‘ปารมี’ ไม่เห็นแสงสว่างแก้ปัญหาระบบการศึกษาไทย เปรียบหากนโยบายเป็นเข็มทิศคงหลงทาง

12.09.23 | 13:34 น.

“ปารมี” ไม่เห็นแสงสว่างแก้ปัญหาระบบการศึกษาไทย เปรียบหากนโยบายเป็นเข็มทิศคงหลงทาง แนะกระจายอำนาจทางการศึกษา 4 ด้าน

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 12 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดย ปารมี ไวจงเจริญ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายนโยบายด้านการศึกษาว่า หลังจากฟังคำแถลงมีความกังวลใจหลายประการ เพราะการศึกษาไทยอยู่ในหลุมดำมานาน ปัญหามีมากมายหลายมิติ แต่กลับไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์จากนโยบายของรัฐบาลเลย เนื่องจากนโยบายกว้างเกินไป หากท่านจะใช้เป็นเข็มทิศในการปฏิรูปการศึกษาไทย คิดว่าประเทศคงจะหลงทางจากเข็มทิศนี้ บางคำแถลงเป็นการผลิตซ้ำการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลเก่าหรือไม่ นโยบายไม่มีความเห็นอกเห็นใจบุคลากรด้านการศึกษา และไม่มีการพูดถึงหลุมดำของระบบการศึกษาไทย คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาจำเป็นต้องมีจินตนาการใหม่ๆ จัดสรรอำนาจ งบประมาณ และบุคลากรทางการศึกษา สรุปว่ารัฐบาลของท่านจะเอาอย่างไรกับ พ.ร.บ.การศึกษาฯ จะปัดฝุ่นฉบับเก่าหรือจะร่างฉบับใหม่

ปารมีกล่าวว่า ท่านระบุในนโยบายว่า รัฐบาลจะดำเนินนโยบายปฏิรูปการศึกษา และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เหมือนคำพูดที่สวยหรูดูดี แต่ท่านเขียนไว้สั้นมากไม่เห็นภาพในการปฏิบัติ ท่านอาจจะไม่เข้าใจหลักการในการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง เราจะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างไรหากไม่มีการกระจายอำนาจ ซึ่งหน่วยที่เล็กที่สุดคือโรงเรียน ตนเสนอให้กระจายอำนาจทางการศึกษา 4 ด้าน คือ 1.การบริหารงานทั่วไป ให้ ผอ.มีอำนาจตัดสินใจไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง 2.การบริหารงานบุคคล ต้องให้โรงเรียนเลือกครูได้เอง เพื่อตรงความต้องการของนักเรียน และโรงเรียน 3.การบริหารงานวิชาการ ที่ทุกโรงเรียนไม่จำเป็นต้องใช้หลักสูตรเดียวกัน และ 4.การใช้งบประมาณ โรงเรียนต้องมีอำนาจเต็มที่ในการใช้งบประมาณของตัวเอง อย่างไรก็ตาม การกระจายอำนาจจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าท่านไม่แตะโครงสร้างที่ใหญ่โตซ้ำซ้อนของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงไม่ไว้ใจผู้ปฏิบัติการ ครูเป็นเพียงผู้รับนโยบายแต่ไม่สามารถใช้จินตนาการในการจัดการเรียนการสอนได้เลย นอกจากนี้ ในคำแถลงนโยบายไม่มีเรื่องการแก้ปัญหาอำนาจนิยมในโรงเรียน ครูที่กระทำความรุนแรงต่อเด็กหรือใช้อำนาจนิยมในโรงเรียนต้องพักใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันที ไม่มีเล่นพรรคเล่นพวก