หน้าแรก การเมือง อ.นันทนา ให้ ...

อ.นันทนา ให้ ‘เศรษฐา’ B+ ตอบดี-คุมอารมณ์ได้ ยกดาวสภาให้… มอง ‘ชวน’ อภิปรายเหมือนแค้นฝังหุ่น

14.09.23 | 18:37 น.

รศ.ดร.นันทนา ตัดเกรด ‘เศรษฐา’ B+ ตอบได้ดี คุมอารมณ์ได้ มอง ‘ชวน หลีกภัย’ อภิปรายเหมือนแค้นฝังหุ่น ไม่ได้สาระ อัดอั้นลูกพรรคยกมือให้พรรคคู่กัด

เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา รศ.ดร.นันทนา นัทวโรภาส คณบดีวิทยาลัยสื่อสารการเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ให้สัมภาษณ์รายการ “The Politics ข่าวบ้านการเมือง” ทางมติชนทีวี โดยพูดคุยเรื่องการอภิปรายของ ส.ส.ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ ให้คะแนนฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน พร้อมแนะนำเพื่อไทยถึงแนวทางการทำงานในก้าวต่อไป

โดยในตอนหนึ่งของการสัมภาษณ์ เมื่อถามถึงการการทำหน้าที่ฝ่ายค้านของประชาธิปัตย์ ?

รศ.ดร.นันทนากล่าวว่า ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่ทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้ดี เพราะมีหลายคนก็ไปนินทาว่าพูดเก่ง หรือ บางคนก็แรงกว่านั้นว่า ดีแต่พูด ซึ่งการอภิปรายในสภา ก็มีทักษะความสามารถตรงนี้ พอมาถึงคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการที่ออกมาเปิดประเด็นว่านโยบายไม่เป็นไปตามที่ได้โฆษณาหาเสียง ตรงนี้เรื่องสำบัดสำนวน คุณจุรินทร์ก็ทำได้ดี

“พอมาถึงคุณชวน หลีกภัย ฟังอภิปรายชัดๆ ดีๆ กำลังจะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือไม่ไว้วางใจลูกพรรคของตัวเอง ให้กลับไปฟังดีๆ ว่าคุณชวนกำลังจะกรีดใคร เพราะว่าสิ่งที่พูด พูดถึงภาคใต้ เพราะการที่พรรคเพื่อไทยเป็นเหมือนคู่กรณีของพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด แล้ววันดีคืนดีก็จะมีคนไปยกมือสนับสนุนให้กับคนที่เป็นคู่กัดถาวรนิรันดรกันมา อันนี้ไม่แน่ใจว่าคุณชวนอภิปรายถึงใคร ถ้าหากเราดูจริงๆ” รศ.ดร.นันทนาชี้

Advertisement

รศ.ดร.นันทนาชี้ว่า นายชวนจะพูดกว้างๆ แล้วเน้นไปที่จุดอ่อนของพรรคเพื่อไทย คือเรื่องความสุจริต โดยเฉพาะ ไม่ได้มีการเจาะลงไปที่นโยบาย การอภิปรายของคุณชวนก็ต้องบอกว่าอภิปรายไม่ตรงปกเหมือนกัน คือคุณชวนควรจะอภิปรายนโยบาย แต่คุณชวนไปเจาะ

“เหมือนแค้นฝังหุ่นพรรคเพื่อไทย ไปซัดพรรคเพื่อไทยในเรื่องอดีต จนกระทั่งมีคนลุกขึ้นประท้วงว่าให้พูดถึงนโยบาย ท่านมัวแต่พูดเรื่องคุณสมบัติในอดีต

