หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ภูมิใจ...

เศรษฐา ภูมิใจได้พรีเซนต์ SDGs และอารยะเกษตร ไม่กังวลบาทอ่อน ธปท.กำลังดูแลอยู่

21.09.23 | 07:53 น.

‘นายกรัฐมนตรี’ ภาคภูมิใจได้นำเสนอการพัฒนาที่ยั่งยืนและอารยะเกษตร ในเวที UNGA ครั้งที่ 78 เผยต่างชาติสนใจการออกหุ้นกู้สีเขียว หวังจะขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ และไม่กังวลปัญหาค่าเงินบาทอ่อน ทางธปท.กำลังดูแลอยู่

เมื่อวันที่ 20 กันยายน ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) ครั้งที่ 78 ว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้นำเสนอแนวคิดของประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะคนไทย และไม่ใช่แค่รัฐบาลนี้ แต่รวมถึงรัฐบาลที่ผ่านๆ มา ที่ร่วมมือกัน ซึ่งหลายประเทศให้ความชื่นชม ที่ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องสภาพแวดล้อม ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเดียว คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมทำให้บ้านเมืองดีขึ้น มีพลังงานสีเขียว เป็นความภาคภูมิใจ ตนมาในฐานะผู้นำมาทำหน้าที่นำเสนอเท่านั้น ก็มีเวลาเพียง 10 วันในการเตรียมตัว ก็พยายามนำเสนอแต่เรื่องดีๆ ของประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ธีมของการประชุมครั้งนี้คือการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs ซึ่งไทยได้เสนอ Sustain Development Goal ในความเห็นส่วนตัวตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดี ควรจะทำโดยเฉพาะช่วงที่ภูมิรัฐศาสตร์มีความร้อนแรง มีความเดือดเยอะมาก และมีความเห็นต่างทางความคิดเยอะมากกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติ แต่เรื่องที่ทุกคนเห็นร่วมกันคือภาวะโลกร้อน จะทำยังไงให้มีความยั่งยืนในการดำรงชีพของประชาชนในทุกประเทศ ถือเป็นธีมที่ดี ที่ผสมผสานทุกประเทศด้วยกัน ก็ผ่านมาวันกว่าๆ ได้ไปพูดในหลายเวที ทุกประเทศให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการเติบโตระหว่างประเทศ

สำหรับการออกหุ้นกู้ Sustaianability linked bond นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านนี้ และมีการออกหุ้นกู้ 12,500 ล้านเหรียญสหรัฐอยู่แล้ว แต่เป็นหุ้นกู้ที่มีขีดจำกัดเรื่องการใช้เงิน จึงต้องขยายขอบเขต ซึ่ง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะจะเขียนคำจำกัดความขึ้นมาว่า การจะระดมทุน 2 พันล้านเหรียญสหรัฐว่าจะมีขอบเขตอย่างไร และจะทำ Green Economy อย่างไรบ้าง

“เรื่องนี้ได้รับการตอบรับ โดยเฉพาะจาก BlackRock ที่ให้ความสนใจอย่างมาก ผมเชื่อว่าคนไทยก็คำนึงถึงเรื่องนี้อยู่แล้ว ดังนั้นข้อดีของการแย่งกันซื้อทำให้ราคาถูก เป็นสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น” นายเศรษฐากล่าว

Advertisement

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า BlackRock มีสำนักงานอยู่แล้วที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ ทางสำนักงานประกันสังคมของไทยมีการลงทุนอยู่บ้างแล้ว เราจึงมีความสัมพันธ์กันมาก่อน ทาง BlachRock มีการลงทุนโดยตรงกับบริษัทพลังงานอยู่แล้วประมาณ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่มาลงทุนในไทยแล้ว ซึ่ง BlacRock อยากให้มาลงทุน ตนเองมีการพูดคุยอยากให้เข้ามาลงทุนในไทย หากมีการลงทุนเพิ่มก็ยินดีให้ตั้งสำนักงานในไทย เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพราะเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดที่บริหารเงินทั้งหมด เป็นจุดเริ่มต้นไม่เคยเจอกันเลย ก็จะทำงานต่อเนื่อง และคงต้องมีการวางแผนพูดคุยกันอย่างรอบคอบ และต้องให้ความเป็นธรรมกับคนในประเทศไทยด้วยว่าไม่ให้ทำอะไรที่เป็นการปฏิบัติเป็นพิเศษ

สำหรับถ้อยแถลงในเวทีว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายกรัฐมนตรี ได้มีการนำเสนอ อาริยะเกษตร ที่มีปรัชญาต่อเเนื่องมาจากเศรษฐกิจพอเพียง ได้นำเสนอให้ชาวโลกทราบ ความสำคัญที่เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีการพูดถึงเป้าหมายในแต่ละปี เพื่อให้พัฒนาเร็วขึ้น ด้าน carbon ambition ไทยพยายามทำให้ดีขึ้น ซึ่งประเทศเราหากดูจากตัวเลขที่ UN ให้มามีการพัฒนาดีกว่าหลายประเทศ ซึ่งผู้นำหลายประเทศชื่นชมมาด้วย

ส่วนสถานการณ์เงินบาทอ่อนใประเทศไทย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้ทราบสถานการณ์แล้ว แต่เรื่องนี้อยู่ในความดูแลของทางธนาคารแห่งประเทศ รัฐบาลไม่ได้ไปก้าวก่าย ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนระยะสั้น ซึ่งทำให้เงินทุนไหลออกเพื่อเก็งกำไร ในแง่ประเทศอื่นที่มีส่วนต่างของดอกเบี้ยสูงกว่า

“รัฐบาลไม่ได้ไปก้าวก่าย แต่ไม่อยากให้บอกว่าเงินบาทอ่อนจะไม่ดีเสมอไป เพราะมาช่วยเรื่องการส่งออก ทำให้ตัวเลขดีขึ้น หรือการท่องเที่ยว มีเงิน 1 เหรียญได้ 36 บาท ทำให้คนอยากมาท่องเที่ยวยิ่งขึ้น” นายเศรษฐากล่าว

ส่วนกรณีอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีมีการปรับตัวสูงขึ้นเพราะรัฐบาลระดมเงินทุนจำนวนมาก ทำให้กระทบต่อสภาพคล่องของเอกชน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สภาพคล่องในประเทศยังมีอยู่เยอะมาก ตรงนี้จึงไม่น่าใช่ประเด็น เรื่องนี้ได้คุยกับกระทรวงการคลังแล้ว สภาพคล่องเรามีอยู่เยอะมาก จึงไม่น่ากังวลต่อสภาพคล่องของเอกชน