สุทิน เชิญ ‘บิ๊กจิ๋ว’ เจิมเก้าอี้ รมว.กลาโหม จ่อตั้งคกก. ดึงนักวิทย์ช่วยอัพเกรดกองทัพให้ทันสมัย

‘สุทิน’ พบ ‘บิ๊กจิ๋ว’ ยกเป็นปูชนียบุคคล หวังเชิญเจิมเก้าอี้ รมว.กลาโหม เพื่อสิริมงคล โวมีนายพล 1 กองพลร่วมทำงาน ทดลองนั่งเบนซ์กันกระสุนวันแรก เชื่อกระสุนไม่เข้ามาหาแน่

เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 7 กันยายน นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังเข้าพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีต รมว.กลาโหม ประมาณ 12 นาทีว่า มาขอพรและมาเยี่ยมเยียน ซึ่งท่านได้ให้กำลังใจ และดีใจที่เห็นตนมานั่งเก้าอี้นี้ รวมถึงมั่นใจว่าตนจะทำงานได้ ซึ่ง พล.อ.ชวลิตบอกให้เชื่อมั่นในตัวเอง ทำให้มีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น และถ้ามีโอกาสจะมาหาอีก เพื่อพูดคุยเรื่องภายในกองทัพ

นายสุทินกล่าวอีกว่า หากเป็นไปได้วันที่เข้าทำงานในกระทรวงกลาโหมวันแรก จะเชิญ พล.อ.ชวลิตไปนั่งเก้าอี้ก่อน เพื่อเป็นการเจิม เพราะท่านเป็นทหารรุ่นเก่าเพียงไม่กี่คนที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของทหาร เก่งทั้งการไปทหารอาชีพและงานด้านการเมือง โดยมองว่าคือปูชนียบุคคล น่าจะเป็นสิริมงคล ซึ่ง พล.อ.ชวลิตก็หัวเราะพร้อมปฏิเสธว่าไปไม่ได้ ติดปัญหาเรื่องสุขภาพตนได้เคยพบปะ พล.อ.ชวลิตตั้งแต่อยู่พรรคไทยรักไทย ยังชวนกันไปตีกอล์ฟอยู่เลย ซึ่ง พล.อ.ชวลิตก็จำได้แม่นยำ

รมว.กลาโหมกล่าวอีกว่า จะผลักดันทุกนโยบาย และมีเรื่องหนึ่งที่ตนสนใจคือการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งอยากเชิญทหารเก่งๆ ทหารสมัยใหม่ มาเชื่อมโยงกับนักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี ด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 คณะ และจะอัพเกรดเทคโนโลยีของกองทัพ ให้เป็นกองทัพสมัยใหม่และจะโฟกัสเรื่องนี้ให้ดี

Advertisement

เมื่อถามว่าหากได้รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงที่อยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีปัญหาหรือไม่ นายสุทินบอกว่า ไม่มีปัญหาเพราะอยู่ภายใต้นายกฯคนเดียวกัน อีกทั้งนโยบายก็ได้หลอมรวมกันแล้ว ขณะเดียวกันนายกฯก็ได้เน้นย้ำความเท่าเทียมแต่ละสถาบัน ซึ่งได้พูดตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว

นายสุทินกล่าวอีกว่า มีทหารที่จะมาทำงานด้วยเป็นจำนวนมาก โดยได้แบ่งเป็นคณะทำงานและทำตามนโยบาย เช่น คณะทำงานชุดยกเลิกการเกณฑ์ทหาร คณะทำงานชุดปรับโครงสร้างกำลังพล คณะทำงานอัพเดตเทคโนโลยี เป็นเรื่องๆ ไปเพราะ “ตอนนี้มีนายพลเยอะ อยู่กับตนเป็นกองพลหนึ่งแล้วมั้ง” แต่ยังไม่ได้มอบหมายใคร เพราะอยู่ระหว่างการจัดคณะทำงานอยู่ มีพลเอกอยู่ประมาณเกือบ 100 คน ไหนจะพลโท พลตรี อีก ซึ่งตนก็ไม่หนักใจเพราะเขาทำงานเป็นระบบ คนที่ยังอยู่ในราชการก็ทำงานกันไป ส่วนนอกราชการก็ตั้งเป็นทีมงาน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้เริ่มปรับตัวการทำงานได้แล้ว และคุ้นชินมากขึ้นแต่อาจต้องใช้เวลา เพราะช่วงนี้ยังไม่ลงตัว แต่เชื่อว่าสัปดาห์หน้าก็จะชัดเจน คนติดตามก็จะน้อยลง ในเรื่องการดูแลรักษาความปลอดภัยก็ประมาณวันละ 3-4 คน และขณะนี้ได้เปลี่ยนมาใช้รถประจำตำแหน่งแล้ว

“ส่วนรถยนต์กันกระสุนหรือไม่ ไม่รู้นะ ผมคิดว่าคงไม่มีกระสุนมาหา แค่อยากลองใช้ดู ก็ถือเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถเบนซ์” นายสุทินกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image