‘ก้าวไกล-เศรษฐา’ วิพากษ์-ชี้แจงนโยบายแรงงาน

13.09.23 | 12:49 น.

‘ก้าวไกล-เศรษฐา’ วิพากษ์-ชี้แจงนโยบายแรงงาน

หมายเหตุเนื้อหาส่วนหนึ่งการอภิปรายของนายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายด้านการจัดการแรงงาน ขณะที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อภิปรายชี้แจงนโยบายด้านแรงงาน ระหว่างการประชุมรัฐสภา พิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่อาคารรัฐสภา เกียกกาย


เซีย จำปาทอง
ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล

เ มื่อได้ฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลไม่มีนโยบายด้านแรงงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ในการหาเสียงท่านได้พูดถึงนโยบายด้านแรงงานอย่างชัดเจนอีกพรรคหนึ่ง ในฐานะเป็นผู้ใช้แรงงานมานาน ตนจะไม่พูดถึงนโยบายด้านแรงงานไม่ได้ เพราะเกี่ยวข้องกับปัญหาปากท้องประชาชน โดยปัจจุบันแรงงานกำลังประสบปัญหาอะไรบ้าง โดยมี 3 เรื่องหลักๆ

1.ค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ปรับขึ้นไม่ทันต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น ควรจะมีค่าแรงมากกว่านี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนให้ดำรงชีวิตได้ การที่ค่าแรงถูกแช่แข็งผ่านข้ออ้างการระบาดของโควิด-19 หรือแม้มีการปรับขึ้นทีก็ครั้งละ 10 กว่าบาทเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากค่าจ้างจะไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพแล้ว การคุ้มครองแรงงานก็ยังขาดตกบกพร่อง กฎหมายการคุ้มครองแรงงานที่ใช้ในปัจจุบันล้าสมัยมาก ซึ่งมีการบังคับใช้ในปี 2541 ณ วันนี้อุตสาหกรรมโลกมีการแข่งขันอย่างเข้มข้น การจ้างงานรูปแบบใหม่สามารถหลบเลี่ยงกฎหมายเต็มไปหมด ทั้งการทำงานผ่านแพลตฟอร์ม ทำให้สถานะการจ้างงานของลูกจ้างไม่ชัดเจน ปัญหาแรงงานอิสระที่รับงานผ่านผู้จ้างงานไม่ซ้ำหน้า ปัญหาคนจ้างงานรับเหมาบริการภาครัฐ-เอกชนที่ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย วันลาคลอดที่มีจำนวนน้อย การเลือกปฏิบัติที่จำกัดเฉพาะเพศหญิง-ชายมาเป็นข้ออ้างการจ้างงาน เวลาทำงานที่มากเกินไป นี่คือปัญหาที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขอย่างเร่งด่วน

Advertisement

2.ไม่มีอำนาจต่อรอง ทุกสิ้นปีเราจะได้ยินข่าวว่าหลายโรงงานได้รับโบนัสจำนวนหลายเดือน ปรับเงินเดือนขึ้นหลายเปอร์เซ็นต์ อยากบอกว่าที่พวกเขาเหล่านี้ได้เงินเดือนและโบนัสขึ้นเป็นจำนวนมาก ล้วนมาจากอำนาจการต่อรองและการรวมตัวของแรงงานทั้งนั้น แต่ถึงอย่างไรก็เป็นแค่ส่วนน้อยที่จะได้เช่นนี้ เพราะกฎหมายประเทศไทยลิดรอนสิทธิคนงาน ไม่ให้เสรีภาพแรงงานรวมตัวกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง แรงงานสามารถตั้งสหภาพได้เพียง 1.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยมากเพราะประเทศไทยยังไม่ให้การรับรองอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ฉบับที่ 87 และ 98 เกี่ยวกับเรื่องการรวมตัวและเจรจาต่อรอง แม้จะมีข้อเสนอจากองค์การสิทธิมนุษยชนและขบวนการแรงงาน แต่รัฐก็ไม่ให้การรับรอง ส่งผลกระทบต่ออำนาจของแรงงานและส่งผลกระทบต่อประเทศโดยรวม

3.ปัญหาสวัสดิการประกันสังคมไม่ตอบโจทย์ผู้ประกันตนผู้ประกันตนมีจำนวน 24 ล้านคน และมีกองทุนมากถึง 2.4 ล้านล้านบาท เป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและรัฐยังค้างจ่ายกับกองทุนประกันสังคมอยู่ 7 หมื่นล้านบาท คณะกรรมการประกันสังคมหรือบอร์ดประกันสังคมปัจจุบัน เป็นมรดกจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลังรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 มีคำสั่งยกเลิกบอร์ดประกันสังคมชุดเดิมและแต่งตั้งชุดใหม่ขึ้นมา คสช.ได้ยุบไปแล้วแต่บอร์ดที่เป็นมรดก คสช.ยังอยู่ เมื่อจะจัดให้มีการเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ก็ถูกเลื่อนหลายครั้ง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562 คสช.มีคำสั่งให้จัดทำระเบียบการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตนให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 รมว.แรงงานลงนามเห็นชอบระเบียบดังกล่าว ที่สำคัญคือผ่านมา 2 ปีกว่าแล้วยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่เมื่อใด

