ฟื้นบ้านพิษฯ-นอนทำเนียบ สไตล์ทำงาน “นายกฯนิด”
“เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้าปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ในฐานะนายกฯ คนที่ 30 ตามสัญญาที่ประกาศไว้ว่าจะทำงานอย่างไม่มีวันหยุดและไม่มีคำว่าเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากแบกความคาดหวังของประชาชนไว้สูงมาก
จะเห็นว่านับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกฯ คนที่ 30 เศรษฐา เดินหน้านับหนึ่งทำงานบริหารประเทศทันที ลงพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดแทบทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยจะเข้าปฏิบัติราชการที่ทำเนียบรัฐบาลในวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งต้อนรับแขกและผู้นำต่างประเทศมาเยี่ยมคารวะนายกฯ
ขณะเดียวกัน นายกฯเศรษฐาได้รื้อฟื้น บ้านพิษณุโลก ซึ่งเป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กลับมาใช้บริหารราชการแผ่นดินในฐานะนายกฯอีกครั้ง
โดยเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา นายเศรษฐาได้เข้าไปใช้บ้านพิษณุโลก เพื่อร่วมประชุมกับผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) แล้ว พร้อมกันนี้ยังนำพวงมาลัยมาสักการะพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่กับบ้านพิษณุโลกมาเป็นเวลาช้านาน
นายกฯเศรษฐาระบุว่า อาจจะไม่อาศัยบ้านพิษณุโลกเป็นบ้านพักจริงจังในการปฏิบัติหน้าที่นายกฯ แต่จะใช้เป็นสถานที่รับรองแขกของรัฐบาลและจัดเลี้ยงในวาระสำคัญ เพื่อเป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาล
สำหรับ “บ้านพิษณุโลก” มีชื่อเดิมว่า “บ้านบรรทมสินธุ์” เป็นบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและเรือนรับรองแขกสำคัญของรัฐบาลไทย เป็นบ้านแบบสถาปัตยกรรมโกธิคเวเนเชียน ออกแบบและสร้างโดยมาริโอ ตามานโญ สถาปนิกชาวอิตาลี ในปี 2465 บนเนื้อที่ 25 ไร่ 3 งาน บริเวณถนนพิษณุโลก
เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ขณะเดียวกัน ด้วยที่ตั้งของบ้านพิษณุโลกอยู่ใกล้กับทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงต่างๆ ที่รายล้อมตลอดแนวถนนราชดำเนินการเดินทางและประสานสั่งงานระหว่างนายกฯกับกระทรวงต่างๆ จึงมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น น่าจะลงตัวกับสไตล์การทำงานแบบอดีตซีอีโอ อย่าง “เศรษฐา” ที่ทำงานแบบ “ควิกวิน”
คิดเร็ว ทำเร็วในหลายๆ เรื่อง
สำหรับข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ ในบ้านพิษณุโลกนับตั้งแต่ประกาศให้เป็นบ้านประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2522 ปรากฏว่ามีนายกรัฐมนตรีเพียง 2 คนเท่านั้นที่ได้เข้าไปอาศัยอยู่จริงๆ แต่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ได้แก่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 7 วัน และนายชวน หลีกภัย ใช้เวลาพำนักอาศัยประมาณ 6 เดือน
ส่วน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากว่า 9 ปี ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติราชการในบ้านพิษณุโลกแต่อย่างใด
