สภาป่วน ‘เพื่อไทย’ ประท้วงวุ่น หลัง ‘เศรษฐา’ ถูกด้อยค่า ‘นายกฯส้มหล่น’

12.09.23 | 11:46 น.

สภาป่วน ‘เพื่อไทย’ ประท้วงวุ่น หลัง ‘เศรษฐา’ ถูกด้อยค่า ‘นายกฯส้มหล่น’ จี้ ให้ถอนคำพูดแบบรุ่นพี่ขอรุ่นน้อง ก่อนถูก ‘วิโรจน์’ สวนกลับ “ไม่มีพี่สันดานแบบนี้”

เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 เป็นวันที่สอง ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดย เวลา 10.10 น. นายศิริโรจน์ ธนิกกุล ส.ส.สมุทรสาคร พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายว่า หากดูนโยบายด้านแรงงานของรัฐบาลเหมือนเป็นส่วนที่ถูกลืม แม้แต่กระทรวงแรงงานท่านก็ให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ดูแล ท่านอาจมองว่ากระทรวงแรงงานไม่ใช่กระทรวงที่ดีตามทัศนคติของท่านหรือไม่ เพราะพรรค ภท.ไม่มีนโยบายแรงงานที่ชัดเจน มีแค่นโยบายลดรายจ่ายภาคครัวเรือน ตนจึงไม่เข้าใจว่าทำไมท่านถึงมอบหมายให้พรรคนี้ดูแลกระทรวงแรงงาน อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนจะอภิปรายถึงปัญหาแรงงานใน 2 ส่วน คือ 1.แรงงานแพลตฟอร์ม และ 2.แรงงานข้ามชาติ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ไม่มีรายละเอียดว่าระบบสวัสดิการที่เหมาะสมคืออะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการอภิปราย นายศิริโรจน์ได้นำเสื้อแจ๊กเก็ตไรเดอร์มาสวมใส่ทับชุดสูทด้วย โดยระบุว่า ตนเคยเป็นไรเดอร์ส่งอาหารมาก่อน พบว่าพี่น้องไรเดอร์ต่างก็ไม่รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติงานไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มีการตีความว่าไรเดอร์ไม่ใช่ลูกจ้าง แต่เป็นตัวแทนหรือพาร์ตเนอร์ ทำให้บริษัทไม่ต้องดูแลตามกฎหมายแรงงาน สิทธิได้เท่าที่บริษัทจะเมตตาเจียดมาให้เท่านั้น ทางแก้ปัญหาจึงต้องมีการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงาน อย่างไรก็ตาม ตนผิดหวังในสิ่งที่นายเศรษฐาแถลงเป็นอย่างมาก เพราะเหมือนท่านจะลืมสิ่งที่ท่านให้ความหวังพี่น้องไรเดอร์ไปหมดสิ้นแล้ว หากท่านไม่รู้จะทำอย่างไรให้เอาร่างกฎหมายของพรรค ก.ก. เกี่ยวกับแรงงานและสวัสดิการสังคม ไปพิจารณา และช่วยกันผ่านกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน

นายศิริโรจน์กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาแรงงานข้ามชาติ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยขาดแรงงานข้ามชาติไม่ได้ เพราะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่จากการแถลงนโยบายมีถ้อยคำแค่ว่า จะเปิดรับแรงงานข้ามชาติมาสร้างช่วยประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ไม่บอกถึงรายละเอียด นโยบายมีความลักลั่นย้อนแย้ง มีความต้องการแรงงานแต่กังวลเรื่องความความมั่นคงและอาชญากรรม จึงมีการกำหนดระยะเวลาที่แรงงานข้ามชาติจะอยู่ในประเทศได้ ทำให้เกิดเรื่องส่วยในช่วงที่มีความต้องการแรงงานสูง ปัญหาค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติสูงเกินไป รวมถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแรงงานข้ามชาติ ตนหวังว่าสิ่งที่ตนอภิปรายวันนี้ท่านจะมีคำตอบที่ชัดเจน เพื่อคลายความกังวลให้พี่น้องแรงงาน

“นโยบายที่ท่านแถลงต่อรัฐสภารวมถึงสิ่งที่พรรคของท่านหาเสียงไว้ตอนเลือกตั้งจะไม่ได้ใช้เพื่อการโฆษณาหาเสียงเท่านั้น แต่ท่านจะมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อให้พี่น้องแรงงาน ประชาชนคนไทยทุกคนอยู่ดี กินดี มีเกียรติศักดิ์ศรีให้สมกับการเป็นนายกฯของประชาชน ไม่ใช่นายกฯส้มหล่นแบบที่ใครเขาว่ากัน” นายศิริโรจน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ส.ส.พรรค ก.ก.อภิปรายเสร็จสิ้น นายวิทยา แก้วภราดัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้ประท้วงการทำหน้าที่ของประธานในที่ประชุม พร้อมเรียกร้องให้เคร่งครัดการบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมรัฐสภา เพราะเวทีรัฐสภาไม่ใช่โรงแสดง