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาระเบียบดังกล่าวยังมีการกีดกันไม่ให้ผู้ประกันตนที่เป็นแรงงานข้ามชาติมากกว่า 1 ล้านคน มีสิทธิเลือกตั้ง ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานช่วยเร่งแก้ไขระเบียบดังกล่าว ในสำนักประกันสังคมก็มีสิทธิประโยชน์น้อยมาก โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ล่าสุดมีข่าวเพิ่มงบค่าหัวการรักษาพยาบาลผู้ประกันตนในโรงพยาบาล แต่สิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนไม่มีการปรับเพิ่ม สถิติผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ในปี 2562 มีจำนวน 3 ล้านคน ในปีถัดมาเพิ่มขึ้นถึง 6 ล้านคน เนื่องจากรัฐบาลตั้งเงื่อนไขการแจกเงินเยียวยาว่า ประชาชนทั่วไปจะได้รับเงินเยียวยาต้องสมัครคนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ในปี 2564 เพิ่มขึ้นมาเป็น 10 ล้านคน การเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนเป็นเรื่องที่ดี แต่ทุกคนที่เข้าสู่ระบบประกันสังคมไม่ได้เห็นถึงความสำคัญของกองทุน แต่เพราะนโยบายอื่นที่รัฐให้แบบชั่วครั้งชั่วคราว มีความเสี่ยงสูงว่าจำนวนผู้ประกันตนจะจำนวนลดลงในอนาคต นอกจากนี้ ปัญหาในประกันสังคมนำเงินไปลงทุนตามที่เคยปรากฏในข่าว ปัญหาผู้ประกันตนไปใช้สิทธิประสังคมในโรงพยาบาลล่าช้า ได้รับยาคุณภาพต่ำ ขอฝากนายกรัฐมนตรีกำชับไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งให้มีการจัดเลือกตั้งบอร์ดชุดใหม่ อย่าหลงดีใจได้ปลื้มกับมรดก คสช. จะส่งผลกระทบกับกองทุนประกันสังคม ผู้ประกันตนจะเดือดร้อนไปมากกว่านี้ ผู้ประกันตนทุกคนไม่ว่าจะเป็นไทยหรือแรงงานข้ามชาติ ทุกคนต้องมีสิทธิเลือกตั้งตัวแทนของพวกเขาเอง เพื่อดูแลผลประโยชน์ผู้ประกันตนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามเจตนารมณ์ของการก่อตั้งกองทุนประกันสังคม แถลงการณ์ของพรรค พท.ที่ได้แถลงในวันแรงงานที่ผ่านมาที่เคยสัญญาไว้ลืมแล้วหรือยัง จากแถลงการณ์วันแรงงานมาจนถึงแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยมีปรากฏเพียง 2 เรื่องเท่านั้น ได้แก่ เงินดิจิทัลวอลเล็ต และยกระดับ 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งที่ก่อนหน้าที่ได้ออกแถลงด่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมาว่า ละเลยการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงาน แช่แข็งค่าจ้าง ท่านอุตส่าห์กระเสือกกระสนดิ้นรนจนได้เป็นรัฐบาล ท่านก็ละเลยเช่นเดียวกันกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา

อย่าได้คิดลบนโยบายเรื่องค่าจ้างออกจากเพจพรรคของท่าน อย่าทำเหมือนบางพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้ในปี 2562 ว่าปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 425 บาท พอทำไม่ได้ มีคนถามมากๆ มีคนล้อมากๆ ก็แอบลบออกจากเพจพรรค มันจะว้าวุ่นเอา ในวันนี้ไม่ขออะไรมาก ขอเพียงให้เป็นคนรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้กับผู้ใช้แรงงาน โดยดำเนินการตามที่เคยหาเสียงไว้ ขอถามเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำอย่างตรงไปตรงมา ก่อนเลือกตั้งหลายฝ่ายตั้งคำถามว่าจะสามารถทำได้จริงหรือไม่ในเรื่องขึ้นค่าแรง ท่านก็ตอบว่าทำได้ ใครสั่งให้ท่านถอดเรื่องค่าแรงขึ้นต่ำออกจากการแถลงนโยบาย ท่านทำเองหรือเป็นกลุ่มทุนผูกขาดที่ร่วมโต๊ะอาหารเมื่อปลายเดือนสิงหาคมขอร้องท่าน หรือพรรคการเมืองที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงานสั่งท่าน เมื่อคืนท่านชี้แจงว่าจะมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเร็วที่สุด แต่เร็วที่สุดคือเมื่อไหร่ นโยบายด้านแรงงานไม่ใช่โครงการที่ใช้งบประมาณมากมาย ใช้เพียงความกล้าหาญของท่านในการปฏิบัติหน้าที่ ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ตอนหาเสียง หากทำได้ทั้งหมดก็จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้แรงงานให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน

