‘จุรินทร์’ ซัด มาตรฐาน รบ.สวนทางความสูงนายกฯ เปรียบ เป็นนโยบายน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง จวก ขึ้นค่าแรง-เงินเดือนขั้นต่ำ 25,000 ขายฝัน ชี้ นโยบายที่กล่าวมาเป็นแค่ลมปากตอนหาเสียง ดีแล้วที่ไม่มีนโยบายจำนำข้าว-ประกันรายได้ กันเกิดคอร์รัปชั่น อัด รบ.ต้องยึดหลักนิติธรรมเท่าเทียม ไม่ใช่คนจนติดคุก
เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีกับนายเศรษฐาและ ครม.ทุกคน นับจากนี้ตนและพรรค ปชป. จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านตามวิถีทางรัฐสภา นายเศรษฐาประกาศว่า รัฐบาลนี้จะเป็นของประชาชน ตนก็ขอประกาศว่า พรรค ปชป.ก็จะทำหน้าที่ของประชาชนและจะทำหน้าที่ตรวจสอบราชการแผ่นดินเต็มความสามารถ ตนขอแสดงจุดยืนสั้นๆ ต่อประธานสภา 2 ข้อ หนึ่ง ขอยืนยันว่าพวกตนจะไม่ค้านทุกเรื่อง แต่จะทำหน้าที่ฝ่านค้านเข้มแข็ง ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนและรักษาประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน สอง การทำงานร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น พรรค ปชป.ถือหลักแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง อะไรที่เป็นจุดยืนสำคัญของพรรคอย่าง ไม่แตะ ม.112 แม้ในวันหนึ่งอาจจะมีพรรคร่วมฝ่ายค้านใดได้เสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณในสภา ปชป.จะไม่สนับสนุน ขณะเดียวกันพวกตนพร้อมทำหน้าที่ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคเต็มกำลัง ที่ต้องหยิบยกเรื่องนี้มาพูดก่อนเพื่อป้องกันความไม่เข้าใจที่อาจเกิดในอนาคต จนนำไปสู่ข้อครหาว่าฝ่ายค้านแตกกัน จนทำให้การทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลแทนประชาชนขาดน้ำหนักโดยไม่จำเป็น
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายที่นายกฯแถลงไป ตนได้ดูอย่างละเอียด มีความเห็นเหมือนสาธารณชนทั่วไปและสมาชิกหลายคนที่อภิปราย ว่ามาตรฐานรัฐบาลชุดนี้สวนทางกับความสูงของนายกฯ จริงๆ การตั้งโจทย์ประเทศคลุมเครือ นโยบายเลื่อนลอยขาดความชัดเจน หากใครอ่านครบจะพบว่าฟุ่มเฟือยด้วยวาทกรรมวกไปวนมา กลายเป็นนโยบายน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ที่สำคัญที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ นโยบายที่นายเศรษฐาแถลงเมื่อสักครู่และนโยบายหาเสียงเป็นหนังคนละม้วน เป็นนโยบายไม่ตรงปกอย่างที่วิจารณ์กัน
นโยบายแรก เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ตอนหาเสียงอึกทึกคึกโครม สร้างความหวังให้เด็กที่กำลังจะเรียนจบ วันนี้นโยบายนี้หายไปไหนเสียแล้ว กลายเป็นนโยบายนินจาเพราะหายไปอย่างไร้ร่องรอย หรือท่านคิดว่านโยบายนี้ตอนหาเสียง ว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปี 2570 อย่างไรก็อยู่ไม่ถึง จึงไม่จำเป็นต้องระบุไว้ ท่านสัญญาแล้วต้องทำ ตนขอทวงสัญญานี้แทนคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศ

นโยบายที่สอง ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ตอนหาเสียงหลายฝ่ายท้วงว่าหากขึ้นค่าแรงทันที 600 บาทต่อวัน น่าเป็นห่วงเอกชน และเอสเอ็มอีโดยเฉพาะในต่างจังหวัด เพราะรับต้นทุนที่สูงขึ้นกะทันหัน สุดท้ายหากต้นทุนสูงขึ้น ต้องไปผลักภาระให้สินค้าผลิตผล กรรมตกไปอยู่กับประชาชน ในที่สุดเอสเอ็มอีเจ๊ง ผู้บริโภคก็เจ๊ง แต่ท่านไม่ฟังเพราะกำลังหาเสียงโกยคะแนนกับผู้ใช้แรงงาน และสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นค่าแรง 600 บาทต่อวันในปี 2570 พอมาดูนโยบายที่ท่านแถลง มีระบุไว้เพียงแค่บรรทัดเดียวว่า ค่าแรงขั้นต่ำที่เป็นธรรมคือสิ่งที่จะทำ รวมทั้งสามารถทำให้ผู้ใช้แรงงานเข้าถึงสวัสดิการที่เหมาะสม
