‘ชาดา’ จ่อใช้หลักอาชญาวิทยา นำทุกทฤษฎีใช้ปราบผู้มีอิทธิพล แต่ละภาคส่งรายชื่อครบแล้ว

19.09.23 | 17:00 น.

‘ชาดา’ ชี้ปราบผู้มีอิทธิพล เหมือนไฟไหม้ฟาง จ่อใช้หลักอาชญาวิทยาแก้ ลั่นประเทศนี้ไม่มีใครใหญ่กว่า ยกเว้น เศรษฐา-อนุทิน

เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการปราบผู้มีอิทธิพลว่า ต้องใช้เวลา 6 เดือนถึงจะเริ่มเห็นผล ไม่ได้บอกว่าถ้าไม่ได้ผลใน 6 เดือนแล้วตนจะลาออก งานการปราบปรามผู้มีอิทธิพลมีมานานแล้ว ซึ่งเป็นปัญหาไฟไหม้ฟาง ต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูลตรวจสอบ และดูความเป็นธรรม ใครที่เลิกเป็นผู้มีอิทธิพลไปแล้ว ตนจะให้โล่แต่ผิดอีกไม่ได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะมีการปรับเป็น 2 เท่า ใครดีเราต้องตอบแทน ใครเลวก็ต้องจัดการ

นายชาดากล่าวต่อว่า ขอชี้แจงประเด็น 6 เดือนว่าสื่อมวลชนเข้าใจผิด ไม่ได้ว่าใคร แต่ขอแก้ไขนิดหนึ่งว่าหากสามารถแก้ได้ภายใน 3 เดือน ก็อยากจะทำเลย แต่ระบบราชการเราต้องฟังหลายๆ ฝ่าย นายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน สั่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงมา และนายอนุทินก็สั่งตนลงมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีกรอบระยะเวลาอยู่แล้ว และชัดเจนมากในฐานะนักธุรกิจ เพราะระบบราชการต้องเจอแบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องดี และย้ำว่าตนไม่ได้แก้ตัวเพียงแต่ในระยะเวลา 6 เดือน นโยบายจะเริ่มเข้มข้นขึ้น

เมื่อถามว่า จะมีการมอบโล่ให้ผู้ที่กลับใจไม่เป็นผู้มีอิทธิพลแล้วด้วยหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นหลักอาชญาวิทยา ว่าการจะแก้ปัญหาต้องมีการให้รางวัล และมีการปราบปรามไปพร้อมกัน โดยจะนำทุกทฤษฎีมาใช้เพื่อให้ปัญหาผู้มีอิทธิพลจบสิ้นสักที

Advertisement

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการรวบรวมรายชื่อผู้มีอิทธิพลเรียบร้อยหรือยัง นายชาดากล่าวว่า ตอนนี้แต่ละภาคส่วนก็นำรายชื่อส่งมาเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องมาคุยกันอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อ

เมื่อถามว่า มีความรู้สึกหนักใจในการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องหนักใจ สู้ฟันฝ่าชีวิตมาแต่เด็ก วันนี้มีโอกาสทำประโยชน์ให้บ้านเมือง ตนก็ทำอย่างเต็มที่ ไม่มีใครใหญ่กว่าตนในประเทศนี้ ยกเว้นนายเศรษฐา และนายอนุทิน