‘เศรษฐา’ อ้อนมาอีสานอบอุ่น เหมือนฮีลใจ มุ่งดันหนองคาย เชื่อมสินค้าไปจีน มอบ ‘สุริยะ’ ลุยพัฒนารถไฟ วอน อบจ.อุดรฯ เข้าใจลดงบให้เหมาะสม ปัดไม่รู้โยก ‘รอย’ นั่งเลขาฯ สมช. ขณะที่ ‘เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย’ ขอให้บริหารประเทศให้ดี
จากนั้นเวลา 11.10 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และคณะเดินทางมาถึงด่านพรมแดนหนองคาย มีนายเอกธนัช อินทร์รอด, น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย และนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ อดีตส.ส.หนองคาย มารอให้การต้อนรับ โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับหน่อยงานที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า เกี่ยวกับขั้นตอนพิธีการศุลกากร การค้าชายแดน และการพัฒนา One Stop Service ระหว่างไทย ลาว และจีน
นายเศรษฐา กล่าวว่า วันนี้รู้สึกเป็นเกียรติ ที่ได้มาจ.หนองคาย ซึ่งเป็นจังหวัดแรกๆ ที่มาหลังจากได้รับโปรดเกล้าฯ โดยจะเป็นการมารับฟังปัญหาเพื่อประกอบการทำงาน หากมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเรียบร้อย แล้วตนจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งจ.หนองคาย เป็นจังหวัดเล็ก แต่สร้างรายได้สูง เป็นอันดับที่ 4 ของภาคอีสาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญมาก ตนได้มีการพูดคุยกับปลัดกระทรวงคมนาคม เรื่องการเชื่อมต่อเส้นทางไปถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเรามีสินค้าที่มาจากหลายจังหวัด รวมถึงท่าเรือแหลมฉบังด้วย ต้องการให้จ.หนองคาย เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า และต้องแก้ไขเรื่องสะพานที่จะรับน้ำหนักสินค้า ส่วนเรื่องวันสต็อปเซอร์วิช เป็นเรื่องที่เราต้องการให้มีความง่ายในการส่งสินค้าไปยังประเทศจีน

จากนั้นนายเศรษฐา ให้สัมภาษณ์ว่า นั่งรถไฟมา จ.หนองคาย เพื่อดูเรื่องจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า เนื่องจากจ.หนองคาย เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด มีการส่งสินค้าจากไทยไปยังลาวและจีน เรื่องรถไฟรางคู่ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้านั้นต้องมีการยกระดับสะพานที่จะรองรับน้ำหนักสินค้าให้มากขึ้น
เมื่อถามถึง การพัฒนาสถานีรถไฟนาทา จะแล้วเสร็จในกี่ปี นายเศรษฐา กล่าวว่า คงต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ตอนนี้ต้องมีการนับหนึ่งก่อน เมื่อกลับไปกรุงเทพฯ จะมีการประชุมกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะประสานงานการตั้งคณะทำงานขึ้นมา ต้องมีคณะกรรมการการเจรจาการค้าระหว่างประเทศด้วย เพื่อไม่ให้มีอุปสรรคในการทำงาน และอาจจะต้องเชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศร่วมด้วย และในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทั้งขอนแก่น และอุดรธานี เป็นจังหวัดใหญ่ที่มีศักยภาพสูงในการที่จะพัฒนาต่อไปได้ จ.อุดรธานี มีแนวคิดที่จะมีการสร้างนิคมอุตสาหกรรมขึ้นมา
เมื่อถามถึง รถไฟรางคู่เฟส 2 จาก จ.ขอนแก่นมา จ.หนองคาย ต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือสามารถเดินหน้าระยะที่ 1 ต่อได้เลย นายเศรษฐา กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเข้าครม. ครั้งเดียวก็จบแล้ว มีเรื่องและงบประมาณที่กันไว้เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะได้กลับมาจ.หนองคายอีกครั้ง ในช่วงปลายเดือนหน้าเข้ามารับฟังความคืบหน้าเรื่องนี้

