เรียงคนมาเป็นข่าวสเปเชียล วันอาทิตย์ที่17กันยายน2566

17.09.23 | 12:04 น.

เรียงคนมาเป็นข่าวสเปเชียล วันอาทิตย์ที่17กันยายน2566

⦁….หลังจากมติชนและเดลินิวส์ทำหน้าที่สื่อด้วยการจับมือทำโพลก่อนการเลือกตั้งไปแล้วครั้งหนึ่ง

ครั้งนั้น ทำกัน 2 รอบ ผู้สนใจตอบโพลล้นหลาม

ผลของโพลระบุถึงเจตจำนงผู้ตอบว่าต้องการพรรคก้าวไกลเป็น ส.ส. และต้องการ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นนายกฯ

ผลการเลือกตั้งที่ออกมาก็เป็นไปตามนั้น แม้ว่าผลของความต้องการตามโพลจะไม่ใช่ก็ตาม

Advertisement

มาครั้งนี้ มติชนและเดลินิวส์ ประกาศจับมือกันทำโพลกันอีกครั้ง

น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นายปราปต์ บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายเทคโนโลยีและดิจิทัลมีเดีย บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), นางประพิณ รุจิรวงศ์ และ นายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์, ผศ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ อดีตคณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันแถลงข่าวที่สำนักงานหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ตอกย้ำเจตนาของการทำหน้าที่สื่อมวลชน กระตุ้นประชาชนให้มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

ดีเดย์วันที่ 1-31 ตุลาคม เปิดโหวตออนไลน์แบบเดิม

เชิญชวนทั่วประเทศตอบคำถาม

“รัฐบาลเศรษฐาควรแก้ปัญหาอะไร”

รายละเอียดของคำถามจะปรากฏให้เห็นในอีกไม่ช้า

สำหรับคำตอบจากคำถามดังกล่าวจะเป็นเช่นไร สุดที่จะทำนายล่วงหน้า

ไม่มีใครทราบว่า หลังจากรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ประชาชนมีความคาดหวัง
อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไรให้ก่อน

ปัญหาการเมือง หรือปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

แต่ไม่ว่าผลการสำรวจจะออกมาเช่นไร ผลที่ปรากฏจะเป็นตัวช่วยให้รัฐบาลได้รับทราบ

ประชาชนต้องการเห็นผลงานไหนจากฝีมือของรัฐบาลเร็วที่สุด

หากประชาชนช่วยกันส่งเสียง หากรัฐบาลฟังเสียงประชาชน

ทั้งประชาชนและรัฐบาลย่อมได้ประโยชน์

ขณะเดียวกัน มติชนและเดลินิวส์ ในฐานะสื่อมวลชนก็จะได้ประเมินผลการทำหน้าที่

หน้าที่ที่ต้องทำทั้งในฐานะเป็น “กระจก” ส่องสะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

และยังทำหน้าที่ในฐานะเป็น “ตะเกียง” ส่องแสงให้มองเห็นทาง

บนความเชื่อที่ว่าแสงส่องทางที่ดีสุด ต้องเป็นแสงจากประชาชน

และหนทางที่ดีสุด คือ ความร่วมมืออย่างกลมเกลียวระหว่างประชาชนและรัฐบาล

⦁⦁⦁⦁⦁⦁

⦁….นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ตวัดปากกาลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 234-2566 แต่งตั้งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กันยายน มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธานตามคาด ตามด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นายพิชัย ชุณหวชิร นายศุภนิจ จัยวัฒน์ นายพิมล ศรีวิกรม์ นายพิชิต ชื่นบาน นายชลธิศ สุรัสวดี นายชัย วัชรงค์ และ นายสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์

กิตติรัตน์​ ณ ระนอง

นัยว่าที่ปรึกษาชุดนี้คือตัวจริงที่จะคอยช่วยนายกฯนิดทำงาน

สำหรับนายกิตติรัตน์ อายุ 65 ปี เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย เคยมีตำแหน่งทางการเมืองหลากหลายในอดีต เคยเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก่อนหน้านี้เคยเป็นที่ปรึกษานายก อบจ.เชียงใหม่ และสนุกสนานกับการขลุกตัวอยู่ต่างจังหวัด ค้นคิดวิธีการลดต้นทุนให้เกษตรกร โดยเฉพาะต้นทุนจากการใช้ปุ๋ยที่เป็นปัญหาปวดหัวอยู่ทุกวันนี้ จนหลายคนคาดหวังจะเห็นไปบริหารงานด้านเกษตร แต่สุดท้ายชื่อมาปรากฏเป็นประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี