‘โรม’ ซัดเนื้อหานโยบาย รบ. ‘เศรษฐา’ มาตรฐานต่ำกว่าสมัย ‘ยิ่งลักษณ์’ แย่ยิ่งกว่ายุค ‘บิ๊กตู่’
เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงความพร้อมของ ส.ส.พรรค ก.ก.ก่อนวันประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 11-12 กันยายนนี้ว่า หลักๆ ของการอภิปรายเนื้อหานโยบายของรัฐบาลคงจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ด้านเศรษฐกิจและการเมือง เป็น 2 กลุ่มหลักที่มุ่งเน้น มีผู้อภิปรายโดยรวมประมาณ 30 คน จะทำหน้าที่ในการอภิปราย ยังไม่อยากเปิดเผยการบ้าน แต่คงจะครอบคลุมทุกมิติของทุกประเด็น
เมื่อถามว่า พรรค ก.ก.มี ส.ส.ลงชื่อร่วมอภิปรายไว้แล้วประมาณ 30 คน จะเพิ่มจำนวนผู้อภิปรายหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า จริงๆ มีผู้ร่วมลงชื่อกว่า 60 คน แต่ด้วยข้อจำกัดเวลา 10 ชั่วโมง จึงต้องขอร้องว่าบางท่านอาจจะไม่ได้อภิปราย และทางพรรคมีกระบวนการในการให้แต่ละท่านที่ยื่นความจำนงมา พูดง่ายๆ ก็คือเหมือนสอบคัดเลือกเลย
“เนื้อหาสาระที่จะถูกนำไปอภิปรายจะเข้มข้นอย่างแน่นอน เชื่อว่าถ้ารัฐบาลนำไปปรับใช้จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลและประชาชนอย่างมาก ต้องเรียนตามตรงว่าเรามีการเตรียมความพร้อมเรื่องนี้มานาน ตอนแรกเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อนจะโดนหักหลัง ดังนั้น มีการเตรียมความพร้อมในเรื่องนโยบายต่างๆ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ที่สุด เข้าใจว่าตรงกันข้ามกับรัฐบาลอย่างเพื่อไทยที่อาจจะไม่ได้เตรียมความพร้อมนี้มาตั้งแต่ต้น เลยอาจจะทำให้สุดท้ายไม่ได้ให้ความสำคัญของการเอานโยบายมาปรับใช้เพื่อให้เกิดผลต่อประชาชน แต่พร้อมให้โอกาสรัฐบาลได้ทำงาน แต่พอดูจากเนื้อหาการแถลงนโยบายแล้วต้องยอมรับว่า ค่อนข้างน่าผิดหวัง” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า จากที่ได้ดูคำแถลงนโยบายรัฐบาล พรรค ก.ก.เห็นข้อบกพร่อง หรืออยากเสนอแนะด้านใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงจะเสนอแนะในวันอภิปราย แต่ถ้าจะพูดคร่าวๆ การแถลงนโยบายที่ได้รับมาไม่ได้สะท้อนถึงความพร้อมของรัฐบาลเลย ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความชัดเจน ที่สำคัญถ้าเปรียบเทียบกับการทำแถลงนโยบายก่อนๆ แม้กระทั่งรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเอง ก็ต้องยอมรับว่าอันนี้มีคุณภาพที่ต่ำกว่า เพราะว่ามีลักษณะค่อนข้างเลื่อนลอยไม่ชัดเจนค่อนข้างสูง และหลายนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ก็ไม่ได้อยู่ในนั้น
“ดังนั้น ต้องยอมรับว่ามาตรฐานค่อนข้างต่ำกว่า แม้จะเปรียบเทียบกับรัฐบาลเพื่อไทยก่อนหน้านี้อย่างในยุคของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลย เปรียบเทียบกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เผลอๆ ยังแย่กว่าด้วยซ้ำในส่วนของคำแถลงนโยบาย” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า คิดเห็นอย่างไรกับประเด็นที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา อยากให้การอภิปรายเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ใช่อภิปรายในเชิงไม่ไว้วางใจ กังวลว่าจะทำให้เกิดการประท้วง นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื้อหาสาระจะเข้มข้นไปบ้าง คิดว่ามันก็คงต้องไปดูตามระเบียบต่างๆ ว่าถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างไร ส่วนนำไปสู่การประท้วงอะไรต่างๆ วุ่นวาย โดย 4 ปีที่แล้ว ผู้ที่ลุกขึ้นประท้วงจำนวนมาก อย่างไร้สาระก็เยอะ คิดว่าก็ต้องพิจารณาจาก 2 ทางคือ ผู้อภิปรายและผู้ประท้วง
“เราคงไม่สามารถจำกัดบทบาทของผู้อภิปรายอย่างเดียวได้ แม้ผู้อภิปรายจะอภิปรายถูกต้องแต่คนประท้วงก็จะประท้วง ค่อนข้างคาดหวังว่านายวันมูหะมัดนอร์ จะควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการมีคำวินิจฉัยที่เด็ดขาด ให้ผู้ประท้วงไม่ประท้วงอย่างไม่เป็นสาระ อันนี้อาจจะฝากไปถึงนายวันมูหะมัดนอร์ ที่เคยมีประสบการณ์เป็นประธานสภามาแล้ว น่าจะเข้าใจอยู่แล้วว่าเทคนิคในการประท้วงเพื่อทำลายจังหวะของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร” นายรังสิมันต์กล่าว
เมื่อถามว่า หากฝั่งรัฐบาลจะมี ส.ส. หรือองครักษ์ ลุกขึ้นมาประท้วงไม่ให้อภิปรายนายกฯมากเกินไป ทางพรรค ก.ก.ไม่ได้กังวลใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า คงต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เชื่อว่าถ้าฝ่ายรัฐบาลพยายามปิดปาก มันก็จะเป็นผลเสียต่อฝ่ายรัฐบาลเอง

