‘ปดิพัทธ์’ แจง ปมตั้งงบดูงานสิงคโปร์ ยันโปร่งใส ยินดีให้ตรวจสอบ 

18.09.23 | 10:39 น.

‘ปดิพัทธ์’ แจง ปมตั้งงบดูงานสิงคโปร์ ยันโปร่งใส ยินดีให้ตรวจสอบ 

เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์รายการ คุยนอกจอ ของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถึงประเด็นการตั้งคำถาม การเบิกงบ จำนวน 1.3 ล้าน ไปดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ กับ ส.ส.พรรคก้าวไกล และ พรรคเพื่อไทย วันที่ 21-25 กันยายนนี้ ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเบิกงบที่เกินไปหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง รองโฆษก รทสช. ถาม ‘ปดิพัทธ์’ เบิกงบ 1.3 ล้าน ดูงานสิงคโปร์ หรูหราภาษีหลวง เท่าเทียมแบบไหน?

นายปดิพัทธ์ ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า ตนยินดีให้ตรวจสอบ ตามนโยบายสภาโปร่งใส การไปดูงานที่สิงคโปร์ เป็นการต่อยอดคณะกรรมการที่ตนตั้งขึ้นมา คือ คณะกรรมการขับเคลื่อนรัฐสภาโปร่งใสและสมรรถนะสูง โดยทางคณะหาข้อมูลว่า สภาประเทศไหนในเอเชีย เป็นสภาที่มีสมรรถนะสูงบ้าง จึงได้มา 2 ประเทศ คือ ไต้หวัน และสิงคโปร์ แต่ไต้หวันนั้น ไปไม่ได้เพราะติดนโยบายต่างประเทศ

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ไปสิงคโปร์นั้น จะไปดูเรื่องระบบสภาที่ทันสมัย ที่มีจำนวนน้อยกว่าเรา และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเราสามารถเรียนรู้ประเด็นเหล่านี้ได้ และไปดูการจัดการปัญหาหมอกควัน เพราะ 10 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ค่า PM2.5 หนักกว่าไทยมาก แต่สามารถให้เวลาเพียง 10 ปี สามารถลดปัญหานี้ได้ เพื่อนำมาเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

Advertisement

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเราติดต่อไปจริง และทางนั้นก็ตอบรับมา ส่วนรู้สึกอย่างไร มีการเผยแพร่เรื่องนี้ออกมานั้น ที่ผ่านมาตนบอกว่าจะไม่ยกเลิกการดูงาน แต่จะดูงานเท่าที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการของราชการ มีขั้นตอนต่างๆ ว่า บุคคลในระดับต่างๆ ต้องได้รับการดูแลให้เดินทางอย่างปลอดภัย และสมฐานะของประเทศอย่างไรบ้าง โดยตนไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน จนได้เรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถาม และให้ไปหาทำการบ้านมาว่า สามารถเดินทางสายการบินอื่นๆ ที่ต้นทุนต่ำ ได้หรือไม่

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตอบกลับมาว่า ไม่สามารถเดินทางสายการบินอื่นได้ เพราะ ติดระเบียบของกระทรวงการคลัง ที่ล็อกไว้ว่า นายกรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ รัฐมนตรี ประธานสภา จะต้องได้รับการดูแล เดินทางด้วยสายการบินประจำชาติ ดังนั้น เราไม่สามารถเดินทางตามใจชอบได้

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการเบิกงบนั้น เป็นการเบิกงบแบบตั้งเรื่องไว้ก่อน คือ เต็มที่ตามสิทธิที่ระบุไว้ในระเบียบของกระทรวงการคลัง  เพราะเจ้าหน้าที่ไม่รู้ว่า เมื่อไปเบิกจะใช้เท่าไหร่กันแน่ ตนจึงให้นโยบายไปว่า เอาให้ถูกที่สุด เช่น นอนโรงแรม ไม่ต้องเอาสูงสุด 12,000 บาท เอาแค่ 7,000-8,000 พอ เป็นต้น

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ตนได้เสนอว่าจะให้ ส.ส.ไปเลือกมาเองว่าจะไปไฟล์ตบินไหนแบบชั้นประหยัด แล้วมาเบิก แต่ทางสภา เขามีการจัดการดีลไว้กับเอเยนซี่แล้ว ซึ่งเขาบอกให้เราเลือกที่นั่งที่ดีที่สุด จึงกลายเป็นชั้นธุรกิจ

นายปดิพัทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่ทำไมเป็น ส.ส.ก้าวไกล จำนวนมาก ส่วนที่ไปดูงานนั้น ไม่ใช้ กรรมาธิการ (กมธ.) ที่มีสัดส่วนชัดเจน แต่เป็นคณะทำงานที่ตนตั้งขึ้นมาเอง ซึ่งในช่วงที่ตั้งคณะทำงานขึ้นมานั้น ได้ประกาศในสภา เลยว่าพรรคไหนสนใจมาร่วมกัน ให้ส่งรายชื่อเข้ามา ซึ่งปรากฏว่า ไม่มีใครส่งมา คาดว่าจะอาจจะรอการตั้ง กมธ.วิสามัญอยู่ และเราพยายามเชิญ ส.ส.ฝั่งรัฐบาลไปด้วย

“ถ้าเรากลับมาจากสิงคโปร์ เราจะมีการสรุปให้เรียบร้อยว่าเราใช้งบประมาณอะไรบ้าง ท่านใด ที่ต้องการตรวจสอบ ก็ยินดีเปิดเผย ผมสบายใจหากใครจะมาตรวจสอบ ส.ส.ก้าวไกลยินดี แต่สำหรับใครที่ถูกตั้งข้อสงสัยก็ต้องไปตรวจสอบกันครับ

ส่วนรู้สึกอย่างไรที่โดนจับผิด เป็นความตั้งใจของเราที่ทำสภาโปร่งใส ถ้าเราตั้งใจโปร่งใส พร้อมที่จะให้ตรวจสอบ คำวิพากษ์วิจารณ์ต้องไปไกลกว่า วิพากษ์วิจารณ์ผมล่ะ เราต้องไปดูว่า ระเบียบกระทรวงการคลังนั้น โบราณไปหรือไม่ ถ้ารัฐบาลนี้มีนโยบายรัดเข็มขัด การดูงานของฝ่ายนิติบัญญัติ องค์กรอิสระ  ข้าราชการ ต้องโดนรัดเข็มขัด และปรับระเบียบกระทรวงไปด้วยกัน”