นอกจากนี้ “เศรษฐา” ยังระบุด้วยว่า ตั้งแต่เข้าทำเนียบรัฐบาล ได้นั่งเก้าอี้นายกฯ ประมาณ 10 วินาที เพราะซินแสสั่งให้นั่งเวลาไหนเท่านั้นเอง ก็ลุกออกมา แล้วไม่เคยนั่งเลย ใช้เป็นห้องทางผ่านเวลาไปเข้าห้องน้ำอย่างเดียว ไม่ได้นั่งที่ทำเนียบเลย แล้วก็เดินไปตามโต๊ะต่างๆ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงระบบที่ตั้งเป็นโต๊ะๆ ให้ inclusive ให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น เพื่อรับฟังปัญหาจากทุกภาคส่วน และประสานงานทุกภาคส่วน การมีห้องกั้นไม่เป็นมิตรภาพมากเท่าไหร่ อยากให้เป็นรัฐบาลที่เข้าถึงง่าย และมีคณะทำงาน คิดว่าจะไปใช้บ้านพิษณุโลกเป็นห้อง ไม่อยากใช้คำว่าเป็นกองบัญชาการ อยากให้คณะที่ปรึกษาไปทำงานกัน เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน
อีกทั้ง “เศรษฐา” จะนอนที่ทำเนียบ โดยให้เหตุผลว่า “บ้านผมมีเนื้อที่ 197 ตารางวาเองครับ มันเล็กมาก แล้วต้องมีตำรวจ เพื่อนบ้านเดือดร้อน และใช้เวลาเดินทางเยอะ ไม่อยากเป็นภาระกับตำรวจ กับหน่วยรักษาความปลอดภัยด้วยเหมือนกัน คนที่เป็นภาระก็เป็นฝ่ายเลขาฯ ผมที่ต้องมา ผมเป็นคนง่ายๆ ตื่นขึ้นมาแล้ว ถ้าผมกินอาหารเช้า ผมก็กินกับสุนัขที่บ้าน ถ้าผมกิน 6 โมงครึ่ง ก็ต้องมีคนมาสั่งงานได้แล้ว 6 โมงครึ่ง แล้วผมก็ไปอาบน้ำต่อ ผมยอมเป็นภาระกับกลุ่มเลขาฯ 4-5 คนเท่านั้นเอง
“ก็ 3-4 วันต่ออาทิตย์ ถ้ามีภารกิจตอนค่ำกินข้าวอะไรกับใครก็กลับมา ก็มาสั่งงานก่อนนอนได้อีกหน ที่บอกว่าเทหมดหน้าตักจริงๆ ก็ต้องทำงานกันหนักจริงๆ เข้าใจว่าปกติแต่ละคนมีขีดที่จะรับงานแตกต่างกันไป รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็เวียนกันมาทำงาน บางคนบ้านอยู่ฝั่งธนฯ บางคนบ้านอยู่สุขุมวิท ก็อาจจะใช้เวลาต่างกันไป ก็เวียนกันมา ไม่มีปัญหา” นายกฯเศรษฐาแจกแจงเหตุจะนอนพักที่ทำเนียบ
สำหรับมุมมองของนักวิชาการสะท้อนแนวคิดการปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯในบ้านพิษณุโลก รวมทั้งการนอนพักที่ทำเนียบรัฐบาลของนายกฯเศรษฐา โดย รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เล่าถึงประวัติศาสตร์ของบ้านพิษณุโลกว่า บ้านพิษณุโลก หรือชื่อเดิมคือบ้านบรรทมสินธุ์ นายกรัฐมนตรีที่นอนในบ้านพิษณุโลกคนแรกนั้น คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นการประเดิมหลังจากที่เปลี่ยนบ้านบรรทมสินธุ์เป็นบ้านพักของนายกรัฐมนตรี แต่นอนแค่วันเดียวก็กลับเลย เขาลือกันว่าเพราะผีดุ และมีนายกฯอีกคนที่นอนในบ้านพิษณุโลก คือ นายชวน หลีกภัย
“ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ผ่านมาไม่เคยมีอดีตนายกฯคนไหนนอนที่ทำเนียบ เพราะแต่เดิมเป็นบ้านของ พล.อ.เจ้าพระยารามราฆพ นายทหารที่ถวายงานพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และรัฐบาลซื้อมาในสมัยที่คณะราษฎรยึดอำนาจ การที่นายเศรษฐาประกาศว่าจะนอนที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น คงต้องการให้ตรงกับคําที่เคยพูดว่า
“ทํางานโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” เหมือนกับว่าอยู่ในตำแหน่งตลอดเวลา พยายามสังเกตดูว่านายเศรษฐาพยายามเดินทางไปในที่ต่างๆ ไม่เคยอยู่นิ่งสักวัน”
“ส่วนจะช่วยให้การทํางานดีขึ้นหรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องของหลักจิตวิทยาอย่างหนึ่ง เพราะต้องไม่ลืมว่านายเศรษฐาต้องลบภาพว่าเป็น “นายกฯตัวแทน” ให้ได้ ไม่เช่นนั้นคนจะนึกว่าตั้งมาให้เดินงานของเขา นายเศรษฐาต้องเป็นตัวของตัวเองถึงจะได้รับศรัทธาของประชาชน” รศ.สุขุมปิดท้าย ให้ความเห็นถึงการเปิดใช้บ้านพิษณุโลกและนายกฯเศรษฐาจะนอนที่ทำเนียบ

