่าอาจจะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง ช้าบ้าง แต่ดูจากนายกฯ แล้วก็มีบุคลิกที่รวดเร็วที่อยากจะทำงาน อยากที่จะแก้ปัญหา ระยะเวลาที่เข้ามาในสั้นๆ ก็คิดว่านายกรัฐมนตรีก็คงไม่ค่อยได้พักผ่อน รู้จักงานในแต่ละวัน” นายสมศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ข้อเปรียบเทียบระหว่างนายกเศรษฐา ทวีสินและอดีตนายก ทักษิณ ชินวัตร แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า ก็ดีทุกท่านมองว่าผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีขยันทุกคน แต่ผลที่จะออกมาอย่างไรนั้นก็แล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล
เมื่อถามว่า นายกฯ เศรษฐา บอกหรือไม่ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีรวดเร็วเหมือนนายกทักษิณ นายสมศักดิ์กล่าวว่า จุดแข็งของรัฐบาลคือไม่ปรับ ครม.บ่อย อย่างของรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ได้มีการปรับ ครม.บ่อย ก็เป็นจุดแข็งที่ทำให้เรื่องของความวุ่นวายต่างๆ ไม่ค่อยมีหรือน้อยลงสุดท้ายก็แล้วแต่เพราะเป็นเรื่องของผู้บริหาร แต่ละท่านมีแนวทางการบริหารไม่เหมือนกัน
เมื่อถามว่า ในการแถลงนโยบายของรัฐสภา ตัวรองนายกฯ ก็มีส่วนช่วยชี้แจงหรือไม่อย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ก็ดูอยู่ว่างานที่ได้รับมอบหมายมีอะไรบ้าง การแถลงนโยบายของรัฐบาลเท่าที่ทราบมา พอนายกรัฐมนตรีอ่านนโยบายที่จะแถลงในรัฐสภาจบ ก็สามารถเซ็นหนังสือสั่งการในการแบ่งงานได้
“เราก็ดูว่างานที่ได้รับมอบหมายหรือแบ่งเป็นอะไร ถ้าเรามีข้อมูลเดิมหรืออะไรต่างๆ เราก็จะตอบได้ หรือจะฟังไปก่อนเฉยๆ ก็ได้ เพราะการแถลงนโยบายนับถึงนายกรัฐมนตรีได้อ่านแถลงคำแถลงการณ์นั้นจบก็ถือว่าจบแล้ว ส่วนการจะอภิปรายของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็ค่อยว่ากันไป”
เมื่อถามว่า ทางฝ่ายค้านจะจับตาการทำหน้าที่ของรัฐบาลตามนโยบายที่จะแถลงด้วย นายสมศักดิ์กล่าวว่า เขาก็ต้องจิจารณ์ แต่วิจารณ์เพื่อให้เป็นข้อมูลเริ่มต้นของการเริ่มต้นของการทำงานในแต่ละฝ่าย วิจารณ์ก็วิจารณ์กันไป
เมื่อถามว่า คนคาดหวังเรื่องเศรษฐกิจกันเยอะแต่กระทรวงด้านปากท้องไม่ได้อยู่กับพรรคเพื่อไทยเลย จะส่งผลให้ผลิตนโยบายยากหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า นายกฯ แถลงแล้วว่าให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถึงจะมาจากคนละพรรคก็ขอให้มันบูรณาการเป็นหนึ่งเดียวอย่าให้มีเส้นแบ่ง
“อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วอันนี้ก็อาจจะไม่เร็ว 100% ทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ผมว่าก็เร็ว เพราะว่าในบุคลิกของท่านไม่ช้าเลย” นายสมศักดิ์กล่าว
เมื่อถามว่า ในส่วนของข้าราชการการเมืองจะดึงคนในส่วนที่อยู่ในพรรคเพื่อไทยมาช่วยงานหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ดึง เพราะตนยังไม่รู้ว่าผมได้รับมอบหมายอะไรบ้าง ตนอยากจะดูตรงนั้นก่อน และจะได้เลือกคนเพราะที่ทำเนียบไม่ได้มีที่นั่งมากมาย มีที่นั่งจำกัดด้วยสถานที่ หากว่ามีสถานที่อื่นที่อาจจะเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ตรงนั้นก็อาจจะนำไปฝาก ถ้าสมมุติหน่วยงานใกล้ๆ บริเวณทำเนียบก็เอาไปฝากได้ เช่น สำนักงานต่างๆ อะไรอย่างนี้เอาไปฝากไว้ได้ ก็ต้องมีคนทำงาน
เมื่อถามว่า ในการดึงคน เราสามารถเลือกเองไม่ใช่จากที่ทางพรรคส่งมาใช่หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ใช่
เมื่อถามว่า เคยเป็นรองนายกฯ มาแล้วกี่ครั้ง นายสมศักดิ์กล่าวว่า เป็นครั้งที่ 2 แต่ครั้งแรก ตนเป็นระยะสั้นๆ เพียง 2-3 เดือน แต่ครั้งนี้ก็คิดว่าได้เป็นยาว

