สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา “ปฏิรูปตำรวจ กู้วิกฤตศรัทธาหรือดิ่งเหว?” นายวิชา มหาคุณ อดีต ป.ป.ช. กล่าวในการเสวนาว่า การปฏิรูปองค์กรตำรวจ ต้องลดองค์กรให้เล็กลง ไม่ใช่การรวมศูนย์อำนาจ เช่น เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น เป็นตำรวจของประชาชน ไม่ใช่ตำรวจของ “นาย” จึงต้องสลายองค์กรอำนาจ และร่วมมือกับชุมชน ที่สำคัญ การฝึกอบรมต่างๆ ทำเพื่อสถาปนาอำนาจและคอนเน็กชั่นเท่านั้น จนกลายเป็นการครอบงำจากวัฒนธรรมขององค์กรตำรวจด้วยกันเอง ส่วนตำแหน่งนายพลตำรวจนั้น องค์กรตำรวจเป็นรูปแบบเดียวกับกองทัพ ต้องนำรูปแบบตำรวจประชาชนมาใช้ ไม่ใช่รูปแบบองค์กรอำนาจที่ใช้ยุทโธปกรณ์ หรือมีชั้นยศ
พ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม กล่าวว่า คดีกำนันนกสะท้อนหลายมิติ จะพัฒนาตำรวจอย่างไร เป็นเรื่องขององค์กรไม่ใช่เรื่องของบุคคล ที่ผ่านมามีการวิ่งตำแหน่ง มีการถามว่าจ่ายเท่าไร แพงหรือไม่ ทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในองค์กรนี้ ขณะเดียวกัน คดีที่ประชาชนไปแจ้งความจากร้อยคดี มีไม่เกิน 5 คดีเท่านั้น ที่ได้ดำเนินการ และส่วนใหญ่เป็นคดีดัง แต่คนจนหมดสิทธิ ทำให้ประชาชนต้องไปร้องภาคส่วนอื่น หรือไปรายการข่าวดังๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องส่วยมีทุกเรื่อง ทั้งหวยใต้ดิน สถานบริการ บ่อน รถบรรทุก การพนันออนไลน์ ต้องจ่ายส่วยทั้งสิ้น ไม่มีการทำผิดกฎหมายใดที่เปิดอยู่แต่ไม่จ่ายเงินให้ตำรวจ การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน จะต้องปฏิรูปองค์กรที่เป็นปัญหาทั้งระบบ ลดระบบการปกครองจากรูปแบบมีชั้นยศแบบทหาร หรือมีความคิดแบบทหาร นำวินัยทหารมาใช้ ทำให้โครงสร้างไม่สอดคล้องกับการทำงานให้ประชาชน
การรัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557 กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐประหารชูประเด็นปฏิรูปตำรวจ เป็นอีก 1 สาเหตุในการรัฐประหาร เช่นเดียวกับการปฏิรูปประเทศ แต่สุดท้ายไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในระบบของตำรวจ รวมถึงระบบการเมืองประเทศ และดูเหมือนจะยิ่งทำให้ตำรวจห่างเหินจากประชาชนมากขึ้น เช่นเดียวกับการเมืองกลายเป็นเกมอำนาจของอภิสิทธิ์ชน กรณีกำนันนกที่นครปฐม ทำให้เรื่องนี้ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง รัฐบาลและฝ่ายค้านน่าจะผลักดันให้เกิดการหารือ ผลักดันการเปลี่ยนแปลงโดยสภาที่มาจากประชาชน จะเป็นทางออกที่สังคมไทยได้รับรู้และแก้ปัญหาร่วมกัน

