‘ชัยธวัช’ กางภารกิจแรก หารือพรรคร่วมวางแนวทางการทำงาน ยัน ‘ปกรณ์วุฒิ’ นั่ง ปธ.วิปฝ่ายค้าน ชี้ กก.บห.ปรับเล็กน้อย เพราะฝ่าด่านเฉพาะหน้า ไม่ได้หวั่นยุบพรรค รอรื้อใหม่ เม.ย. ปีหน้า เผยสัปดาห์หน้ารู้ทางออกปมเก้าอี้ ‘ปดิพัทธ์’
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 23 กันยายน ที่ตึกไทยซัมมิท ทาวเวอร์ นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงภารกิจแรกในการเป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า ภารกิจแรกคงจะต้องเชิญพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคมาพูดคุยกัน เพื่อวางแนวทางในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพหลังจากนี้ รวมถึงจัดวางทีมงานของฝ่ายค้านอย่างเป็นเอกภาพ และภารกิจจำเป็นเฉพาะหน้าของผู้นำฝ่ายค้าน คือการเสนอชื่อแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เพื่อให้ประธานสภาแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรมีการประสานงานกันได้อย่างสมบูรณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ประธานวิปฝ่ายค้านจะเป็นนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ในที่ประชุมพรรคก้าวไกลมีการเสนอชื่อนายปกรณ์วุฒิเป็นประธานวิปฝ่ายค้าน ซึ่งคิดว่าคงจะได้รับการยอมรับจากพรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรค เพราะที่ผ่านมา นายปกรณ์วุฒิได้ทำหน้าที่หลักในการประสานงานกับฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วยกันอยู่แล้ว คงจะต้องรอการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
เมื่อถามต่อว่า พรรคได้มีการวางแนวทางเบื้องต้นเรื่อง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธานสภาคนที่ 1 หรือไม่ว่าจะให้ออกไปอยู่พรรคไหน นายชัยธวัชกล่าวว่า วันที่ 23 หรือ 24 กันยายน คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่คงจะใช้เวลาภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ในการหารือร่วมกันว่าแนวทางควรจะเป็นอย่างไร ก็ขอเวลานิดนึง คาดว่าสัปดาห์ที่จะถึงนี้เรื่องดังกล่าวจะจบ
เมื่อถามอีกว่า ในฐานะเป็นผู้นำคนใหม่ของพรรคก้าวไกลจะไปพูดคุยกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าอย่างไรบ้าง หลังจากที่ระบุว่าจะเลิกวิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกล นายชัยธวัชกล่าวว่า อันดับแรกคิดว่าการวิพากษ์วิจารณ์พรรคก้าวไกลเป็นสิ่งที่ควรทำได้ และความจริงตนในฐานะผู้นำพรรคคนหนึ่งก็อยากเชิญชวนให้ทุกคนช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ ติชม หากเห็นว่าพรรคก้าวไกลยังมีข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดตรงไหน ก็อยากให้ทุกคนได้แสดงความคิดอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวล เพราะการติชม การวิพากษ์วิจารณ์จะนำไปสู่การปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น
ส่วนเรื่องนายปิยบุตรในฐานะที่ได้ร่วมสร้างพรรคอนาคตใหม่มาด้วยกัน เรายังเห็นว่านายปิยบุตรยังเป็นกำลังสำคัญของการเมืองไทยที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในอนาคต แม้ว่าจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดๆ ได้อีกจนกว่าจะครบ 10 ปี คิดว่าคงต้องพยายามที่จะพูดคุย และเรายัง อยากให้นายปิยบุตรได้ใช้ศักยภาพในการเข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต่อไป
เมื่อถามว่า การที่คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ไม่มีคนหน้าใหม่เลย ถือเป็นการยอมรับว่ามีความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรคหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ไม่ อย่างที่ได้บอกไปว่าที่ประชุมของพรรคคิดว่าเราควรจะมีการปรับเล็กไปก่อนชั่วคราว เพราะต้องอธิบายว่า 1.เป็นการปรับเล็กเฉพาะหน้า อย่างที่บอกว่าเป็นเหตุจำเป็นทางด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพรรค และการสั่งยุติปฎิบัติหน้าที่ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรค ทำให้เราต้องปรับเล็ก
2.เดิมภายในพรรคมีการทำความเข้าใจกันตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ากรรมการบริหารพรรคชุดแรกของพรรคก้าวไกล มีการเลือกมาโดยมีข้อจำกัด ด้วยสถานการณ์การมีส่วนร่วมน้อย เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบมีการหาพรรคใหม่ ก็ต้องรีบที่จะเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มาทำหน้าที่กอบกู้ และเมื่อครบวาระ 4 ปี เราบอกกับสมาชิกพรรคและทีมงานทุกจังหวัดของพรรคว่า เราจะมาเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยที่ให้สมาชิกพรรคเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่กว่าชุดแรก ซึ่งจากกำหนดครบ 4 ปีอยู่แล้วในเดือนเมษายน ปี 2567 ดังนั้นสมาชิกพรรคทุกคนทราบดี ส่วนการปรับใหญ่อย่างเป็นทางการคือการประชุมใหญ่สามัญปี 2567 ในเดือนเมษายน ซึ่งกระบวนการได้มาของแต่ละตำแหน่งจะต้องผ่านการมีส่วนร่วมของคนทำงานในแต่ละจังหวัดให้มากที่สุด
เมื่อถามว่า ตำแหน่งที่ปรึกษารองประธานสภาคนที่ 1 ของนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และอดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล จะมีคนมาแทนหรือไม่ นายชัยธวัชกล่าวว่า ยังไม่มี เพราะมันกระชั้นชิดไป การมีส่วนร่วมนั้นยังไม่มี

