อธิบดีกรมการปกครอง สั่งผู้ว่าฯ แจ้ง นายอำเภอ คุมเข้มพฤติกรรม-ใช้อาวุธปืนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ป้องซ้ำรอย ‘กำนันนก’ ฝ่าฝืน โทษถึงไล่ออก
เมื่อวันที่ 13 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามในหนังสือด่วนที่สุดที่ 0310.2/ว 26209 ลงวันที่ 12 กันยายน ถึงผู้ว่าราชการ ทุกจังหวัด เรื่อง มาตรการควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ระบุว่า ตามที่กรมการปกครองแจ้งกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการประพฤติตน และการใช้อาวุธปืน ในการปฏิบัติหน้าที่ และเน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย
โดยมุ่งประสงค์ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดี มีเกียรติ และศักดิ์ศรีความเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ยืดมั่นและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง มีความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบ ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มิให้เสื่อมเสียเป็นแบบอย่างที่ดีของเจ้าหน้าที่รัฐ และบุคลากรภาครัฐที่ปฏิบัติราชการในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
หนังสือระบุว่า แต่ปัจจุบันยังปรากฏข่าวทางสื่อมวลชนหรือสื่อสังคมออนไสน์เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติตนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม ไม่เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย นโยบายของรัฐบาล กระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล ดังเช่นกำนัน ต.ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม จนครปฐม ถูกจับกุมในคดีอาญาในความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น อันเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน
จากสาเหตุดังกล่าว จึงทำให้เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ต่อสถาบันกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ภาพลักษณ์กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งสร้างความไม่ไว้วางใจจากประชาชน และประเทศชาตินั้น หนังสือระบุอีกว่า กรมการปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะผู้ปกครองท้องที่ระดับตำบล หมู่บ้าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรในท้องที่ ดังนั้น เพื่อให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเกิดภาพลักษณ์ที่ดี เป็นที่พึ่งของประชาชน และเป็นแบบอย่างที่ดี
จึงขอให้จังหวัดแจ้งอำเภอกำชับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการประพฤติตน และการใช้อาวุธปืนในการปฏิบัติหน้าที่ตามหนังสือกรมการปกครอง ด่วนที่สุด ที่ มท 0310.2/12572 ลงวันที่ 24 พ.ค.65 และหนังสือ ที่ มท 0310.2/ว8940 ลงวันที่ 8 เมษายน 2565 เรื่อง เน้นย้ำการปฏิบัติหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการรักษาความสงบเรียบร้อย
หากปรากฏว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านประพฤติปฏิบัติตนไม่ถูกต้องเหมาะสม ไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมาย นโยบายของรัฐบาล หรือกระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพลตามที่ปรากฏข่าว ให้นายอำเภอพิจารณาตามมาตรการทางปกครองและวินัย ดังนี้
1.ให้อำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้านละเลยการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังไม่เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง นายอำเภอสามารถสั่งลงโทษวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ได้แก่ ภาคทัณฑ์ ตัดค่าตอบแทน และลดอันดับเงินเดือนไม่เกินหนึ่งอันดับ
2.หากกรณีดังกล่าวเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ให้นายอำเภอรายงานผู้ว่าราชการจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง หากผลการสอบสวนมีมูลความผิดจริง สามารถลงโทษ ปลดออก หรือไล่ออกจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 62 ทวิ อนึ่ง เมื่อผู้ว่าฯพิจารณาแล้วมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแล้ว นายอำเภอ ใช้ดุลพินิจสั่งพักหน้าที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อรอผลการสอบสวนทางวินัย
3.หากนายอำเภอพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นการบกพร่องในหน้าที่ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ให้นายอำเภอแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อสอบสวนให้ได้ความว่ากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีพฤติกรรมบกพร่องในหน้าที่หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง แล้วรายงานผู้ว่าฯเพื่อมีคำสั่งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านพ้นจากตำแหน่ง ตาม พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 14(7)
4.หากพบว่ากรณียังไม่มีมูลให้ดำเนินการทางวินัย ให้นายอำเภอว่ากล่าวตักเตือนให้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดผลดีต่อราชการ และ 5.กรณีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผู้ใดประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เอาใจใส่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ให้จังหวัดดำเนินการยกย่องชมเชยให้ปรากฏเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่น แล้วรายงานให้กรมการปกครองทราบ


