‘วราวุธ’ แจง เงินอุดหนุนบุตรช้า เหตุ ครม.ชุดเก่าอนุมัติงบไม่ได้ ยัน 18 ก.ย.นี้ได้แน่ เผย จะเพิ่มเงินอุดหนุนเด็ก-คนพิการต้องคำนึงถึงรายได้ประเทศ
เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 เป็นวันที่สอง โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม
จากนั้นเวลา 17.50 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับกลุ่มคนพิการ ซึ่งขอยืมคำมาจากท่านนายกฯว่า การกระทำเราให้ความสำคัญมากกว่าคำพูด เพราะงบประมาณที่จะดูแลคนพิการในปัจจุบันนั้นเราใช้ไป 2 หมื่นล้าน ซึ่งมีคนพิการ 2.2 ล้านคน การที่จะเพิ่มให้เป็นสวัสดิการถ้วนหน้าสามารถทำได้ 3 พันบาทอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมด้วยวิธีเพิ่มเงินเป็นขั้นบันได แต่ทั้งนี้ จำนวนคนพิการก็จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2.5 ล้านคนในปี 2570 งบประมาณที่จะใช้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นสาม ถึง 2 หมื่นสี่พันล้าน เป็น 9 หมื่นล้านเกือบหนึ่งแสนล้าน แต่ทั้งนี้ การจะให้หนึ่งแสนล้านต้องดูเช่นกันว่ารายรับของรัฐบาลเป็นอย่างไรจนถึงปี 2570 ซึ่งเราไม่อยากให้เป็นอย่างบางเมืองในยุโรปที่มีรายจ่ายมากกว่ารายได้
นายวราวุธกล่าวต่อว่า ในฐานะ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ครอบครัวศิลปอาชาตั้งแต่นายบรรหารจนถึงพี่สาวตน ให้ความสำคัญกับการทำงานกับคนพิการมาโดยตลอด ซึ่งเราให้ความมั่นใจได้ว่าเราจะดูแลคนพิการอย่างเต็มที่ กรณีของบัตรคนพิการในขณะนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้จัดให้มีวันสต็อปเซอร์วิสให้กับทุกโรงพยาบาล และสามารถทำบัตรพิการได้ในเวลาเพียง 15 นาที ในโรงพยาบาล นอกจากโรงพยาบาลทั้ง 111 แห่งทั่วประเทศแล้ว ที่สำนักงานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในแต่ละจังหวัดก็สามารถดำเนินการออกบัตรให้คนพิการภายในเวลาเท่านี้ได้เช่นกัน
นายวราวุธกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีเงินอุดหนุนบุตร 600 บาทต่อเดือน ต้องขออภัยประชาชนที่ทำให้เกิดความล่าช้า ที่จะต้องจ่ายตั้งแต่วันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา แต่เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของคณะรัฐมนตรี โดยคณะรัฐมนตรีชุดก่อนได้อนุมัติไปเบื้องต้น และส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเมื่อ กกต.ส่งเรื่องกลับมายัง ครม.แล้ว แต่สถานะของ ครม.เป็นเพียงรักษาการจึงไม่สามารถอนุมัติได้ ประกอบกับการที่ ครม.ชุดใหม่จะอนุมัติภายในวันพรุ่งนี้ (13 กันยายน) ซึ่งเป็นการประชุม ครม.นัดแรก ซึ่งเราจะเสนอเรื่องเข้า ครม.เพื่อของบประมาณจำนวน 990 ล้านบาท
ไปยังสำนักงบประมาณจากงบประมาณกลาง และจำนวนเงินอีกประมาณ 200 กว่าล้านบาทจากกรมบัญชีกลาง ภายในเวลา 24 ชั่วโมงนับจากที่มีการประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ เงินจะต้องเข้ามาอยู่ในตะกร้าของกรมบัญชีกลาง เพื่อนำเงิน 600 บาทเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของประชาชนในวันที่ 18 กันยายนที่จะถึงนี้ เงิน 600 บาทนี้ได้มีการอุดหนุนมาโดยตลอด ซึ่งในปัจจุบันเราใช้งบประมาณปีละ 17,000 ล้านบาท ซึ่งเราก็อยากจะเพิ่มเงินขึ้นเช่นกัน
แต่ก็ต้องพิจารณาว่ารายรับรายจ่ายของประเทศเป็นอย่างไร การที่จะเพิ่มเงินขึ้นจาก 600 บาทนั้นต้องดูว่าจะเพิ่มในมิติใด ว่าจะเพิ่มจำนวนเงินหรือเพิ่มฐานจำนวนเด็กที่ได้รับสนับสนุนเงินจำนวนนี้ แต่ขอให้มั่นใจได้ว่า ภารกิจกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการดูแลประชาชนไม่ว่าจะเป็นเยาวชนทุกเพศวัย และทุกสถานะ รวมทั้งพี่น้องคนพิการ ทางกระทรวงภายใต้รัฐบาลนายเศรษฐา เราจะดำเนินการอย่างเต็มที่ หากมีสิ่งที่ยังขาดตกบกพร่องเราพร้อมยินดีรับฟังคำติชมเสมอ

