กระเทือน กระทบ สถานการณ์ 22 สิงหาคม ต่อ การเมืองไทย

18.09.23 | 13:25 น.

 เหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องตัดสินใจ

ลาออก จากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เป็นเพราะจำนนต่อสถานการณ์

เป็นสถานการณ์ที่ถูกคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ..” อย่างไม่มีกำหนด

จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย ใหม่

Advertisement

เป็นสถานการณ์ที่เมื่อมีเส้นแบ่งอย่างแจ่มชัด กำหนดสถานะรัฐบาล กำหนดสถานะฝ่ายค้านจำเป็นต้องมีผู้นำฝ่ายค้านอย่างเป็นจริง

เป็นสถานการณ์อย่างเดียวกันกับที่พรรคเพื่อไทยประสบ เป็นสถานการณ์อันกลายเป็นความจำเป็นต้องเลือก ไม่ว่าจะเต็มใจ หรือไม่เต็มใจ

ถามว่าเป็นสถานการณ์อะไร

คำตอบของคำถามนี้อาจมีมากมาย ไม่ว่าจะจากด้านของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะจากด้านของพรรคก้าวไกล

แต่ในที่สุดแล้ว มาจากสถาน การณ์ 22 สิงหาคม

ไม่ว่าจะมองสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ไปที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ไม่ว่าจะมองสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ไปที่สัปปายะสภาสถานเกียกกาย

ล้วนดำเนินไปอย่างชนิดคนละเรื่องเดียวกัน

ก็ในวันที่ 22 สิงหาคม มิใช่หรือที่ผลการโหวตด้วยมติ 482 เสียงทำให้ นายเศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

แม้กระทั่ง พล..ปรีชา จันทร์โอชา ก็ขานชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน

นี่ย่อมเป็นหมุดหมาย และได้กลายเป็นเส้นแบ่งในทางการเมืองซึ่งมีผลสะเทือนกว้างไกล ไพศาล

ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง มหึมา มหาศาล

พรรคก้าวไกลเองน่าจะตระหนักในอิทธิพลอันเนื่องแต่กรณี 22 สิงหาคม อยู่แล้วเป็นอย่างดี

เพราะมีผลกระทบ โดยตรง

เป็นเหมือนกับมรสุม ใหญ่ในทางการเมือง ก่อให้เกิดการเปลี่ยน แปลงในระดับเดียวกันกับ น้ำท่วมใหญ่ และฤดูกาล

เมื่อหนาวมาเสื้อผ้า ก็ต้องปรับ

เพียงแต่ที่รอจากวันที่ 22 สิงหาคม มายังเดือนกันยายนเนื่องจากต้องรอผลการเลือกตั้งซ่อม ระยอง เขต 3

เมื่อมีความแจ่มชัดก็ถึงเวลาเปลี่ยน

นั่นก็คือ เปลี่ยนหัวหน้าพรรค เปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค และเลือกว่าจะทำอย่างไรกับตำแหน่งรองประธานสภา

เป็นการตระเตรียม มิได้เป็นเรื่องของอุบัติเหตุ

ความสำคัญอย่างยิ่งยวดจากสถานการณ์ 22 สิงหาคมจึงมิได้อยู่ที่ตำแหน่งหัวหน้าพรรค อย่างเดียว

หากแต่อยู่ที่การกำหนดยุทธ ศาสตร์ ใหม่ให้เหมาะสม

เป็นยุทธศาสตร์ที่จะรักษาฐานเสียงอันได้มา 151 เสียง และกว่า 14.6 ล้านคะแนนจากทั่วประเทศอย่างไร

จึงจะประกันชัยชนะและความสำเร็จในอนาคตได้