หน้าแรก การเมือง ปชป. ถาม รบ.จ...

ปชป. ถาม รบ.จะลดค่าไฟยังไง ไม่แจงให้ชัด โรงไฟฟ้า 4 หมื่นล้าน รบ.ก่อน ปชช.ไม่ได้ใช้ จะสานต่อ?

11.09.23 | 16:46 น.

‘ชัยชนะ’ แนะ 6 ข้อแก้ปัญหาราคาค่าไฟฟ้าสูง ถาม รัฐบาลที่แล้วเอื้อเอกชนสร้างโรงไฟฟ้าที่อาจไม่ชอบ กม. รัฐบาลนี้จะหยุดหรือทำต่อ อัด แม้พูดถึงพลังงานทางเลือกใหม่ แต่ไม่ลงรายละเอียด

เมื่อเวลา 15.15 น. วันที่ 11 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานสภา

นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายว่า สิ่งหนึ่งที่เขียนไว้ในนโยบายของรัฐบาลคือ จะสนับสนุนการบริหารจัดการพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมทันที และจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ โดยวางแผนความต้องการรวมถึงการจัดหาแหล่งพลังงานอย่างเหมาะสม ส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพลังงานเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน แต่ตนยังไม่เห็นว่าจะลดราคาพลังงานเช่นไร และจะลดค่าน้ำมันให้ประชาชนด้วยวิธีการไหน ใช้งบประมาณอย่างไร เพราะงบประมาณของประชาชนจะต้องไม่สิ้นเปลืองเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งในนโยบายของท่านไม่ได้บอก เพราะที่ผ่านมาประชาชนต้องจ่ายค่าไฟ 4-6 บาท และได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าจะเป็นประชาชน ภาคธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ รวมถึงภาคเกษตรกรรม แต่รัฐบาลยังใช้งบประมาณภาษีประชาชนกว่า 4 หมื่น 9 พันล้านบาทต่อปี เพื่อจ่ายในสิ่งที่ประชาชนไม่ได้ใช้ เรียกว่าเรายอมเสียค่าโง่ทั้งที่รู้อยู่แล้ว และวันนี้เรายังไม่ได้รับคำตอบจากการแถลงนโยบาย

นายชัยชนะกล่าวต่อว่า รัฐบาลจึงควรต้องใส่ใจรายละเอียดในการแก้ปัญหาให้ชัดเจนและตรงจุดเพื่อป้องกันงบประมาณที่รั่วไหลและหยุดซ้ำเติมค่าครองชีพของประชาชน ดังนี้ การวางแผนการผลิตไฟฟ้าของรัฐบาลผิดพลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะคำนึงถึงความมั่นคงจนเกินความจำเป็น และเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจพลังงานไฟฟ้าของภาคเอกชนบางกลุ่ม ซึ่งมีบริษัทไฟฟ้าเอกชนบางกลุ่มสัมปทานจากรัฐตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบันทั้งหมด 30 โรง และเอกชนมีสัดส่วนในการผลิตไฟฟ้าสูงถึงร้อยละ 70 ของกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ ขณะที่กำลังผลิตไฟฟ้าของรัฐเหลือเพียงร้อยละ 30 แต่รัฐบาลกลับปล่อยให้มีการผลิตไฟฟ้าสำรองร้อยละ 50 ซึ่งในข้อเท็จจริงความมั่นคงกำหนดไว้ที่ร้อยละ 15 เท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาสำรองไฟหรือโรงไฟฟ้าในระบบล้นจนเกินความต้องการของประชาชน

Advertisement

โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ 7 ใน 12 แห่ง ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าหรือเดินเครื่องไม่เต็มศักยภาพ เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้าล้นเกินความต้องการใช้ไฟฟ้า แต่ยังได้รับเงินค่าพร้อมจ่ายไฟฟ้าแบบไม่ซื้อก็ต้องจ่ายคาดว่าเป็นจำนวนเงินมาก 4 หมื่น 9 พันล้านบาทต่อปี รวมถึงมีการจ่ายกำลังผลิตไฟฟ้าไปให้โรงไฟฟ้าขนาดเล็กซึ่งร้อยละ 66 ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงทำให้มีต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่แพงกว่าการผลิตไฟฟ้าจากโรงงานไฟฟ้าขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ผู้ผลิตไฟฟ้าไม่ได้ใช้ราคาก๊าซธรรมชาติราคาถูกจากอ่าวไทย แต่ใช้ราคาก๊าซธรรมชาติ (Pool Gas) ก๊าซที่มีราคาสูงขึ้น

การจัดสรรก๊าซธรรมชาติผิดพลาดทำให้ต้นทุนด้านต้นทุนธรรมชาติสูงเกินควร ซึ่งการจัดการส่วนใหญ่ดำเนินการโดยบริษัท การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ แทนที่รัฐจะหยุดหรือรับซื้อไฟฟ้าทั้งในประเทศและนอกประเทศเพื่อไม่ให้เกิดเป็นภาระของประชาชน แต่กลับเดินหน้ารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำจาก สปป.ลาว ในราคาที่แพงกว่า กฟผ. 2.75 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลนี้จะพูดถึงพลังงานทางเลือกใหม่แต่ยังไม่ได้ลงในรายละเอียด ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมายอมให้เอกชนก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลชุดนี้จะหยุดหรือทำต่อไป

นายชัยชนะกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เรามีข้อเสนอ 6 ข้อ ซึ่งเรียกว่าบันได 6 ขั้นที่รัฐบาลต้องนำไปใช้ ได้แก่ 1.ขอให้ตรึงค่า FT กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกภาคส่วน 2.ขอให้หยุดการอนุมัติโรงไฟฟ้าเอกชนใหม่ทั้งในประเทศและการนำเข้าจาก สปป.ลาว ซึ่งขณะนี้ไฟฟ้าล้นระบบทำให้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของรัฐน้อยกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนด เป็นสาเหตุสำคัญทำให้ค่าไฟแพง 3.จัดการต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ 4.ทบทวนสัญญาการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เอื้อเอกชน 5.เร่งสนับสนุนให้ประชาชนพึ่งตนเองด้านพลังงานด้วยระบบโซลาร์รูฟท็อป และรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน และ 6.หยุดผูกขาดสัมปทานรัฐกับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง