หน้าแรก การเมือง โรม ลั่น มาตร...

โรม ลั่น มาตรฐานต่ำกว่า รบ.บิ๊กตู่ ผิดหวัง ‘คำแถลงนโยบาย’ หวังวันนอร์คุมสภาได้-ก.ก.รออภิปรายเข้ม

9.09.23 | 16:47 น.

‘โรม’ ลั่น น่าผิดหวัง ‘คำแถลงนโยบาย’ มาตรฐานต่ำกว่า รบ.บิ๊กตู่ คาดหวังวันนอร์คุมสภาได้-ก.ก.รออภิปรายเข้มข้น

เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมของ ส.ส.พรรค ก.ก. ก่อนวันประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ว่าหลักก็คงจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านเศรษฐกิจ และการเมือง เป็น 2 กลุ่มหลักที่มุ่งเน้น มีผู้อภิปรายโดยรวมประมาณ 30 คน ที่จะทำหน้าที่ในการอภิปราย ยังไม่อยากเปิดเผยการบ้าน แต่คงจะครอบคลุมทุกมิติของทุกประเด็น

เมื่อถามว่าจากที่ได้ดูคำแถลงนโยบายที่รัฐบาลส่งมาให้ทางรัฐสภา พรรค ก.ก.เห็นข้อบกพร่อง หรืออยากเสนอแนะในนโยบายด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่?

นายรังสิมันต์กล่าวว่า จริงๆ คงจะเสนอแนะในวันอภิปราย แต่ถ้าจะพูดคร่าวๆ ก่อนต้องเรียนตามตรงว่า การแถลงนโยบายที่ได้รับมาไม่ได้สะท้อนถึงความพร้อมของรัฐบาลเลย รัฐบาลไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความชัดเจน และที่สำคัญถ้าเปรียบเทียบกับการทำแถลงนโยบายก่อนๆ แม้กระทั่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทย (พท.) เอง ก็ต้องยอมรับว่าอันนี้มีคุณภาพที่ต่ำกว่า เพราะว่ามีลักษณะที่ค่อนข้างเลื่อนลอย ไม่ชัดเจนค่อนข้างสูง และหลายนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ก็ไม่ได้อยู่ในนั้น

“ดังนั้น ก็ต้องยอมรับว่ามาตรฐานค่อนข้างต่ำกว่า แม้จะเปรียบเทียบกับรัฐบาลเพื่อไทยก่อนหน้านี้อย่างในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย แม้กระทั่งเปรียบเทียบกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เผลอๆ ยังแย่กว่าด้วยซ้ำในส่วนของคำแถลงนโยบาย” นายรังสิมันต์กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่าในส่วนที่ก้าวไกลได้มี ส.ส.ลงชื่อร่วมอภิปรายไว้แล้วประมาณ 30 คน จะมีการเพิ่มจำนวนผู้อภิปรายหรือไม่?

นายรังสิมันต์กล่าวว่า จริงๆ มีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 60 คน แต่ด้วยข้อจำกัดเวลา 10 ชั่วโมง จึงจำเป็นต้องขอร้องว่าบางท่านอาจจะไม่ได้อภิปราย และทางพรรคมีกระบวนการในการให้แต่ละท่านที่ยื่นความจำนงมา

“พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนสอบคัดเลือกเลย ดังนั้น เนื้อหาสาระที่จะถูกนำไปอภิปรายจะต้องเข้มข้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าถ้ารัฐบาลนำไปปรับใช้จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชนอย่างมาก

“ต้องเรียนตามตรงว่าเรามีการเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มานาน เพราะว่าตอนแรกเราเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่จะโดนหักหลัง ดังนั้น เราก็มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนโยบายต่างๆ เพื่อว่าเราจำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด แต่ผมเข้าใจว่าตรงกันข้ามกับรัฐบาลอย่างเพื่อไทยที่อาจจะไม่ได้เตรียมความพร้อมนี้มาตั้งแต่ต้น เลยอาจจะทำให้สุดท้ายไม่ได้ให้ความสำคัญของการเอานโยบายมาปรับใช้เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชน แต่เราก็พร้อมให้โอกาส เราพร้อมให้โอกาสรัฐบาลได้ลองทำงาน แต่พอดูจากเนื้อหาการแถลงนโยบายแล้วต้องยอมรับว่า ค่อนข้างน่าผิดหวัง” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่าคิดเห็นอย่างไรกับประเด็นที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา อยากให้การอภิปรายเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่เป็นการอภิปรายในเชิงไม่ไว้วางใจ เพราะกังวลว่าจะทำให้เกิดการประท้วง ทำให้การประชุมไม่ราบรื่น?