เมื่อถามว่า มองว่าการบริหารงบประมาณของรัฐบาลยุ่งยากหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เรื่องงบประมาณไม่อยากใช้คำว่ายุ่งยาก ต้องบริหารจัดการกัน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล กระทรวง ทบวง กรม ต้องจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสม ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้งบประมาณอยู่ในกรอบ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาทางด้านการเงินและการคลังอีก
นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ตนจึงอยากลงพื้นที่ให้ได้มากที่สุดเพื่อมารับฟังปัญหา ซึ่งหลายเรื่องยังไม่ได้ถูกหยิบยกมาพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหายาเสพติด ซึ่งกลับไปกรุงเทพฯ วันพรุ่งนี้ (10 กันยายน) จะประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วจะเร่งบริหารจัดการต่อไป นอกจากเรื่องปากท้องแล้ว ปัญหายาเสพติดก็เป็นปัญหาสำคัญของภาคอีสานเช่นกันที่ไม่อยากให้ รัฐบาลเราต้องดูทุกเรื่อง
เมื่อถามถึง การประชุมครม.สัญจร จังหวัดแรกจะไปที่ไหนและเมื่อไหร่ เพราะเคยระบุว่า จ.หนองบัวลำภูเป็นจังหวัดที่มีรายได้ต่อหัวน้อยที่สุดในประเทศ จะเป็นจังหวัดแรกที่ไปหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า การที่ตนมาภาคอีสานเป็นการทำให้ทราบปัญหาจริงๆ ไม่อยากใช้คำว่าอิน แต่ดูจากแววตาเห็นว่าประชาชนเดือดร้อนจริงๆ มาจังหวัดที่เจริญที่สุดในภาคอีสานแล้ว แต่ก็ยังเห็นว่ามีความยากลำบาก ตนก็มีคำถามว่าเรื่องครม.นอกสถานที่ ซึ่งได้คุยกับรองนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการนายกรัฐมนตรีแล้วว่า หากเรามีครม.สัญจร ก็จะบอกอีกครั้งว่าเมื่อไหร่ แต่หวังว่าจะไม่เกินเดือนพฤศจิกายน ซึ่งคิดว่าจังหวัดแรกที่น่าจะไป คือจ.หนองบัวลำภู

นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่อีสานรอบนี้แตกต่างจากการลงตอนหาเสียงเลือกตั้งเพราะการลงพื้นที่ครั้งนี้รู้สึกได้ถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่า มีความอบอุ่นในแววตาของคนที่ได้พบเห็น หากตนมีเรื่องหนักใจก็อยากเดินทางมาอีสานเพราะเหมือนเป็นการฮีลใจ
เมื่อถามถึง ความพร้อมในการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันที่ 11-12 กันยายน นายเศรษฐา กล่าวว่า “พร้อมครับ” ซึ่งมีการมอบหมายและได้พูดคุยกันแล้วว่ารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็ต้องช่วยกัน
เมื่อถามถึง กรณีพล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะเกษียณอายุราชการเดือนก.ย.นี้ และมีกระแสข่าว พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร. จะข้ามขั้วมารับตำแหน่งดังกล่าว นายเศรษฐา กล่าวว่า “ไม่ทราบเลยครับ ผมให้นโยบายไปคร่าวๆ เกี่ยวกับการแต่งตั้งข้าราชการ ควรให้การเลื่อนตำแหน่งต่างๆ อยู่บนพื้นฐานความสามารถ ความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องการซื้อขายตำแหน่งหรือการใช้เส้นสาย หรือการให้นายทุนมามีส่วนร่วม ในการโยกย้ายตำแหน่ง เป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง”
เมื่อถามว่า หากเป็นเช่นนั้นตำแหน่งเลขาฯ สมช. จะให้หน่วยงานเป็นผู้เสนอใช่หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องเป็นอย่างนั้น และต้องดูที่ความเหมาะสมด้วย ไม่เช่นนั้นขวัญและกำลังใจของข้าราชการจะเสีย
จากนั้นเวลา 13.30 น. นายเศรษฐาและคณะเดินทางต่อมายังวัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย เพื่อเข้าสักการหลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อบ้านหลวงพ่อพระใส ซึ่งเป็นอารามหลวง ทันทีที่นายเศรษฐา ได้เดินมาถึงอุโบสถได้มีชาวบ้านเข้ามาขอถ่ายรูป พร้อมนำผ้าขาวม้ามาผูกที่เอว และกล่าวว่า ต้องผูกแน่นๆ จะได้อยู่นานๆ พวกเรารอมานานแล้ว นายกรัฐมนตรี ต้องอยู่นานๆ จากนั้นนายเศรษฐา ได้เข้ากราบสักการะพระพุทธรูปหลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองหนองคาย และนมัสการ พระเทพวชิรคุณ (รศ.ดร.พิศิษฐ์ สุวีโร) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ชัย พร้อมทั้งรับพรจากเจ้าอาวาสที่ระบุว่า “ได้ติดตามพวกท่านทั้งหมด รู้จักชื่อรัฐมนตรีทุกคน ขอให้ช่วยกันบริหารประเทศให้ดี”
จากนั้นนายเศรษฐา ได้ก้มกราบรับน้ำมนต์จากเจ้าอาวาส โดยเจ้าอาวาสได้ใช้ตอกพรมน้ำมนต์แตะไปที่ศีรษะของนายกรัฐมนตรี


