‘อนุทิน’ ยันปมสายสีเขียวต้องถูกต้องตาม กม. ไม่เอาเปรียบ ปชช. ลั่นทุกอย่างต้องมีทางออก ชี้อยากให้เรื่องจบที่ กทม.
เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 19 กันยายน ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์หลังร่วมหารือกันถึงวิธีแก้ไขปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวว่า เราต้องให้ความเป็นธรรม ทำตามกฎหมายทุกอย่าง ถ้าสองเรื่องนี้มาบรรจบกันได้ก็ยินดีแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นด้วยดี ทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมาย มีความชอบธรรม เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นปัญหาหรือไม่เพราะมีคำสั่งมาตรา 44 ค้างอยู่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องนี้ปัญหาไม่ได้มาจากมาตรา 44 เพราะมาตรา 44 เป็นคำสั่งให้ทำอย่างไร้รอยต่อ ต้องดูปัญหาทั้งระบบถึงที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ต้องหารือกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสัปดาห์หน้า เร่งสะสางปัญหาโดยเร็ว ทุกอย่างให้เป็นไปตามกฎหมาย ถ้าตรงไหนผิดก็ต้องว่าไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย ขณะเดียวกัน ถ้ามีปัญหาต้องหาทางออกด้วย
“ถ้ามีปัญหามากผู้ที่ได้รับผลกระทบคือชาวกรุงเทพฯ จะปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อนไม่ได้ ยืนยันทุกอย่างต้องมีทางออก ต้องใช้ข้อมูลทุกอย่างที่มี โดยเราจะร่วมแก้ปัญหา ไม่ใช่ร่วมกันเพิ่มปัญหา จะไปปราบปราม หรือทำอะไรใครต้องทำให้เกิดประโยชน์มากที่สุด” นายอนุทินกล่าว
ทั้งนี้ ในคำสั่งมาตรา 44 ยังมีเรื่องคณะกรรมการเจรจาตรงนี้จะล้มไป หรือนับหนึ่งใหม่ในชุดใหม่ นายอนุทินเผยว่า ขอหารือในรายละเอียด เรายังไม่ถึงตรงนั้น ดูเพียงพื้นฐานที่ดำเนินมาถึงปัจจุบันนี้ว่าทำไมมีปัญหาสืบทอดยาวนานมาถึงขณะนี้ ยกตัวอย่างสมัยที่ตนกำกับดูแลกระทรวงคมนาคม เราแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ถ้าเรื่องนี้จะผ่านในเวลานั้นก็ผ่านได้ เพราะองค์ประชุมครบ แต่เมื่อไม่ผ่าน ก็ต้องไปดูว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันจุดยืนจะต่อสัมปทานออกไปหรือไม่ หรือจะใช้วิธีการประมูล นายอนุทินกล่าวว่า ทางที่ดีที่สุดคือทำตามสัญญาสัมปทานที่มีอยู่ภายใน 5 ปีถึงจะคุยเรื่องนี้ได้ แต่เรื่องนี้เกิดที่ตนจะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และก่อนที่นายชัชชาติจะเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องกลับไปดูย้อนหลัง
เมื่อถามว่า หากเวลานี้ให้ยึดสัมปทานที่จะหมดในปี 2572 ก่อน โดยยังไม่พูดถึงการขยายเวลาใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ตรงนั้นยังมีช่องทาง ส่วนเรื่องความเสียหายการเดินรถส่วนต่อขยาย ถ้าถูกต้องและเขาให้บริการประชาชนเกิดประโยชน์อย่างแท้จริงก็ต้องมาดู จะไปเอาเปรียบไม่ได้ โดยงบประมาณที่จะดำเนินการต้องมาจาก ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ อยากให้เรื่องจบที่ กทม.