นโยบายที่สาม รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ขีดเส้นใต้ว่า ทำทันที ล่องหนไปอีกนโยบาย นักข่าวทนไม่ไหวตามไปสัมภาษณ์นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ท่านอึกอักบอกว่า อีกสองปีจะทำ ไม่เป็นไร อย่างน้อยท่านก็ผิดคำพูดไปอีกหนึ่งคำแต่อย่าผิดคำพูดที่สองต่อไป ท่านต้องทำเกิดขึ้นให้ได้ คำถามคือ เอาเงินที่ไหนมาทำ จะต้องเอาเงินประเทศไปชดเชยให้บริษัทเอกชนหรือไม่ อย่างไร นี่คือสิ่งที่รัฐบาลและนายกฯต้องตอบ
นโยบายที่สี่ นโยบายลดความเหลื่อมล้ำ เมื่อสักครู่ น.ส.ศิริกัญญาเอ่ยไปว่า เติมเงินให้ทุกครอบครัวที่รายได้ต่ำกว่า 20,000 บาท ทุกเดือน แต่ให้นักวิชาการดูคร่าวๆ ว่าครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน มีเกือบ 20 ล้านครอบครัว หากจะทำนโยบายนี้ต้องเติมเงินหลักแสนล้าน จะนำเงินมาจากไหน หรือสุดท้ายกลายเป็นนโยบายล่องหน
นโยบายที่ห้า เรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ตอนหาเสียงท่านบอกว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ ในจังหวัดที่มีความพร้อม วันนี้ที่นายกฯแถลงไม่มีสักคำ และยังถูกแปลงโฉม จากผู้ว่าราชการที่มาจากการเลือกตั้ง ไปเป็นผู้ว่าฯซีอีโอ เปลี่ยนจากกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเป็นรวบอำนาจมาสู่การปกครองส่วนภูมิภาค
นายจุรินทร์กล่าวอีกว่า ตนหยิบ 5 นโยบายมาเป็นตัวอย่างเพื่อจะบอกว่า แค่ลมปากตอนหาเสียง เพราะท่านไม่เขียนในนโยบายที่แถลง ตนต้องพูดเพราะมีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารแทนประชาชน และต้องพูดให้รัฐบาลได้ตระหนักว่า หาเสียงได้แต่ต้องมีความรับผิดชอบ
“อย่าให้เหมือนตอนไล่หนูตีงูเห่า สุดท้ายทั้งหนูทั้งงูเห่าอยู่ด้วยกัน แล้วก็กลายเป็นแค่เทคนิคการหาเสียงหรือแค่นโยบายการละคร สิ่งนี้ประชาชนไม่ต้องการเห็น ต้องการยกระดับมาตรฐานการเสียงของพรรคการเมืองให้สูงกว่านี้ พูดแล้วต้องทำอย่างที่ประชาชนคาดหวัง” นายจุรินทร์กล่าว

นโยบายที่หก นโยบายการเกษตร นายเศรษฐากล่าวที่ จ.ขอนแก่นชัดเจน ว่ารัฐบาลนี้จะไม่มีนโยบายจำนำข้าวและประกันรายได้เกษตรกร ไม่มีนโยบายจำนำข้าวดีแล้วเพราะเป็นต้นเหตุการทุจริตคอร์รัปชั่น นโยบายจำนำข้าวจนวันนี้สร้างภาระหนี้ให้ประเทศ 884,000 ล้านบาท ประเทศไทยยังค้างชำระหนี้โครงการนี้อยู่ 254,000 ล้านบาท ซึ่งคนที่จะต้องใช้ต่อไปรัฐบาลถัดจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเหมือนกรรมมีจริง
ทำให้ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรค พท. ลุกขึ้นประท้วงว่า ผู้อภิปรายอยู่กำลังอภิปรายเลยกรอบ ที่เรากำลังอภิปรายรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ใช่อดีตและการอภิปรายของนายจุรินทร์เป็นเท็จในสภา จึงขอให้ถอนคำพูดที่บอกโครงการจำนำข้าวในสมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี สร้างความเสียหาย
ต่อมานายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ลุกขึ้นประท้วงเช่นกันว่า พรรค พท.ไม่ได้มีโอกาสแสดง โดนปฏิวัติเสียก่อน เพื่อไล่ล่าและเปลี่ยนรัฐบาล ตนจึงอยากให้ความเป็นธรรมกับเรื่องนี้ ไม่อยากให้พูดกันต่อ เพราะทั้งการจำนำข้าวหรือการประกันราคาข้าว เป็นการช่วยเหลือชาวนา
จากนั้น นายจุรินทร์ได้อภิปรายต่อว่า ตนกำลังอภิปรายถึงรัฐบาลชุดนี้ที่นายกฯบอกว่าไม่ทำจำนำข้าว ตนว่าดีแล้ว และตนพร้อมสนับสนุน เพราะจำนำข้าวรัฐบาลนี้ต้องมาใช้หนี้ 250,000 ล้านบาท แต่คำถามคือถ้านายกฯไม่ทำจำนำข้าวและไม่ทำประกันรายได้เกษตรกร แปลว่าต่อไปนี้ข้าว มัน ยาง ปาล์ม ข้าวโพด ไม่มีเงินส่วนต่างแล้วใช่หรือไม่ และถ้าวันหนึ่งราคาพืชผลเกษตรเหล่านี้ราคาตก อะไรจะกลายเป็นตัวช่วยให้เกษตรกรช่วยยังชีพอยู่ได้ และนายกฯระบุว่าจะพักหนี้เกษตรกรแทน ตนไม่ค้านแต่พักหนี้แค่หยุดต้นกับหยุดดอก หมดเวลาเมื่อไหร่ก็มารวมกันกลายเป็นหนี้เดินต่อ สุดท้ายพักหนี้แค่ต่อลมหายใจให้เกษตรกรชั่วคราว ส่วนนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ย้ำว่ารัฐบาลต้องทำเพราะเป็นสัญญาที่หาเสียงไว้ แต่มีคำถามคือทำอย่างไร และเอาเงินมาจากไหน ขอเตือนว่าอย่าให้นโยบายนี้กลายเป็นการทุจริตเชิงนโยบายเด็ดขาด สำหรับเรื่องนโยบายเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรัฐบาลเขียนไว้ในนโยบายเร่งด่วน ตนและพรรค ปชป.