หน้าแรก การเมือง โฆษก รทสช. อั...

โฆษก รทสช. อัดปฏิพัทธ์ เอาดีเข้าตัว ด้อยค่าสภา พูดโปร่งใสอยู่ฝ่ายเดียว

18.09.23 | 19:04 น.

โฆษก รทสช. ติง ‘ปดิพัทธ์’ รองประธานสภา พูดไม่คิดทำให้ตัวเองดูดี แต่ด้อยค่าสภา องค์กรดูเสื่อม เรียกร้องให้ชี้แจงการทำงานของสภาไม่โปร่งใสตรงไหน 

เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพูดของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ออกมาบอกว่าจำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งต่อ เพื่อให้สภามีความโปร่งใส และการทำงานของสภามีประสิทธิภาพและเป็นของประชาชนว่า เป็นการพูดที่ด้อยค่าสภา และด้อยค่าองค์กร การพูดแบบนี้แสดงว่าการทำงานของสภาที่ผ่านมาไม่โปร่งใสใช่หรือไม่ เป็นการพูดที่กระทบต่อขวัญกำลังใจของข้าราชการประจำด้วย เพราะสภาประกอบด้วยฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ การมาตำหนิว่าสภาไม่มีความโปร่งใส ต้องชี้แจงออกมาว่าไม่โปร่งใสตรงไหน และคำพูดที่ว่าสภาไม่มีประสิทธิภาพก็ต้องชี้แจงตรงไหน ไม่ใช่พูดเหมารวมเช่นนี้ จะเสียหายต่อองค์กรที่ตนเองสังกัดอยู่

นายอัครเดชกล่าวด้วยว่า นายปดิพัทธ์อาจจะมีวิธีการทำงานที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ผลงานอยู่ที่การวัดผล แต่การพูดแบบนี้เป็นความรู้สึกของนายประดิพัทธ์เองว่าตัวเองทำแล้วมีประสิทธิภาพ คนอื่นทำไม่มีประสิทธิภาพ แต่ความเป็นจริงสิ่งที่นายปดิพัทธ์ทำไม่ได้มีประสิทธิภาพเสมอไป เป็นความรู้สึกส่วนตัวมากกว่า และที่บอกว่า ต้องอยู่ต่อเพื่อให้สภาเป็นของประชาชน ก็อยากถามว่า ที่ผ่านมาสภาไม่เป็นของประชาชนตรงไหน เพราะสภาชุดที่ผ่านๆ มา ก็ได้รับการเลือกตั้งมาเหมือนกัน การพูดลักษณะนี้ เป็นการดูถูกทั้งฝ่ายการเมือง และดูถูกข้าราชการประจำด้วยว่าทำงานไม่มีความโปร่งใส และไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น นายปดิพัทธ์จะอยู่หรือจะไปเราไม่ได้ติดใจ แต่อย่ามาด้อยค่าองค์กร ทั้งที่มีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานสภา

“การที่นายปดิพัทธ์จะอยู่ในตำแหน่งต่อหรือไม่เป็นสิทธิ ถ้าจะอาศัยช่องว่างทางกฎหมายอยู่ต่อก็ไม่เป็นไร ต่อไปในกรณีที่คล้ายๆ กัน ถ้าคนอื่นทำบ้างก็อย่ามาว่า ต่อไปถ้าพรรคอื่นอาศัยช่องว่างทางกฎหมายทำบ้างอย่ามาโจมตีคนอื่น หรือออกมาพูดด้อยค่าองค์กร ว่าถ้าขาดคุณแล้ว สภาจะไม่มีความโปร่งใส เป็นสภาที่ไม่มีประสิทธิภาพเพื่อประชาชน” โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติกล่าว

อย่างไรก็ตาม การออกมาพูดของนายปดิพัทธ์ คงไม่เกี่ยวกับความกังวลว่าจะอยู่หรือจะไป อย่างไรเสียก็สามารถเป็นรองประธานสภาได้ ในกรณีถูกขับออก และหัวหน้าพรรคเดิมก็ยังได้เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาได้ ดังนั้น การจะอยู่ต่อหรือจะลาออก ตนไม่ได้กังวล ถึงแม้จะอยู่ต่อโดยใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ซึ่งอาจจะไม่ชอบธรรม ก็ไม่ได้ว่าอะไรแต่เมื่อมาอยู่ในสภาเดียวกันอย่ามาโจมตี หรือด้อยค่าสภา คำพูดลักษณะนี้ไม่ควรออกจากปากรองประธานสภา ทำให้คนมองสภาในภาพรวมไม่ดีองค์กรดูเสื่อม แต่คนพูดดูดี

Advertisement