หน้าแรก การเมือง อดิศร ไม่แทรก...

อดิศร ไม่แทรกแซงก้าวไกล ปมผู้นำฝ่ายค้าน ย้อนถามแนวคิดขับ ‘ปดิพัทธ์’ เขาผิดอะไร?

18.09.23 | 11:06 น.

‘อดิศร’ ไม่ขอแทรกแซง ‘พิธา’ ไขก๊อกพ้น หน.ก้าวไกล เปิดทางคนอื่นนั่ง ‘ผู้นำฝ่ายค้าน’ ชี้เป็นสิทธิส่วนตัว ‘หมออ๋อง’ ยังนั่งรอง ปธ.สภาต่อหรือไม่ หากนั่งต่อก็ไม่ได้ผู้นำฝ่ายค้าน ถาม ‘ปดิพัทธ์’ ผิดอะไรจะขับออกจากพรรค

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 18 กันยายน ที่รัฐสภา นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ลาออกจากหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) เพื่อเปิดทางให้ ส.ส.ทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่อยากไปก้าวก่ายแทรกแซงพรรคการเมืองที่มีโอกาสเป็นผู้นำฝ่ายค้าน เพราะเป็นกิจการภายในของพรรคนั้น แต่ติดที่รัฐธรรมนูญ ซึ่งกำหนดว่าพรรคการเมืองที่จะเป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องไม่เป็นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประธานสภา และรองประธานสภา ทั้งนี้ แม้พรรค ก.ก.จะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่แล้ว แต่หากยังมีรองประธานสภา คนที่ 1 อยู่ ก็จะดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านไม่ได้ ซึ่งจะตกไปอยู่ที่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่พรรค ปชป.ก็ยังเลือกหัวหน้าพรรคไม่ได้

นายอดิศรกล่าวต่อว่า ตำแหน่งรองประธานสภา เมื่อมีการเลือกไปแล้วก็ถือว่าสิ้นสุด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเป็นสิทธิของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภา คนที่ 1 ที่จะอยู่หรือไป ตนเป็นคนหนึ่งที่เลือกนายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภา อย่างไรก็ตาม ก็แล้วแต่พรรค ก.ก.คิด ตนไม่แทรกแซง

เมื่อถามว่า ตำแหน่งรองประธานสภาเดิมทีเป็นข้อตกลงของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ขณะพรรค ก.ก.เป็นฝ่ายค้าน นายอดิศรกล่าวว่า เลือกไปแล้วเลือกไปเลย ในอดีต นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็เคยเป็นประธานรัฐสภาในขณะที่เป็นพรรคฝ่ายค้านก็สามารถทำหน้าที่ได้ ไม่กระทบกระเทือนอะไร

ถามต่อว่า ไม่ได้ติดใจอะไรใช่หรือไม่ นายอดิศรกล่าวว่า เป็นสิทธิของท่าน หากให้ความเห็นไปเดี๋ยวจะหาว่าเราแซะอะไร แต่ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านมีความสำคัญตามนัยยะของรัฐธรรมนูญ หากขาดตำแหน่งนี้ไปโอกาสที่จะคัดสรรองค์กรอิสระ หรือทำหน้าที่ต่างๆ ในคณะผู้นำฝ่ายค้านก็จะเป็นรัฐบาลเงาที่จะขาดหายไป

Advertisement

“ผมไม่แทรกแซงว่าท่านจะไปอยู่ที่ไหน เป็นสิทธิส่วนตัว ด้วยความเคารพ อย่าดึงผมไปอยู่ในความขัดแย้งของท่าน” นายอดิศรกล่าว

เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมองการทำงานร่วมกันอย่างไร ในเมื่อนายปดิพัทธ์ยังอยู่กับฝ่ายค้าน นายอดิศรกล่าวว่า หากนายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภาอยู่ พรรค ก.ก.ก็ไม่ได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน

เมื่อถามต่อว่า อาจจะมีการขับนายปดิพัทธ์ไปอยู่กับพรรคอื่น นายอดิศรกล่าวว่า ท่านมีความผิดอะไร ผมถามหน่อย คุณปดิพัทธ์มีความผิดอะไรถึงขับออกจากพรรค

นายอดิศรกล่าวต่อว่า ข้อบังคับของทุกพรรคระบุว่าหากจะขับคนใดคนหนึ่งออกจากพรรคต้องมีความผิดรุนแรง การที่นายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภาตนยังหาเหตุผลที่จะขับนายปดิพัทธ์ออกจากพรรคไม่ได้ ยกเว้นมาเล่นละครซ่อนหากัน ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดขึ้น และย้ำว่านายปดิพัทธ์ไม่มีความผิดอะไรเลย จะไปขับออกจากพรรคได้อย่างไร แต่หากจะย้ายพรรคก็เป็นสิทธิของนายปดิพัทธ์ ไม่ก้าวล่วง เพราะกฎหมายเปิดช่องอยู่ ว่าสามารถทำได้ แต่ตนไม่ขอวิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่

นายอดิศรกล่าวว่า ตอนรวมเสียงได้ 312 เสียง พวกเราก็เลือกนายปดิพัทธ์เป็นรองประธานสภา โดยไม่ได้คิดว่าจะย้อนให้คนอื่นเป็น และนายปดิพัทธ์ก็ทำหน้าที่รองประธานสภาดี ขอยกย่อง

เมื่อถามถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 35 คณะ นายอดิศรกล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของวิป หน้าที่ของ กมธ.คือต้องแบ่งสรรปันส่วนกันระหว่าง ส.ส. ซึ่ง นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา คนที่ 2 ก็บอกว่าหากตกลงกันไม่ได้ก็ให้จับฉลาก จะได้ทำงานกันเสียที แต่ทั้งนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร