‘พิพัฒน์’คึกอัพเกรดแรงงาน หอค้ายื่น 4 ข้อ แก้ขาดแคลน-ปมต่างด้าว ‘นายกนิด’ฮึดดันจีดีพีโต 5% ‘รมว.อุต’ยาหอมอุ้มไร่อ้อย
เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจราชการ จ.ขอนแก่น ถึงการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า จะพยายามผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจให้ได้มากกว่า 4 ปีที่ผ่านมา โดยอยากเห็นการเติบโตปีละ 5%
ที่หอการค้าไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ร่วมหารือกับนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการรับฟังข้อมูลและข้อเสนอแนะด้านแรงงานในไทย เพื่อนำไปวิเคราะห์และพัฒนานโยบายที่เกี่ยวข้อง
นายสนั่นกล่าวว่า ในด้านแรงงานนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีแนวคิดจะจัดทำเอ็มโอยูร่วมกัน 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อยกระดับและพัฒนาเยาวชนไทยให้เป็นแรงงานฝีมือที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้งยังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้เสนอนโยบายเร่งด่วนด้านแรงงานของประเทศไทย เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ดังนี้
1.นโยบายการปรับอัตราตอบแทนค่าจ้างหรือค่าจ้างขั้นต่ำโดยภาคธุรกิจเอกชนเห็นด้วยกับการปรับอัตราค่าตอบแทนให้เป็นไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี
2.นโยบายแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานไทย ควรกำหนดทิศทางของประเทศไทยในการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจเพื่อผลิตกำลังคนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
3.นโยบายการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ควรมีการจัดทำยุทธศาสตร์และแผนงานนำเข้าแรงงานต่างด้าวระยะยาว
และ 4.นโยบายเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ควรเพิ่มศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ
ที่กระทรวงอุตสาหกรรม ตัวแทนสมาคมเกษตรกรชาวไร่อ้อย 38 แห่งจากทั่วประเทศ เข้าพบ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหารือความชัดเจนเกี่ยวกับเงินสนับสนุนการตัดอ้อยสด เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม2.5 จำนวน 120 บาทต่อตัน
ภายหลังการหารือ น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าวว่า ปัญหาการจ่ายเงินสนับสนุนดังกล่าวล่าช้า เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล อยากชี้แจงว่าเงินสนับสนุน 120 บาทต่อตัน คือการลงทุนของรัฐที่ต้องการให้มีตัดอ้อยสดมากขึ้น เพื่อให้การเผาอ้อยลดลงตามเป้าหมายที่ชัดเจน หากทำได้เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาในการสนับสนุนต่อไป สำหรับเงินสนับสนุนของรอบปีที่ผ่านมาจากนโยบายดังกล่าว จะต้องใช้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งต้องขอวงเงินจากรัฐบาลใหม่
“เบื้องต้นได้ปรึกษากับนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังแล้ว เพื่อหาแนวทางในการใช้กรอบวงเงิน ก่อนที่จะนำเข้าหารือกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเร็วๆ นี้ อาจจะไม่ทันเดือนตุลาคม เนื่องจากมีความล่าช้าของการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล แต่จะพยายามเร่งแก้ปัญหา เพราะเข้าใจถึงความเดือดร้อนของชาวไร่อ้อย” น.ส.พิมพ์ภัทรากล่าว