Advertisement

“ประธานผ่อนปรนข้อบังคับทำให้สภาไร้ระเบียบและวินัย ทั้งที่ข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐบาล เขียนไว้ชัดเจนว่าการอภิปรายต้องไม่วนเวียน เสียดสี ไม่ทำให้ใครเสียหาย ไม่นำเอกสารยืนอ่านโดยไม่จำเป็น แต่ปัจจุบันพบว่ามีนักอ่านเก่งๆ ในสภา และทำผิดข้อบังคับการประชุม ดังนั้น ผมขอให้เคร่งครัดเพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างกับเยาวชนต่อการสร้างนิสัยไร้ระเบียบ วินัย และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี” นายวิทยาประท้วง

จากนั้น น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) ลุกขึ้นประท้วงนายศิริโรจน์ และขอให้ถอนคำพูดที่ระบุพาดพิงนายกรัฐมนตรีว่าเป็นรัฐบาลส้มหล่น ถือเป็นการด้อยค่า เพราะข้อเท็จจริงคือ เมื่อพรรค ก.ก.ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ต้องส่งไม้ต่อมาให้พรรค พท. และนายกรัฐมนตรีได้รับการเลือกจากรัฐสภา และได้รับการโปรดเกล้าฯ ดังนั้น ขอให้ถอนคำพูดเพราะทำให้เกิดความเสียหายกับนายกรัฐมนตรีที่ยังไม่ได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ

ทำให้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. ลุกประท้วงเพื่อตอบโต้ โดยย้ำว่าการอภิปรายของ ส.ส.พรรค ก.ก. เพื่อสะท้อนปัญหาของผู้ใช้แรงงานกลุ่มไรเดอร์ ดังนั้น กรณีที่ ส.ส.ทักท้วงแสดงว่าไม่ได้ให้ความสนใจปัญหาความเดือดร้อน และเข้าหาตอนหาเสียงเท่านั้น ขณะที่การประท้วงของ ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท.นั้น นายวิโรจน์ได้ตอบโต้โดยย้ำคำว่า “นายกฯเศรษฐาเป็นนายกฯส้มหล่น” อยู่หลายครั้ง คล้ายกับตอกย้ำในประเด็นที่ ส.ส.พรรค พท.ทักท้วงให้ถอนคำพูด

อย่างไรก็ตาม นายพรเพชรชี้แจงโดยยอมรับความผิดพลาดของตนเอง เพราะจำที่ ส.ส.อภิปรายไม่ได้ทั้งหมด เพราะนอกจากทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแล้วต้องเซ็นแฟ้มด้วย ส่วนการนำเครื่องแต่งกายของไรเดอร์มาสวมใส่นั้น ทีแรกจะห้ามแต่เห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ต่อไปตนจะพิจารณาให้เคร่งครัด ส่วนที่มีผู้อภิปรายนำไอแพดขึ้นมาอ่าน ตนมองว่าขณะนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่าให้ถึงกับก้มหน้าก้มตาอ่าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประท้วงจาก ส.ส. 3 พรรคยังคงตอบโต้กันไปมา เพราะ ส.ส.พรรคก้าวไกลไม่ยอมถอนคำพูด ทำให้นายพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร พรรค พท. ลุกขึ้นประท้วงนายวิโรจน์ว่า “ผมได้ยินข่าวว่าจะอภิปรายสร้างสรรค์ ผมให้เกียรติทางน้องๆ ประเด็นนี้อยากให้ถอน และจบ เพื่อเดินต่อ”

ทำให้นายวิโรจน์ลุกประท้วงกลับว่า “เรียกผมว่าน้องๆ ผมไม่มีพี่ชายสันดานแบบเขา” ทำให้นายพรเพชรต้องปิดไมโครโฟนของทั้ง 2 ฝั่ง ก่อนจะวินิจฉัยให้ ส.ส.พรรค ก.ก. ทั้งนายวิโรจน์และนายศิริโรจน์ถอนคำพูดที่ไม่เหมาะสม และตามที่ถูกประท้วง เพื่อให้การอภิปรายนโยบายรัฐบาลดำเนินต่อไป ซึ่งการประท้วงดังกล่าวกินเวลาประชุมไปประมาณ 15 นาที