มูลนิธิสืบฯจับตา นโยบายกระทรวงทรัพยากรฯ อยากเห็น 7 ข้อปฏิบัติ รอดูจะได้เสียงโห่ หรือเสียงเชียร์
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายภานุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ในการแถลงนโยบายรัฐบาล ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ในฐานะที่ทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติแลัสิ่งแวดล้อม มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ของจับตาจับตาการแถลงนโยบายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างใกล้ชิด
นายภานุเดชกล่าวว่า สิ่งที่อยากเห็น และสิ่งที่เป็นกังวลของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร คือ 1.อยากเห็นภาพการส่งเสริมการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กและ ขนาดกลางในภูมิภาค ในฐานะที่มี กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ในสังกัด แทนการพัฒนาแหล่งน้ำหรือเขื่อนในป่าอนุรักษ์ ที่กรมชลประทาน พยายามผลักดันมาโดยตลอด ซึ่งควรจะล้มเลิกแนวคิดนี้ไปได้แล้ว
2.จะมีมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกัน ดูแลรักษาพื้นที่ป่าหรือไม่ ซึ่งปีที่ผ่านมาพื้นที่ป่าลดลงเกือบแสนไร่ 3.การจัดการกับ PM2.5 ที่อีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เข้าสู่ฤดูหนาว ปัญหานี้จะเกิดขึ้น (และนจะทวีความรุนแรงมากขึ้นกว่สเดิม) จะมีไหม
4.เรื่องเร่งด่วนในการแก้ปัญหาที่ดินชุมชนในพื้นที่อนุรักษ์ที่ยังไม่จบ เนื่องจากกฎหมายลำดับรองยังคาราคาซังมาเกือบจะห้าปีแล้ว ควรต้องรีบดำเนินการ 5.แต่หากมีประเด็นการเสนอนโยบายแปลงพื้นที่จัดสรรตามโครงการ คทช. มาออกเอกสิทธิ์ส่วนบุคคล เดาได้เลยว่าจะเป็นจุดจบของรัฐบาลชุดนี้ทันที (ตัวอย่างจากปี 2535 รัฐบาลถึงกับต้องยุบสภาจากกรณีการออก ส.ป.ก.4-01 โดยมิชอบ)
6.อยากเห็นความโปร่งใสในการบริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นที่มีนโยบายให้ทุกกรมในสังกัด นำการจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (career path) มาใช้อย่างจริงจัง เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อต้านคอร์รัปชั่นเพราะ “คอร์รัปชั่นคือการทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่รุ่นแรง”
7.การผลักดันงบประมาณรัฐบาล เพิ่มค่าตอบแทนและสวัสดิการสวัสดิภาพ ผู้พิทักษ์ป่า ถือเป็นบุคลากรของกระทรวง ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ป่า อย่างเสียสละ เพื่อปกป้องความมั่นคงด้านทรัพยากรให้กับคนไทยทุกคน โดยเรื่องนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีต้นเรื่องเสนอสำนักงบประมาณอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
“มาดูกันว่า แถลงนโยบายครั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคนนี้ จะได้เสียงโห่ หรือเสียงเชียร์” ประธานมูลนิธิสืบฯ กล่าว