ให้การสนับสนุนเรื่องดังกล่าว แต่มีข้อสังเกตว่าทำไมนโยบายไม่กล้าระบุให้ชัด เกรงใจใครหรือไม่ ส่วนเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ตนเป็นห่วงว่ารัฐบาลเอาจริงแค่ไหน เพราะทั้งเล่มนโยบายป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น มี 2 บรรทัด ซึ่งทางรัฐบาลต้องตระหนักว่าไม่ทำเหมือนอดีต เพื่อรักษาประชาธิปไตยและประโยชน์สูงสุดของประชาชน เพราะรัฐบาลท่านในอดีตเคยถูดยึดอำนาจ 2 ครั้ง เพราะเหตุแห่งการทุจริต และการออกกฎหมายล้างการทุจริต จนคนออกมาเป็นล้าน และในที่สุดนำมาสู่การยึดอำนาจ ท่านจะต้องไม่ทำประวัติศาสตร์ไปซ้ำรอยเดิมอีก และตนขอให้กำลังใจถ้าท่านตั้งใจปราบปรามทุจริตจริงๆ
ซึ่งทำให้นายครูมานิตย์ลุกขึ้นประท้วงว่า ตนไม่สบายใจเพราะผู้อภิปรายระบุว่าพรรคของตน รัฐบาลในอดีตโดนปฏิวัติด้วยการทุจริต ตนว่าเป็นการใส่ร้ายเกินเหตุความเป็นจริง สังคมรู้ บางพรรคอาศัยบุญบารมีของคณะปฏิวัติ วันนี้เริ่มสูญเสียอำนาจ และกำลังสูญเสียอะไรหลายๆ อย่าง ต้องถอนคำว่าทุจริต
และนายจุรินทร์อภิปรายต่อว่า นโยบายที่นายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนว่าจะฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่มีความเข้มแข็ง รัฐบาลข้ามขั้ว แม้จะเปลี่ยนชื่อเป็นรัฐบาลสลายขั้ว สลายความขัดแย้งไม่ได้ มีแค่หลักนิติธรรมที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศมีความหวัง ซึ่งหลักนิติธรรมคือทุกคนเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ซึ่งนโยบายดังกล่าวคือจุดเริ่มต้นของความหวัง จะศักดิ์สิทธิ์หรือเป็นจริงได้อยู่ที่ตัวของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล การพระราชทานอภัยโทษที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 กันยายน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษต้องสำนึก และรัฐบาลก็ต้องสำนึกว่าผู้ได้รับพระราชทานอภัยโทษยังเป็นผู้มีความผิด หากมีคำพิพากษาศาลในคดีใดเกิดขึ้นอีกว่ามีการกระทำความผิดก็ยังจะต้องรับโทษใหม่ในอนาคต จึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตระหนักว่าเป็นหน้าที่ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายโดยหลักนิติธรรม เท่าเทียมกับคนไทยทุกคนต่อไป ถ้ารัฐบาลก่อนหน้าทำไม่ถูก ท่านก็ทำให้ถูก อย่าปล่อยเลยตามเลย ตนเห็นว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญของรัฐบาลที่จะทำให้วลีที่เราพูดกันว่า คุกมีไว้แค่ขังคนจน กับคนไม่มีอำนาจ ให้หายไปได้ โดยนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ตนขอให้นายกรัฐมนตรีรักษาคำพูด ยึดมั่นในสิ่งที่แถลงไป ขอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลประสบความสำเร็จในการเร่งฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งให้เกิดขึ้นได้โดยเร็ว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เศรษฐา เข้าสภา โซโล่แถลงนโยบาย พลิกฟื้นเศรษฐกิจ เดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต
- ศิริกัญญา ซัดพท. มาตรฐานตก คำแถลงนโยบายไร้เป้าหมาย เหมือนคำอธิษฐานทำประเทศหลงทาง
-
ส.ว.คำนูณ จี้ถามที่มางบ เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท อัดเทหมดหน้าตัก หวั่นซ้ำรอยจำนำข้าว