“ถ้าฝ่ายรัฐบาลลุกขึ้นมาอภิปรายขึ้นมา เขาก็จะบอกว่าฝ่ายค้านไม่ตรงปกเหมือนกัน โดยเฉพาะคุณชวน เราก็ไม่ได้เห็นการอภิปรายนโยบาย ที่จะบอกว่ามันมีปัญหาอุปสรรคอะไร แต่เหมือนคุณชวนมีความอัดอั้นตันใจใน 2 กรณี คือ ทำไมลูกพรรคประชาธิปัตย์บางส่วนถึงไปสนับสนุนพรรคเพื่อไทย และมีลักษณะของการเสียดสี แสดงความยินดีกับนายกฯ ไม่ยินดีกับพรรคการเมือง ไม่ยินดีกับพรรคเพื่อไทยที่อภิปรายมา เราจึงไม่ได้เห็นฝีปาก ที่กลับมาในบทบาทฝ่ายค้านแต่เราไม่ได้สาระ ที่จริงเราอยากจะฟังเหมือนกัน” รศ.ดร.นันทนาเผย

รศ.ดร.นันทนากล่าวอีกว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตอบได้ดี ซึ่งนายชวนพยายามโยงปรากฏการณ์ของผู้นำในอดีตของพรรคเพื่อไทย ให้มาโยงกับคุณเศรษฐา มาโยงถึงชนักที่คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้ปักเอาไว้ของคุณเศรษฐา แต่ว่าคุณเศรษฐาก็เหมือนกับควบคุมอารมณ์ได้ และตอบประเด็นปัญหาตรงนี้ ถือว่าทำได้ดี

“แต่แปลกใจที่คุณชวนเรียกว่า คุณเชษฐา คือ ไม่แน่ใจว่าแกไม่รู้จริงๆ เพราะตอนเริ่มอภิปราย ‘ผมเพิ่งรู้จักคุณเชษฐาตอนนี้เอง วันนี้เอง’ ซึ่งใช้คำว่าเชษฐา เชษฐาตลอด ดิฉันไม่แน่ใจว่าคุณชวนตั้งใจจะพูดอย่างนี้ ทำให้คนงงๆ ไป หรือไม่รู้จริงๆ แต่อย่างไร เป็นนายกฯ ของประเทศแล้วเรียกชื่อนายกฯ ผิด แล้วในสภาเขาก็อภิปรายกันมามากมาย ทำไมคุณชวนถึงใช้คำว่าเชษฐาก็ไม่รู้เหมือนกัน” รศ.ดร.นันทนากล่าว

เมื่อให้ตัดเกรด คะแนนฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ?

รศ.ดร.นันทนากล่าวว่า นายเศรษฐา ยังไม่ได้เรียนจึงไม่แน่ใจว่าจะไปให้เกรดได้หรือไม่ แต่ว่าให้ได้ในเชิงของตัวนโยบายที่นำเสนอมา ดูประโยชน์โภชน์ผลที่จะเกิดขึ้นจากการผลิตนโยบายตรงนี้ กับการอภิปรายในสภา ก็เป็นการนำเสนอที่ถือว่า บรรยากาศโดยรวม ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เป็นบรรยากาศที่ดี แม้ว่าจะมีการประท้วงอะไรกันบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขนาดสมัยก่อน ที่มีองครักษ์พิทักษ์ลุงตู่ ที่จะต้องลุกขึ้นมาประท้วงตลอดเวลา

“มีการประท้วงบ้าง แต่ไม่ทำให้หงุดหงิด ไม่ถึงขนาดเสียสาระสำคัญไป โดยภาพรวมนโยบายของรัฐบาล ถ้าหากทำได้ภายใต้กรอบเวลาที่เคยยืนยัน จากการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่เคยให้ไว้ ถ้าใช้กรอบเวลาอันนั้น ก็ถือว่าดี แต่เนื่องจากไม่ได้ใส่กรอบเวลามา การอภิปรายตรงนี้ น่าจะได้ B+ ก็ถือว่าใช้ได้” รศ.ดร.นันทนาเผย

