หน้าแรก การเมือง กัณวีร์ จี้รม...

กัณวีร์ จี้รมว.กลาโหมรับผิดชอบ ปล่อยทหารพม่า ถืออาวุธรุกล้ำชายแดนไทย 2 วันถึงแอ๊กชั่น

12.09.23 | 15:56 น.

กัณวีร์ จี้รมว.กลาโหมรับผิดชอบ ปล่อยทหารพม่า ถืออาวุธรุกล้ำชายแดนไทย ทำชาวบ้านผวา

เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.พรรคเป็นธรรม ได้โพสต์ทวิตเตอร์ หรือเอ็กซ์ เปิดเผยว่า มีกองกำลังทหารพม่าติดอาวุธในเครื่องแบบ ที่รุกล้ำชายแดนไทย-เมียนมา โดยว่า

“ขอคั่นกลางการอภิปรายนโยบายรัฐบาลด้วยสถานการณ์ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไทยบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ที่เกี่ยวข้องกับการรุกล้ำข้ามแดนเข้ามาในไทยโดยกลุ่มกองกำลังติดอาวุธในเครื่องแบบ ไม่ทราบว่า รมว.กระทรวงกลาโหม รู้เรื่องไหมครับ
ทหารไทย ต้องวางตัวเป็นกลาง การปล่อยให้ทหารพม่าเข้ามาในดินแดนไทย ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัวต่อประชาชนไทยและกลุ่มชาติพันธุ์ที่เป็นคู่ขัดแย้ง

ผมได้รับข้อมูลจากเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานชายแดนไทย-เมียนมา ที่ได้รับร้องเรียนมาจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์และพี่น้องคนไทยในพื้นที่บ้านเลตองคุ และมอตะหลั่ว ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก
พบเห็นทหารพม่า จำนวน 80-100 คน พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามาในพื้นที่ช่วงเวลา 13.30 น. วันที่ 4 กันยายน โดยได้พักกินข้าวบริเวณทุ่งนาชาวบ้าน ห่างจากที่พักอาศัยชาวบ้านเพียงราวไม่ถึง 1 กม. โดยมีรายงานว่าทหารกลุ่มนี้ถูกส่งมาเพื่อไปสมทบกับทหารพม่า ในฐานฝั่งตรงข้ามเปิ่งเคลิ่ง ซึ่งกำลังถูกล้อมโดยทหารกะเหรี่ยง โดยชาวบ้านเลตองคุได้แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน และ และผู้ใหญ่บ้านได้แจ้งต่อทางอำเภอในบ่ายวันที่ 3 กันยายนแล้ว
ขณะนั้นมีทหารไทยที่ประจำอยู่ในตัวหมู่บ้านเลตองคุ แต่ไม่ได้ออกมาทำอะไรเพราะมีจำนวนน้อย และรอคำสั่งนาย ซึ่งก็ไม่ได้มีคำสั่งใดๆ

จนในวันที่ 5 กันยายน เช้าพอมีการโพสต์โซเชียลมีเดียถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้ตอนบ่ายกองกำลังนเรศวรเพิ่งเข้าพื้นที่ หลังจากทหารพม่าค้างในไทยไปแล้ว 2 คืน
มีรายงานว่ากองกำลังนเรศวรไปเจรจากับทหารพม่า ให้ออกไป แล้วก็ไปเจรจากับ KNLA (KNU) ให้เปิดทางให้ ซึ่งทาง KNLA ได้ยอมเปิดทางให้เนื่องจากเกรงใจทหารไทย แต่ทหารพม่าไม่ยอมออก จึงต้องไปเจรจาอีกครั้ง จนกระทั่งยอมออกไปเมื่อเวลา 14.00 น.
จากนั้นวันที่ 9-10 กันยายน ทหารพม่าบางส่วน ซึ่งเมื่อออกไปก็อยู่ห่างจากชายแดนเพียง 500 เมตร ได้เข้ามาซื้อหาอาหารที่บ้านเลตองคุ โดยการมาซื้อถืออาวุธครบมือมาด้วย และชาวบ้านได้แจ้งต่อผู้ใหญ่บ้าน
เครือข่ายภาคประชาสังคมมีข้อสังเกตที่ผมเห็นด้วยและจะนำมาตั้งคำถามถึง รมว.กระทรวงกลาโหม และ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ เร่งตรวจสอบและชี้แจงในวาระอันใกล้นี้

Advertisement

1.การปล่อยให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชนไทยชายแดน ซึ่งทหารไทยใช้เวลาถึง 2 วันหลังรับแจ้งเข้าไปคลี่คลายสถานการณ์ หากเป็นเหตุเกิดกับคนไทยในเมือง จะใช้เวลานานอย่างนี้หรือไม่
2.การคลี่คลายสถานการณ์ด้วยการเจรจากับ KNLA จำเป็นต้องทำ แต่หากทำแบบนี้บ่อยๆ จะเป็นการแสดงตนไม่เป็นกลางอย่างชัดเจน เนื่องจากเข้าไปเกี่ยวพันกับการสู้รบด้วยการเจรจาให้ฝ่ายหนึ่งเปิดทางให้ฝ่ายหนึ่ง
3.การที่ทหารเข้ามาซื้อของ ปกติแล้วเกิดขึ้นตลอดพรมแดน ไม่ว่าจะทหารฝ่ายใดก็ข้ามมาซื้อของได้ แต่จะต้องไม่ถืออาวุธเข้ามา
4.ทหารไทยอาจอ้างว่า การเจรจาตอนนี้เป็นไปได้ยากเนื่องจากประธานคณะกรรมการชายแดน TBC คือ พลเอก อ่องจอมิน เพิ่งเสียชีวิตจากการวางระเบิดที่สถานีตำรวจเมียวดี เมื่อคืนวันที่ 3 กันยายน (พร้อมผู้ว่าราชการจังหวัดเมียวดี)

อย่างไรก็ตาม การที่ละเมิดอธิปไตยโดย “กองทหารจำนวนเกือบร้อย” เป็นประเด็นระดับประเทศ ไม่ใช่ระดับชายแดน

ประเด็นนี้ ผู้ที่จะต้องรับผิดชอบในการแก้ปัญหาคือ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหลัก จะต้องไม่ใช่เรื่องทหารต่อทหาร แต่เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ประเด็นนี้ได้รับการพูดถึงในสื่อภาษาพม่าและกะเหรี่ยงจำนวนหนึ่ง สร้างความไม่พอใจในหมู่ชาวพม่าและกะเหรี่ยงว่า รัฐไทยวางตัวเข้าข้างกองทัพพม่าหรือไม่ หากไม่แก้ไข จะนำไปสู่ความขัดแย้งได้อีก
ไม่เห็นนโยบายรัฐบาลใดๆ พูดถึงเรื่องนี้ น่าเสียดายจริงๆ ครับ คงต้องตรวจสอบกันให้ลึก เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนคนไทยบริเวณชายแดน รวมทั้ง การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบจากการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์