‘โรม’ เดินหน้าดัน ร่างพ.ร.บ.ฉุกเฉิน ฉบับก้าวไกล ถาม ‘พท.’ ยังสนับสนุนเหมือนเดิมหรือไม่?

21.09.23 | 14:05 น.

‘โรม’ เดินหน้าดัน ร่าง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ฉบับก้าวไกล หวังคุมอำนาจรัฐบาล ถาม ‘พท.’ ยังสนับสนุนเหมือนเดิมหรือไม่หลังเป็นรัฐบาล

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่รัฐสภา พรรคก้าวไกล นำโดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) แถลงข่าวกรณีที่พรรคก้าวไกล จะยื่นร่างพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. … ซึ่งการยื่นร่างดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการตั้งกระทู้ถามสดต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) โดยร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวเราเคยยื่นไปยังสภาชุดที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เราก็เกือบจะผ่านในวาระที่ 1 แต่เนื่องจากการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมาอย่างยาวนาน ประกอบกับมีการนำ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนี้มาประกาศใช้ในสถานการณ์ทางการเมืองหลายครั้ง เราจึงพบว่ามีการประกาศใช้โดยปราศจากการถ่วงดุล ตรวจสอบจากสภา เช่น การออก พ.ร.ก.ในช่วงที่เกิดโควิด-19 แต่มีการนำ พ.ร.ก.ดังกล่าวไปใช้ในลักษณะการปราบปรามผู้ชุมนุมที่เห็นต่างทางการเมือง จนทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่า ประกาศใช้มีจุดประสงค์เพื่ออะไร เช่นเดียวกับในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราก็เห็นมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินมาอย่างยาวนาน แต่ไม่ว่าสภาจะส่งเสียงไปยัง ครม.เท่าไหร่ ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล

นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราจึงเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน เพื่อให้มีกฎหมายที่ทำให้สภาสามารถที่จะตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยมีรายละเอียด คือ 1.การประกาศ พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงอำนาจของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ แต่การประกาศนั้น จะต้องมีการขออนุมัติจาก ครม.ใน 3 วัน และต้องขออนุมัติจากสภา ภายใน 7 วัน เพื่อให้ตัวแทนของประชาชน สามารถอนุญาตให้รัฐบาลใช้กฎหมายที่จะไปจำกัดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย 2.ในการเข้ามาขออนุมัติจากสภา รัฐบาลจะต้องมีหน้าที่ทำแผนว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจะแก้ด้วยวิธีใด และ 3. พ.ร.ก.ฉุกเฉินฉบับปัจจุบันที่ยังใช้อยู่ ศาลปกครองไม่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งในกฎหมายของพรรคก้าวไกลที่นำเสนอให้อำนาจกับประธานสภา ผู้ตรวจการแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในการที่จะร้องศาลปกครองว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังมีเหตุที่จะต้องประกาศใช้หรือไม่ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบถ่วงดุล

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่แทบจะไม่ต้องรับผิดอะไร ซึ่ง พ.ร.บ.ที่เราเสนอ หากการใช้อำนาจนั้น เป็นการใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้องก่อให้เกิดความเสียหาย การดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้มีอำนาจผู้นั้น สามารถจะดำเนินการได้ ดังนั้นหลักการที่เรานำเสนอผ่านกฎหมายฉบับนี้ คือ หลักการสากลที่ประเทศไทยของเราควรจะมี ซึ่งจะนำไปสู่การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพควบคู่กับอำนาจพิเศษ ที่เราเข้าใจว่าบางครั้งก็จำเป็นต้องมี ซึ่งเราหวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. โดยเฉพาะจากพรรคเพื่อไทย ที่ก่อนหน้านี้เคยให้การสนับสนุน การที่จะได้ไปเป็นรัฐบาลจะไม่ทำให้จุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่เคยมีต่อร่างกฎหมายฉบับนี้เปลี่ยนไป

Advertisement

นายรอมฎอนแถลงด้วยว่า ตนเห็นใจ นายสมศักดิ์ ที่ต้องตอบคำถามนี้หลังรับตำแหน่งได้เพียงไม่นาน ท่านยังไม่ชัดเจน ขอเวลา แต่ตนต้องการย้ำว่า คนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ อยู่ในเขตปกครองพิเศษไม่เคยรู้จักความชอบธรรม หลักนิติ สภาต้องทำให้ประชาชนชายแดนได้รับการปฏิบัติ เคารพสิทธิเสรีภาพ หวังว่า ส.ส.ชายแดนใต้ 12 คน จะทำให้เป็นฉันทามติร่วมกัน เปลี่ยนโฉมประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่า การใช้ร่าง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ฉบับก้าวไกล เป็นการบังคับใช้หรือตามสถานการณ์ นายรังสิมันต์เผยว่า ฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการอาศัยเครื่องมือเป็นของสภา เมื่อเห็นชอบประกาศใช้อำนาจ หากรัฐบาลต้องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ต้องมีแผนชัดเจนจะแก้อย่างไร ไม่ให้อำนาจพิเศษอยู่กับรัฐบาล ส่งเสริมให้รัฐบาลทำงานโปร่งใส ส่วนกรอบการขยายเวลาที่ลดจาก 60 วัน เหลือเพียง 30 วัน ยืนยันว่า ไม่สั้น หากมี ส.ส. ขัดขวางการทำงานของรัฐบาล จะโดนสังคมตัดสินเอง อีกทั้งคนที่ทำหน้าที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา ไม่สามารถประวิงเวลาได้ เป็นการเปิดเผยให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของรัฐบาล เลิกสวดมนต์หาทางออกเอง ส่วนหากมีเหตุฉุกเฉินจึงสามารถผ่าน ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

เมื่อถามว่า ได้คุยกับพรรคเพื่อไทยถึงการทำร่าง พ.ร.บ.ฉุกเฉิน ฉบับก้าวไกลหรือยัง นายรังสิมันต์เผยว่า ไม่ได้คุยเป็นทางการ แต่ส่งสัญญาณถึงจุดยืนของพรรคก้าวไกล “ร่างนี้คล้ายร่างเดิมที่พรรคเพื่อไทยเคยเห็นชอบตอนเป็นฝ่ายค้านด้วยกัน สถานการณ์ต่างแค่ปัจจุบันเพื่อไทยเป็นรัฐบาล”

เมื่อถามว่า หวั่นจะมีความขัดแย้งกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายรอมฎอนย้ำว่า ต้องลุ้นรัฐบาลจะเอายังไง มีแผนอะไร คิดอะไรอยู่ รัฐบาลพลเรือนมาจากเลือกตั้ง จะกล้าหาญแก้กฎหมายบริหารสถานการณ์ความมั่นคงหรือไม่ ตนอยากทำให้ดีขึ้น รวมทั้งกฎอัยการศึกต้องรื้อใหม่ ให้ทันสมัยมากขึ้น