รศ.ดร.นันทนากล่าวอีกว่า ขณะที่ฝ่ายค้านเอง ในแง่การนำเสนอ ที่ต้องแยกระหว่างฝ่ายค้านที่เป็นพรรคก้าวไกล กับฝ่ายค้านที่เป็นประชาธิปัตย์ เพราะก้าวไกลทำการบ้านมาจริง แล้วนำเสนอข้อมูลที่ฟังแล้วประชาชนได้ประโยชน์ ตรงนี้ของฝ่ายค้านก้าวไกลให้ A ในส่วนค้านของไทยสร้างไทย ไม่ได้ชัดเจนตอนที่นำเสนอ ไม่ค่อยได้แตะลงไปที่นโยบาย เหมือนมาเลคเชอร์เกี่ยวกับเรื่องเทคโนโลยีอะไรอย่างนี้ ไม่ค่อยตรงปกเท่าไหร่ ถ้าไปรวมกับการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ไม่ค่อยตรงไปเท่าไหร่ ก็ให้ B

มองก้าวต่อไปของรัฐบาล อยากจะแนะนำฝ่ายบริหารอย่างไร ?

รศ.ดร.นันทนากล่าวว่า สิ่งที่พรรคเพื่อไทยรณรงค์หาเสียงตอนช่วงเลือกตั้ง ก็เป็นนโยบายทอง คือ เป็นนโยบายที่ยอดเยี่ยม ถ้านำนโยบายเหล่านั้นมาทำจริงๆ อย่างที่ฝ่ายนค้านพยายามจะบอก เขาไม่ได้ติดใจนโยบายที่หาเสียง แต่เขาติดใจนโยบายที่เอามาผลิตเป็นนโยบายสาธารณะ ที่รัฐบาลกำลังจะเอาไปทำ ไม่ตรงกับที่หาเสียงเอาไว้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ คือทำให้คนที่รู้สึกว่าดำเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้เพราะเป็นสิ่งที่อยากได้ เอามาทำให้เป็นประโยชน์ ตรงตามนั้นจริงๆ แค่นั้นรัฐบาลก็รอดแล้ว

“อย่าทำแบบ Fast and Furious คือ เร็วแต่ไม่รอบคอบ หรือจะเรียกว่า Quick Wins มันวินสำหรับใคร ถ้าเผื่อว่าสุดท้ายแล้วมันกลายเป็นการสร้างปัญหา เพราะฉะนั้นควรจะทำให้เร็วและรอบคอบด้วย อย่างเรื่องพลังงาน ต้องแก้ ก็ต้องแก้ที่โครงสร้าง แก้อย่างยั่งยืน ไม่ใช่แก้แบบโปรโมชั่น เราไม่ต้องการโปรโมชั่น เราต้องการสินค้าที่ขายกับเรา แล้วเราใช้ได้ตลอดไป ไม่ใช่แค่ 3 เดือน 6 เดือน” รศ.ดร.นันทนาเผย

รศ.ดร.นันทนากล่าวอีกว่า เรื่องยกร่างรัฐธรรมนูญ กลายเป็นการปรึกษาหารือจนเป็น ‘แก้บางส่วน’จุดนี้เพื่อไทยต้องมีวิธีในการจัดการ เพื่อให้กติกาของประเทศนั้น เป็นกติกาสากลที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นอารยะ ที่จะทำให้สังคมไทยเดินไปไม่ผิดทิศผิดทาง อย่าใช้วิธีการเร็วๆ ลวกๆ แล้วไม่รอบคอบ สุดท้ายแล้วมันจะเป็นการสร้างปัญหา

เมื่อถามว่า หลังจากฟังการอภิปราย ใครคือ ‘ดาวสภา’ ในดวงใจ?

รศ.ดร.นันทนากล่าวว่า มีอยู่ 2-3 คน ที่ตนดูแล้วว่าทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นนายรังสิมันต์ โรม, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล

“ต้องบอกว่าทั้ง 3 คนนี้ทำได้ดี เนื้อหาได้ ลีลาทำให้คนติดตาม จึงขอตำแหน่งดาวสภาให้ทั้ง 3 คน” รศ.ดร.นันทนากล่าว