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ประการแรก คงไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ อันนี้ก็คงจะทำความเข้าใจตรงกัน ส่วนเนื้อหาสาระจะเข้มข้นไปบ้าง คิดว่ามันก็คงต้องไปดูตามระเบียบต่างๆ ว่าถูกต้อง ไม่ถูกต้องอย่างไร ส่วนว่าจะมีการนำไปสู่การประท้วงอะไรต่างๆ วุ่นวาย ต้องเรียนตามตรงว่า 4 ปีที่แล้ว ผู้ที่ลุกขึ้นประท้วงจำนวนมาก ลุกขึ้นประท้วงอย่างไร้สาระก็เยอะ เวลาบอกว่าอยากให้การทำงานของสภาราบรื่น เป็นไปอย่างถูกต้อง คิดว่าก็ต้องพิจารณาจาก 2 ทางคือ ผู้อภิปรายและผู้ประท้วง

“เราคงไม่สามารถที่จะมาจำกัดบทบาทของผู้อภิปรายอย่างเดียวได้ แม้ผู้อภิปรายจะอภิปรายถูกต้อง แต่คนประท้วงมันก็จะประท้วง ดังนั้น ก็ค่อนข้างคาดหวังว่านายวันมูหะมัดนอร์จะควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการมีคำวินิจฉัยที่เด็ดขาด ให้ผู้ประท้วงไม่ประท้วงอย่างไม่เป็นสาระ อันนี้ก็คงเป็นสิ่งที่คงต้องอาจจะฝากไปถึงนายวันมูหะมัดนอร์ แต่นายวันมูหะมัดนอร์เคยมีประสบการณ์เป็นประธานสภามาแล้ว ผมคิดว่าน่าจะทราบแล้วก็เข้าใจอยู่แล้วว่าเทคนิคในการประท้วงเพื่อทำลายจังหวะของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่าหากฝั่งรัฐบาลจะมี ส.ส. หรือองครักษ์ ลุกขึ้นมาประท้วงไม่ให้มีการอภิปรายนายกฯมากเกินไป ทางพรรค ก.ก.ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ใช่หรือไม่?

นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เชื่อว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลพยายามปิดปาก มันก็จะเป็นผลเสียต่อฝ่ายรัฐบาลเอง

เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะให้โอกาสรัฐบาลทำงานไปกี่เดือน จึงจะเริ่มทำการตรวจสอบอย่างเข้มข้น?

นายรังสิมันต์เผยว่า จริงๆ คงไม่ใช่บอกว่าจะไม่ตรวจสอบเลย ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ เพราะตอนนี้ต้องทำหน้าที่ในสภาอย่างเต็มที่แล้ว ทันทีที่เงินเดือนจากภาษีประชาชนเข้าบัญชี ก็ควรจะตระหนักได้ว่า การทำหน้าที่ของพวกเราต้องเต็มที่เพื่อให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนทุกบาท ทุกสตางค์ เพียงแต่ว่าในเรื่องของการทำหน้าที่ของรัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ต่อไปตามวาระตามโอกาส แต่เมื่อมีข้อผิดพลาดมีข้อท้วงติง คิดว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปปรับปรุงแก้ไข

“อย่าไปคิดว่าฝ่ายค้านพูดอะไรไปคุณต้องไม่ปฏิบัติตาม เดี๋ยวทำไปแล้วฝ่ายค้านได้หน้า ถ้าคิดกันแบบนี้ผมอยากฝากอย่างนี้เลยว่า การเมืองและนักการเมืองจำนวนมากชอบคิดแบบนี้ว่า เดี๋ยวถ้าเกิดฝ่ายนู้นเสนอ แล้วทำไปทำตามเดี๋ยวเข้าทางเขา ดังนั้น ไม่ทำ จนสุดท้ายมันกลายเป็นอีโก้ ซึ่งอีโก้เหล่านี้ไม่ช่วยอะไรเลย ทำร้ายทั้งรัฐบาล ทำร้ายประชาชน และผมเชื่อว่ารัฐบาลแบบนั้นจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างแน่นอน” นายรังสิมันต์กล่าว

เมื่อถามว่าในการอภิปรายวันแถลงนโยบายของรัฐบาล ส่วนตัวจะอภิปรายในประเด็นใดบ้าง?
นายรังสิมันต์หัวเราะเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมจะอภิปราย ให้รอดูดีกว่าครับ”