หน้าแรก การเมือง ครม.มอบ &#821...

ครม.มอบ ‘ภูมิธรรม’ ตั้งกรรมการศึกษาทำประชามติแก้ รธน. ไฟเขียว ‘กก.ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ’

13.09.23 | 13:59 น.

‘เศรษฐา’ จัดเต็ม ครม.นัดแรก มอบ ‘ภูมิธรรม’ ตั้งกรรมการศึกษาแนวทางทำประชามติแก้ รธน. เปิด ปชช.ร่วมออกแบบ ปชต. ไฟเขียวฟรีวีซ่า ‘จีน-คาซัคสถาน’ เริ่ม 25 ก.ย.66-29 ก.พ.67 เคาะจ่ายเงิน ขรก. 2 รอบต่อเดือน เริ่ม ม.ค.ปีหน้า เฮ! ลดค่าไฟ 35 สตางค์ รอบบิลนี้ ด้าน 20 ก.ย.ลดดีเซลต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร

เมื่อเวลา 11.55 น. วันที่ 13 กันยายน ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัมนตรีและ รมว.การคลัง แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้เพิ่งจบการประชุม ครม.นัดแรก ซึ่งปกติโฆษกรัฐบาลจะเป็นผู้แถลง แต่วันนี้เข้าใจว่าสื่อมวลชนอยากได้ยินอะไรที่ดีๆ ที่ ครม.นัดแรกทำออกมาตนจะแถลงโดยสังเขป โดยโฆษกรัฐบาลจะเป็นผู้แถลงในรายละเอียดในเรื่องทั้งหลายที่มีการพูดคุยกันในที่ประชุม ครม.

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้มีการสรุปวาระ ครม.หลายเรื่อง เรื่องแรกที่มีการพูดคุยกันคือ การจัดตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีหน้าเพื่อให้สมพระเกียรติ และขอให้ประชาชนมีส่วนร่วม

นายกฯกล่าวว่า เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องที่ทุกคนอยากให้มี อยากให้เกิดขึ้น เราจึงมีการสั่งการไปเลยเพื่อแก้ไขปัญหาความเห็นต่างในรัฐธรรมนูญปี 2560 เห็นชอบให้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะรองนายกฯคนที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบ แต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติ ยึดเอาแนวทางของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ โดยใช้เวทีรัฐสภาในการหารือรูปแบบแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติ เพื่อให้ประชาชนทุกภาคส่วนร่วมออกแบบกฎกติกาที่เป็นประชาธิปไตยร่วมกัน

นายกฯกล่าวต่อว่า เรื่องที่ 3 เรื่อง วีซ่าฟรีชั่วคราว เพื่อไม่ให้มีการสับสน วีซ่าฟรีหมายความว่ายกเลิกการขอเดินทางเข้ามาประเทศไทยของประเทศจีนและประเทศคาซัคสถาน ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าทุกท่านทราบกันดีอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้ทำอย่างเป็นทางการ โดยแฝงประเทศคาซัคสถานมาด้วย เพราะเป็นชาติที่อยู่ในเขตยุโรปซึ่งมีภาวะฤดูหนาวที่รุนแรง และดูจากสถิติถือเป็นประเทศที่อยากเดินทางเข้ามาประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ กราฟอยู่ในแนวขึ้นตลอด โดยทั้ง 2 ประเทศนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.นี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ 29 ก.พ.2567 เป็นการยกเว้นชั่วคราวเพื่อดูผลกระทบทั้งหลาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าเมื่อวันที่ 12 ก.ย.ได้คุยกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ว่าจะฝ่ายความมั่นคง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เพื่อให้แน่ใจทุกภาคส่วนพร้อมรองรับ

Advertisement

นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องที่ 4 มีการ ตั้งคณะกรรมการซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายที่เราหาเสียงไป เป็นการดึงศักยภาพของประชาชนชาวไทยทุกคนออกมาเพื่อเสริมสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ส่วนเรื่อง การพักหนี้เกษตรกร ได้มีการตกลงกัน ซึ่งจะมีการพักหนี้เกษตรกรและธุรกิจขนาดเล็กเป็นเวลา 3 ปี

“เรื่องที่ 7 เป็นเรื่องที่เราไม่เคยพูดคุยกัน ผมไม่ได้มีการแย้มถึงเรื่องนี้เลย แต่ผมตระหนักดีว่าเรื่องกระแสเงินสดของทุกคนในประเป๋าเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงดำริให้ เปลี่ยนการจ่ายเงินข้าราชการจากเดือนละ 1 รอบ เป็นเดือนละ 2 รอบ โดยรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่ง และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.ปีหน้า (2567) เป็นต้นไป ซึ่งต้องมีการแก้ไขระบบอะไรหลายๆ อย่างจึงทำเลยไม่ได้ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยได้เยอะพอสมควร ถ้ามีการจ่ายเงิน 2 รอบจะได้ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ไม่ต้องคอยให้ถึงสิ้นเดือนก็จะมีเงินแบ่งจ่ายออกมา” นายเศรษฐากล่าว

นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องค่าไฟ เป็นอีกเรื่องที่ได้มีการพูดคุยกัน ลดค่าไฟฟ้าเป็น 4.10 บาท ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง จาก 4.45 บาท ซึ่งเชื่อว่าเยอะกว่าที่ประชาชนคาดไว้ โดยจะเริ่มในรอบบิลเดือน ก.ย.นี้เป็นต้นไป ส่วน การลดราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงสำหรับค่าขนส่งให้ต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร เข้าใจว่าจะเริ่มต้นได้วันที่ 20 ก.ย.นี้ โดยทั้งหมดนี้เป็นคร่าวๆ ที่คิดมาว่าเป็นไฮไลต์สำหรับการประชุม ครม.นัดนี้ อย่างไรก็ตาม คณะโฆษกจะแถลงรายละเอียดอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของน้ำมันเบนซินจะมีการพิจารณาหลังจากนี้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า เรื่องเบนซินก็มีการพูดคุยกันแต่ต้องดูให้ดีถึงกลุ่มผู้เดือดร้อนจริงๆ เดี๋ยวคงจะมีมาตรการค่อยๆ ทยอยออกมา