ส.ส.จิราพร ชี้ ‘ซีรีส์วาย’ โตพุ่ง 270% ไทยฮับใหญ่เอเชีย ตีตลาดตปท. ชูดันซอฟต์เพาเวอร์

23.09.23 | 16:25 น.

‘ส.ส.จิราพร’ ชี้ซีรีส์วายไทยปังต่อ หลังโตพุ่ง 270% บุกต่างประเทศแตก ชู 2 ข้อเสนอดันซอฟต์เพาเวอร์

เมื่อวันที่ 23 กันยายน FEED สื่อผู้ผลิตคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ภายใต้เครือมติชน จัดงานสุดยิ่งใหญ่แห่งปี FEED Y CAPITAL 2ND เมืองหลวงซีรีส์วาย ครั้งที่ 2 ขนทัพนักแสดงซีรีส์สุดปัง และศิลปิน T-POP ขึ้นโชว์เสิร์ฟความสุขให้แฟนๆ จนล้นทะลักเวที สร้างปรากฏการณ์ความฟินเต็มกราฟ ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์

น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตัวเองเป็นสาววายในยุคบุกเบิก ตั้งแต่การเสพสื่อวายเป็นเรื่องที่ดูผิดบาป ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม จนถึงปัจจุบันที่เราเดินทางมาไกลมาก จากเป็นสื่อที่ต้องซื้อขายตามใต้ดิน แต่วันวันนี้ซีรีส์วายถูกฉายเป็นสื่อช่องทางหลักแล้ว รวมถึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

ต้องบอกว่า ซีรีส์วายเป็นอุตสาหกรรมที่ปังแล้ว ปังอยู่ และกำลังจะปังต่อ เนื่องจากในช่วงการระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา อุตสากรรมหลายอย่างได้รับผลกระทบ แต่ซีรีส์วายที่เป็นซีรีส์ความรักระหว่างเพศเดียวกัน ทั้งชายชายและหญิงหญิง สามารถเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมอื่นๆ โดยซีรีส์วายสามารถทำเงินได้กว่า 1,000 ล้านบาทจากทั่วโลกในช่วงโควิด มีฐานคนดูที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็นธุรกิจใหม่คือ วายอีโคโนมี หรือธุรกิจวาย

ซึ่งมีตัวเลขที่น่าสนใจคือ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศพบว่า เมื่อหลายปีที่แล้ว ซีรีส์วายมีการผลิตอยู่ไม่กี่เรื่อง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานี้ อัตราการผลิตซีรีส์วายเติบโตขึ้นกว่า 270% ถือว่ารวดเร็วมาก สะท้อนให้เห็นถึงฐานคนดูที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจากข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตซีรีส์วายของเอเชีย เป็นฮับที่หลายประเทศจับตามองมากที่สุด โดยซีรีส์วายไปบุกตลาดต่างประเทศ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน ที่ซีรีส์วายไทยได้ฉายบนแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ของจีน ที่มีสมาชิกนับร้อยล้านคน

Advertisement

น.ส.จิราพรกล่าวว่า ไม่ได้มีแค่ซีรีส์วายที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือมูลค่าทางการตลาดเท่านั้น แต่ความคลั่งไคล้ในตัวศิลปินยังนำไปสู่การทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการจัดอีเวนต์ คอนเสิร์ต แฟนมีตติ้ง หรือการได้รับเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้า จึงทำให้ที่ผ่านมาศิลปิน-นักแสดงซีรีส์วาย สามารถสร้างมูลค่าทางการตลาดได้สูงมาก โดยสร้างปรากฏการณ์ฮอลล์แตก ห้างสรรพสินค้าแตกมาแล้ว รวมถึงศิลปินซีรีส์วายสามารถสร้างการรับรู้ในโลกออนไลน์ อาทิ แฮชแท็กในทวิตเตอร์ ที่มียอดผู้มีส่วนร่วมติดอันดับโลกหลายครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความอู้ฟู่ของซีรีส์วายไทย นอกจากนี้ นักแสดงหรือศิลปินซีรีส์วายยังได้รับแต่งตั้งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของแบรนด์ใหญ่ระดับโลก แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ใหญ่ระดับโลกมองอุตสาหกรรมวายของไทยในมิติที่สูงมาก ไปไกลระดับโลก ไปแล้ว ไปอยู่ และไปต่อ

จากความสำเร็จในช่วงที่ผ่านมา จากการพูดคุยกับผู้ประกอบการเอกชนหลายราย พบว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นความสำเร็จที่ภาคเอกชนไปกันเอง ต่างคนต่างไป น้อยมากที่จะได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ ทำให้ในเมื่อซีรีส์วายเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพไประดับโลก เราจึงต้องมาคิดต่อว่าจะทำอย่างไรในการต่อยอดให้ซีรีส์วายมีศักยภาพและฐานคนดู สามารถดันให้กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์เพาเวอร์อื่นๆ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นด้วย อาทิ การใส่ฉากอาหารไทยเข้าไปในซีรีส์วาย เพื่อต่อยอดอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่ม รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวและกีฬาบางประเภทของไทยด้วย

ทั้งยังจะสามารถทำอย่างไรในการใช้ซีรีส์วายปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของไทย ที่ไม่ได้ขี่ช้างแล้ว แต่มีบีทีเอส มีโครงสร้างพื้นฐานอำนวยความสะดวกมากมาย นอกจากนี้ ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ซีรีส์วาย รวมถึงอุตสาหกรรมบันเทิงไทย สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แข็งแรงมากพอที่จะอยู่ระดับโลกร่วมกันกับอุตสาหกรรมอื่นๆ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศได้ในระยะถัดไปข้างหน้าแบบยั่งยืน

น.ส.จิราพรกล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ได้เรียนรู้และถอดบทเรียนจากในอดีต ที่เคยทำโครงการต่างๆ อาทิ ครัวไทยสู่ครัวโลก โดยตกผลึกเป็นข้อเสนอ 2 ส่วน เพื่อทำให้ซอฟต์เพาเวอร์ไทยสำเร็จขึ้นจริงได้ คือ 1.การพัฒนาคน และ 2.การพัฒนาอุตสาหกรรม ซึ่งธุรกิจผลิตสื่อบันเทิงเป็นภาคบริการที่สร้างมูลค่าสูงมาก แต่มีแรงงานในอุตสาหกรรมนี้เพียง 0.14% ของผู้ที่มีงานทำทั้งหมด

หมายความว่า หากจะทำให้ซีรีส์วายสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จะต้องผลิตคนเข้าไปสู่อุตสาหกรรมนี้มากขึ้น ปรับทักษะให้มีความเป็นสากลมากขึ้น จึงมีโครงการ 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์เพาเวอร์ อัพสกิลและรีสกิลทักษะที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์เพาเวอร์ จะต้องมีทักษะสูงขึ้น อย่างน้อย 1 คนจาก 20 ล้านครอบครัวที่มีความฝัน ไม่ว่าจะอยากทำอาชีพอะไร ก็สามารถเข้าอบรมโครงการได้

โดยจะตั้งหน่วยงานชื่อ ไทยแลนด์ ครีเอทีฟ คอนเทนต์ เอเจนซี่ (ทีเอชเอซีซีเอ) ในการเป็นตัวกลางผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ของไทยให้เกิดขึ้นได้ ทำงานร่วมกับเอกชน ในการกำหนดทิศทาง ยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหา กฎระเบียบ และใช้งบประมาณร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมซีรีส์วาย รวมถึงซอฟต์เพาเวอร์ในด้านอื่นๆ ของไทย สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องสะดุดหยุดลงตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

“รัