หน้าแรก การเมือง นับถอยหลัง 50...

นับถอยหลัง 50 ปี 14 ตุลา แนะเลิกทำแค่ ‘รำลึก’ จี้เค้นข้อเท็จจริง ‘ลึกลับซับซ้อน’

12.09.23 | 17:40 น.

นับถอยหลัง 50 ปี 14 ตุลา แนะเลิกทำแค่ ‘รำลึก’ จี้เค้นข้อเท็จจริง ‘ลึกลับซับซ้อน’

เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมจิติ ติงศภัทร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเสวนา ’50 ปี 14 ตุลา กับบทเรียนสังคมไทย’ โดยมี นายสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษา คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวอภิปรายนำ

ในตอนหนึ่ง นายสมชายกล่าวว่า ตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 14 ตุลา ในฐานะทีมงานที่ได้รับมอบหมายจากนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในขณะนั้น คือนายพีรพล ตริยเกษม ให้ทำหน้าที่ร่วมกับอีกหลายราย ตั้งเป็นคณะทำงานด้านการข่าว แล้วเสนอแนะประเด็นและการเคลื่อนไหวต่อแกนนำในการชุมนุม โดยเฉพาะนายเสกสรรค์ ประเสริฐกุลที่คุมเวทีการชุมนุม ณ สนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

50 ปีของเหตุการณ์ 14 ตุลา กำลังจะผ่านไป แต่ยังไม่การสรุปบทเรียนที่ชัดเจนของคนเดือนตุลา นี่นับว่าเป็นสิ่งที่น่าท้าทายยิ่ง ตนมีข้อคิดเห็นที่จะเสนอ เกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา คนเดือนตุลา และบทเรียน เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ในฐานะที่เป็นเพียงคนหนึ่งในจำนวนคนนับแสนนับล้าน ที่มีส่วนร่วมเท่านั้น โดยมองว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา มีที่มา ที่เป็น และที่ไปอย่างไร ยังขาดข้อเท็จจริง ขาดการประมวล และวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ และคนเดือนตุลาอย่างจริงจังและเป็นระบบ จึงอยากจะเชิญชวนพี่น้องคนเดือนตุลา นักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ รวมทั้งเยาวชนรุ่นต่อๆ มา แม้ไม่ได้ร่วมในเหตุการณ์ หรือมิใช่คนเดือนตุลา ได้ร่วมส่วนในกระบวนการการรวบรวมดังกล่าว แทนที่จะฉลองเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์เพียงปีละครั้ง

Advertisement

นายสมชายกล่าวต่อไปว่า 14 ตุลา ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้นำหรือคนเดือนตุลา แต่เป็นของชาวไทยทุกคน แม้แต่ข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ 10 วัน ซึ่งเป็นเพียงระยะสั้นๆ แต่ยังมีข้อเท็จจริงที่ลึกลับซับซ้อนอยู่อีกมาก เช่น ทำไมขณะที่ผู้ชุมนุมประกาศสลายการชุมนุมและเริ่มทยอยกลับบ้านหรือมหาวิทยาลัยแล้ว แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเข้าโจมตีผู้ชุมนุม ใครเป็นผู้สั่งหรือไม่อย่างไรผู้นำนักศึกษาแตกคอกันจริงไหม มีใครเป็นมือที่สามก่อความรุนแรงหรือไม่ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย บงการการชุมนุมหรือไม่ ทั้งยังมีมุมมองที่แตกต่างๆ ทั้งการให้คุณค่า

“การเดินทางของคนเดือนตุลา สำหรับข้อเท็จจริงและประสบการณ์ของการเดินทางของคนเดือนตุลา ในช่วง นั้นกว่า 10 ปี ยิ่งมีความซับซ้อนยิ่งนัก สมควรที่จะช่วยกันคลี่ออกมาเพื่อให้เปิดเผยออกมาสู่ประชาชนและคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็น บทบาทของกองทัพและสถาบันอนุรักษนิยมในทางการเมือง การต่อสู้เรียกร้องโดยสันติวิธีหรือความรุนแรง การจัดตั้งและการนำโดยพรรคการเมือง ทั้งใต้ดินและบนดิน ความขัดแย้งของชาติมหาอำนาจและอิทธิพลที่ส่งผลต่อขบวนการประชาชนและชนชั้นนำในสังคมไทย

การต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย แม้ว่าในบางช่วง บางครั้ง จะมีสีสัน อื่นใดเจือปนอยู่บ้าง แต่ 14 ตุลาเป็นการต่อสู้ ในรูปแบบต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง หรือเชิงระบบ เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากระบอบอำนาจนิยม ที่แสดงออกในรูปแบบต่างๆ ไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน กล่าวคือเมื่อ 50 ปีก่อน โครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เป็นเช่นใด ในปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่ มีเยาวชน คนรุ่นใหม่จำนวนมาก ได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องในสิ่งเดียวกันกับที่คนเดือนตุลาเคยเรียกร้องมา แม้คนเดือนตุลาจำนวนหนึ่งหันเหเปลี่ยนแปลงไป แต่เชื่อว่ายังมีอีกจำนวนมากยังต้องการการเปลี่ยนผ่านนี้อยู่ แต่ทำไม ช่องว่างระหว่างวัย เป็นอุปสรรคของการประสานความร่วมมือในการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงนี้เล่า

จึงอยากเรียกร้องให้คนเดือนตุลาประสานความร่วมมือกับคนรุ่นใหม่ เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากระบอบอำนาจนิยมไปสู่ประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิมนุษยชนและความเข้มแข็งของนิติรัฐ นิติธรรม” นายสมชายกล่าว