‘พิเชษฐ์’ เตรียมคืนชีพ ‘รัฐสภาจังหวัด’ ขณะที่ ส.ส.บางส่วนเห็นค้าน ซัดไร้ประโยชน์ จี้ ‘วันนอร์’ แจงด่วน
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เคยแถลงหลังรับตำแหน่งรองประธานสภาไว้ว่า ฝ่ายนิติบัญญัติของเราถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายบริหาร คิดว่าครั้งนี้สภาจะต้องฟื้นคืนชีพขึ้นมาให้มีศักดิ์ศรี ทั้งสมาชิก องค์กร เพราะการทำงานที่ผ่านมามีขีดจำกัดเรื่องงบประมาณที่น้อยมากและถูกลดลงทุกปี สำนักงานสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่จังหวัดต่างๆ ปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่ง เราจะพยายามรื้อฟื้นและขยายให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ ได้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนจังหวัดต่างๆ เข้าถึงฝ่ายนิติบัญญัติ
ล่าสุด แหล่งข่าวจากรัฐสภา เปิดเผยว่า นายพิเชษฐ์ได้เสนอแนวคิดดังกล่าวต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เพื่อจะให้มีการตั้ง รัฐสภาจังหวัด ขึ้นมาอีกทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในช่วงแรกจะเป็นการเช่าอาคารสถานที่ ใช้งบประมาณจังหวัดละ 80,000 บาทต่อเดือน จากนั้นภายใน 2 ปีจะมีการสร้างอาคารรัฐสภา และยังต้องว่าจ้างบุคลากรประมาณจำนวนหนึ่งในการดำเนินการด้วย โดยให้เหตุผลว่าจะได้เป็นที่นั่งทำงานของผู้ช่วย ส.ส.แต่ละจังหวัด รวมถึงเป็นสถานที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน
แหล่งข่าวระบุด้วยว่า การเสนอของนายพิเชษฐ์ถูก ส.ส.บางส่วนคัดค้าน เนื่องจากมองว่ากระทรวงมหาดไทยก็ตั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กลายเป็นว่าการรับร้องเรื่องราวร้องทุกข์ หรือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองก็จะไปทับซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงงบประมาณจ้างข้าราชการระดับซี 8 ขึ้นไป เพื่อส่งไปประจำแต่ละจังหวัด ถ้า ส.ส.มี ส.ว.ก็ต้องมี อย่างน้อย 20 คนต่อจังหวัด สิ่งที่ตามมาก็คือบ้านพักของข้าราชการที่จะต้องสร้างอีก อย่างต่ำต้องใช้งบประมาณหมื่นล้านบาท รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงงบประมาณค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาประจำจังหวัดเป็นเหตุผลที่นายพิเชษฐ์ต้องการดำเนินการโครงการนี้หรือไม่
“สิ่งที่จะทำตรงนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ งบประมาณจำนวนมากจะหมดไปเพื่ออะไร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร คงต้องชี้แจงถึงกรณีนี้ เพราะประธานสภา หรือรองประธานสภา ที่เข้ามาอยู่ไม่กี่ปีก็ออกจากตำแหน่งไป แต่ภาระหนี้สินตรงนี้จะผูกพันสภาไปตลอด ขอให้คิดถึงเรื่องนี้ด้วยว่าเราจะทำไปเพื่อใครกันแน่” แหล่งข่าวระบุ
อย่างไรก็ตาม ความพยายามเปิด สำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ซึ่งมี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้มีการเปิดโครงการรัฐสภาประจำจังหวัด 24 แห่ง โดยเริ่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็น 1 ใน 6 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น จ.ชลบุรี จ.เชียงราย จ.พระนครศรีอยุธยา จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.อุบลราชธานี โดยอ้างจุดประสงค์ว่า เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย บทบาท อำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการให้คำแนะนำและสนับสนุนการใช้สิทธิของประชาชน โดยเฉพาะรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน และรับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมของประชาชนในแต่ละจังหวัดตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และเพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชนที่มายื่นเรื่องร้องเรียนที่นี่ได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปยังรัฐสภา ที่กรุงเทพฯ
ก่อนที่ในปี 2557 นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในขณะนั้น และในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา (ก.ร.) มีมติให้ยุบสำนักงานรัฐสภาจังหวัด 6 จังหวัดนำร่อง เพราะไม่ผ่านการประเมินและไม่คุ้มค่ากับงบประมาณและการปฏิบัติงานของบุคลากร
สำหรับยอดค่าใช้จ่ายงบประมาณรัฐสภาจังหวัดทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556-14 สิงหาคม 2557 พบว่าสูงถึง 50.3 ล้านบาท

