จบแล้ว! เคาะ กมธ.รอบ 3 หลังประชุมนานกว่า 2 ชม. นัดส่งรายชื่อ 27 ก.ย. ส่วน 28 ก.ย. นัดถกครั้งแรก
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 กันยายน ที่รัฐสภา มีการประชุมตัวแทนพรรคการเมือง ที่มี นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานการประชุม เพื่อจัดสรรโควต้าคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ว่า พรรคการเมืองใดจะได้ประธาน กมธ.ชุดใด โดยมีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง อย่างไรก็ตาม สำหรับการประชุมจัดสรรโควต้า กมธ.นั้น มีการพิจารณามาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ ทำให้ต้องมีการพิจารณาครั้งที่ 3 ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการเตรียมกล่องสี่เหลี่ยมใส บรรจุไข่สีทอง จำนวน 35 ใบ และสีน้ำเงินจำนวน 8 ใบ
ทั้งนี้ ภายหลังจากพักการประชุมห้องใหญ่ เพื่อไปประชุมกันห้องเล็กเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เพื่อพูดคุยกันว่าจะสลับว่าพรรคใดจะได้คณะใด ซึ่งนายพิเชษฐ์ได้เข้าไปพูดคุยด้วยในช่วงหลัง จนกระทั่งถึง เวลา 15.40 น. นางมนพร เจริญศรี ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย (พท.) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เข้าไปประชุมด้วยเปิดเผยว่า ขณะนี้ กมธ.ตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียง 2 คณะคือ กมธ.กระจายอำนาจฯ และ กมธ.การแรงงาน ซึ่งพรรค ก.ก. และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ต้องพูดคุยกัน โดยบรรยากาศการพูดคุยกันเป็นไปได้ด้วยความราบรื่น หลังจากนั้นทุกคนได้เข้าหารือต่อในห้องประชุมใหญ่
ต่อมา เวลา 16.16.น. การประชุมได้เสร็จสิ้น โดย นายพิเชษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ใช้เวลานานมาก แต่สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทุกพรรคถอยคนละก้าว โดยในวันที่ 27 กันยายนนี้ ทุกพรรคจะเสนอรายชื่อประธาน กมธ. ทั้ง 35 คณะ และในวันที่ 28 กันยายน จะเป็นการประชุมนัดแรก เพื่อจะเลือกประธาน รองประธาน เลขาฯ และโฆษก กมธ. ทุกตำแหน่ง ซึ่งจำนวน กมธ.ได้ตามสัดส่วน ส.ส.ของแต่ละพรรค แต่จะมีบางคณะ เช่น กมธ.แก้ไขปัญหาหนี้สิน และ กมธ.ติดตามราคาพืชผลผลิตทางการเกษตร ที่สำคัญกว่าที่ในที่ประชุมเห็นว่าควรเป็นเปลี่ยนเป็นภารกิจอื่นที่สำคัญกว่า ทั้งนี้ ในส่วนของพรรค ก.ก. ปัจจุบันได้ 11 คณะตามสัดส่วน ส.ส. เพราะ นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ส.ส.ระยอง ได้รายงานตัววันนี้จึงครบตามสัดส่วนพอดี
ขณะที่ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ในส่วนของพรรค รทสช. ได้ 2 คณะครึ่ง คือ กมธ.พลังงาน และ กมธ.อุตสาหกรรม ส่วนอีก 1 กมธ.คือ กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและกองทุน ซึ่งต้องแบ่งกับพรรค ก.ก.คนละครึ่ง เนื่องจากติดในเรื่องข้อกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม คือจะเป็น กมธ.คนละ 2 ปีหรือปีเว้นปี ซึ่งจะต้องมาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

