คอลัมน์หน้า 3 – ปักธง ความคิด ‘คนจน’ มีสิทธิ ไหมคะ ปลดปล่อย ภาษา
การปรากฏขึ้นของร่างกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” การปรากฏขึ้นของร่างกฎหมาย “สุราก้าวหน้า” เป็นการปรากฏขึ้นที่ท้าทาย
ท้าทาย “ความเชื่อ” ท้าทาย “ค่านิยม”
ยิ่งเมื่อการเคลื่อนไหวในลักษณะ “มาร์ดิกรา” ของเหล่า LGBTQ+ อย่างคึกคักไม่ว่าที่สีลม ไม่ว่าที่สยามสแควร์
ยิ่งก่อให้เกิด “อาการช็อก” ตามมาด้วยความ “ตระหนก”
เป็นความตระหนกในความสัมพันธ์อย่างเปิดเผยระหว่าง “ชายกับชาย” ระหว่าง “หญิงกับหญิง”
สำนวนที่ว่า “ลักเพศ” ยังสามารถใช้ได้ “ปกติ” หรือไม่
พร้อมกันนั้น สังคมยังได้เห็นการเคลื่อนไหวจัดนิทรรศการในแบบของ “ประชาชนเบียร์” แผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง
เป็นการเคลื่อนไหวประสานกับ “สุราก้าวหน้า”
การเคลื่อนไหวจากที่เห็นผ่านร่างกฎหมาย “สมรสเท่าเทียม” และที่เห็นผ่านร่างกฎหมาย “สุราก้าวหน้า” ถือว่าหวาดเสียวอย่างยิ่งอยู่แล้ว
ที่เห็นผ่านเพลง “คนจนมีสิทธิไหมคะ” ยิ่งเร้า เย้ายวน
ถามว่าทั้งๆ ที่เสียงเพลง “คนจนมีสิทธิไหมคะ” เวอร์ชั่นค่ายเพลง “ทิวลิป” เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคกลางทศวรรษ 2530
แล้วเหตุใดเพลงมาฮิตติดลมบนในเดือนสิงหาคม 2566
หากติดตามการเคลื่อนไหวในโลก “โซเชียลมีเดีย” อาจจะไม่แปลกใจ เพราะว่าการแสดงความรู้สึกของชาวโซเชียลระยะหลัง
มีการใช้อักษร “ค” อย่างถี่ยิบเป็นพิเศษ
ขณะเดียวกัน เมื่อ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ จัดเคลื่อนไหวที่แยกอโศก บนถนนสุขุมวิท ที่เรียกว่า #ม็อบพร้อม
การแปรอักษร “ค” การแปรอักษร “ห” ก็ก้องกังวาน
คนจำนวนไม่น้อยมองไปยังบทบาทและการเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ที่ต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกล
ชี้ไปยัง “ธนาธร” ชี้ไปยัง “พิธา”
เพราะว่ากระบวนท่า “หลัก” และแน่วแน่อันมาจากพรรคอนาคตใหม่และรับไม้ต่อโดยพรรคก้าวไกล
นั่นก็คือ การปักธงในทาง “ความคิด”
หากไม่มีพรรคอนาคตใหม่ หากไม่มีการสานต่อโดยพรรคก้าวไกล คงไม่เห็นความคึกคักของ
“สมรสเท่าเทียม” และ “สุราก้าวหน้า”
จุดเริ่มต้นแห่งการปักธงในทาง “ความคิด” ได้นำไปสู่การปลดปล่อยในทาง “ภาษา” อย่างแหลมคมยิ่ง
เนื่องจาก “ภาษา” คือเงาสะท้อนแห่ง “ความคิด”
การเกิดขึ้นและดำรงอยู่อีกคำรบหนึ่งแห่งบทเพลง “คนจนมีสิทธิไหมคะ” จึงสะท้อนลักษณะแห่งการปลดปล่อย
ปลดปล่อย “ความคิด” เสรีต่อ “การเคลื่อนไหว”
นี่ย่อมเป็นกระแสอันแผ่กระจายออกไปอย่างกว้างไกล ไม่ว่าบนถนนสีลม ไม่ว่าบนถนนข้าวสาร ไม่ว่าบนถนนข้าวเหนียว
จาก “มหานคร” เข้าสู่ “ชนบท” อันไพศาล