เศรษฐา ทวีสิน
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

เ มื่อสักครู่มีสมาชิกอภิปรายถึงเรื่องแรงงาน ขอชี้แจงภาพรวมก่อน เดี๋ยวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจจะมีการชี้แจง ประเทศไทยถือว่าโชคดีมากในด้านนี้ เพราะอัตราการว่างงานของประเทศไทยต่ำกว่า 1% แต่เป็นความโชคดีบนความโชคร้ายที่ประชากรของเรามีงานทำ แต่ความต้องการแรงงานมีเยอะมาก ทำให้การพึ่งแรงงานต่างชาติจึงเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งต้องมีการดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชน ความเป็นอยู่ ศักดิ์ศรี ความปลอดภัยและความมั่นคงที่เขาพึงจะได้

ปัญหาหลายๆ อย่างที่สมาชิกรัฐสภาสะท้อนมา ทั้งเรื่องวันสต๊อปเซอร์วิส ที่หลายๆ รัฐบาลพยายามทำมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลเราตระหนักดี และได้ไปรับฟังข้อมูลเบื้องต้นจากปัญหาการประมงที่เกิดขึ้น เราก็จะพยายามทำเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยคำนึงถึงทั้งผู้ประกอบการ ผู้ใช้แรงงานและแรงงานต่างด้าวด้วย

เรามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เช่น การท่องเที่ยว เพื่อดึงเงินเข้าภาคบริการ และค่าแรงจะปรับขึ้นตามความต้องการของแรงงาน นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคบริการแล้ว เรายังจะลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ของพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ด้วย โดยหลังจากการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ได้ให้แนวทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ดำเนินการเร่งด่วน

ส่วนเรื่องค่าแรงขั้นต่ำเป็นเรื่องสำคัญ หลายพรรคได้พูดกันไว้ เนื่องจากเป็นห่วงกังวลพี่น้องประชาชนจะต้องได้รับการดูแล มีรายได้ที่เหมาะสม เพียงพอกับการใช้จ่ายประจำวัน เราจะได้มีการเจรจากันทั้ง 3 ฝ่าย ระหว่างแรงงาน ผู้ว่าจ้างและรัฐบาล เพื่อปรับค่าแรงขั้นต่ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายที่ 400 บาทโดยเร็วที่สุด

รัฐบาลนี้มาจากประชาชน ไม่หลงลืมถึงความยากแค้นของพี่น้องประชาชน ขณะที่ยังไม่ได้รับอำนาจรัฐเต็มที่ก็ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังความคิดเห็น ดูแลพี่น้องประชาชน มีความตั้งใจอย่างจริงจัง

สำหรับการสะท้อนปัญหาของสมาชิกรัฐสภา ในเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มผู้ประกอบการไรเดอร์นั้น รัฐมองภาพของ Gig Economy โดยรวม ซึ่งรวมถึงแท็กซี่ ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ให้บริการขนส่งต่างๆ ซึ่งได้รับฟังปัญหาต่างๆ จากผู้ประกอบการและการลงพื้นที่ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง ทั้งในด้านค่าบริการที่ไม่เป็นธรรม ค่าใช้จ่ายพื้นฐานที่เรียกเก็บจากผู้โดยสารไม่ได้มีการปรับมานาน การบังคับรับงานพ่วง การแบกรับต้นทุนความเสี่ยงเอง กฎหมายแรงงานไม่คุ้มครองและกฎหมายต่างๆ ที่ยังล้าสมัยอยู่ ได้ให้แนวทางกระทรวงแรงงานเพื่อเจรจากับภาคเอกชนเพื่อยกระดับสวัสดิการและค่าแรงให้เป็นธรรมมากยิ่งขึ้น แข่งขันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

นอกจากนั้น ยังมีแนวทางในการจัดระเบียบค่าโดยสาร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ไรเดอร์และแท็กซี่ ให้มีความยุติธรรม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารและผู้ขับขี่

อีกทั้งยังมีแนวทางให้กระทรวงคมนาคมทำการศึกษาเรื่องการสร้างแอพพลิเคชั่นเรียกรถของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือผู้ให้บริการเหล่านี้ครบวงจร ครอบคลุมและทั่วถึง