อมรัตน์ ขออภัยบุกหาคู่กรณี เปิดแชตยัน ‘ไม่ได้ขู่คุกคาม’ ยินดีรับผิดชอบทั้งทางสังคม-กม.

อมรัตน์ ขออภัยบุกหาคู่กรณี เปิดแชตยัน ‘ไม่ได้ขู่คุกคาม’ ยินดีรับผิดชอบทั้งทางสังคม-กม.

จากกรณี นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรายหนึ่ง โดยอ้างว่าได้กล่าวพาดพิงถึงตัวเธอ และได้เดินทางไปพูดคุยด้วยถึงที่บริษัทที่ทำงาน แต่ไม่พบเจอตัวเนื่องจากเจ้าตัวออกไปหาลูกค้าข้างนอก

โดยนางอมรัตน์ระบุว่า “ไปเยี่ยมที่โรงงานมา ไม่เจอตัวเพราะออกไปหาลูกค้าข้างนอก มีโอกาสพบพูดคุยกับกรรมการบริหารท่านหนึ่ง กับ ผจก.ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ขอขอบคุณทั้งสองท่านอย่างสูง ที่ใส่ใจและรับปากว่าหลังบริษัทออกหนังสือเตือนให้เซ็นรับทราบแล้ว จะช่วยดูแลสอดส่องพฤติกรรมด้วย”

ทั้งยังเผยอีกว่า ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ดังกล่าว ยินยอมจะเซ็นรับทราบหนังสือตักเตือนจากนายจ้าง ทัณฑ์บน 1 ปี อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้างถึงความเหมาะสม ไปจนถึงสิทธิ เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ว่าแบบนี้เข้าข่ายการข่มขู่หรือไม่

Advertisement

อย่างไรก็ดี ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล ได้เผยแพร่ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X หรือ ทวิตเตอร์ ระบุถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า

“เช้านี้ถึงแม้จะตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น แต่ดิฉันมีความรู้สึกผิดติดค้างคิดว่าสมควรต้องออกมาขออภัยอย่างจริงใจต่อ toxic ในสังคมออนไลน์ที่ตัวเองมีส่วนสร้างขึ้นเมื่อวานนี้

ดิฉันยืนยันว่าได้ใช้วิจารณญาณและสัญชาติญาณในฐานะมนุษย์ ใช้พื้นฐานประสบการณ์และข้อมูลเพียงพอต่อการตัดสินว่าสิ่งไหนคือ “ภัยสังคม” ภัยสังคมย่อมหมายถึงตัวเองไม่ได้เป็นผู้รับ ผลกระทบแต่เพียงลำพัง แต่เป็นภัยที่ชาวโลกออนไลน์ประสบร่วมกัน

การกระทำตามวิจารณญาณส่วนตัวนั้นจะผิดถูกดีเลวอย่างไร ดิฉันยินดีรับผิดชอบทั้งทางสังคมและทางกม.ทุกประการ ดิฉันก็จะพิทักษ์สิทธิ์ตัวเองตามกม.ต่อไป เช่นเดียวกัน

จากนี้ต้อง move on เพื่อไม่เพิ่ม toxic ให้สังคมออนไลน์อีกต่อไป ที่เกิดไปแล้วต้องขออภัยซ้ำอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี ในทางส่วนตัวดิฉันรู้สึกเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่า ทุกการตัดสินใจมีต้นทุนมีราคาที่ต้องจ่ายอยู่แล้วอันนี้ทราบดีอยู่

อนึ่ง ขอยืนยันว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ 3 นั้นเป็นไปอย่างสุภาพมีเหตุผล ไม่มีสิ่งใดเลยที่ใกล้เคียงกับคำว่าข่มขู่คุกคามตามที่พยายามมี “กระแสปั่น”

ดิฉันเป็นไม่ใช่ผู้มีอิทธิพล ไม่มีศักยภาพข่มขู่บังคับใครแน่นอนหากบุคคลที่ 3 ที่เกี่ยวข้องมิได้เห็นพ้องด้วย”

“หลักฐานว่าไม่มีการข่มขู่ใดๆ มีเพียงการส่งข้อมูลให้บุคคลที่ 3 พิจารณา” อมรัตน์ระบุ

ต่อมา นางอมรัตน์ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมต่อข้อคำถามที่ว่า “ไม่คุกคามยังไง?” ไว้ว่า “น่าจะเป็นโพสต์สุดท้ายสำหรับเรื่องนี้แล้ว ดิฉันเดินทางไปคนเดียว ใช้บัตร ปชช.แลกบัตรเข้าถูกต้อง ได้รับอนุญาตและได้รับการต้อนรับที่ดี ได้รับฟังผลการสอบสวนพนักงานบริษัทแล้วรู้สึกพอใจ ลากลับอย่างสุภาพ ขอบคุณทุกกำลังใจ”

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image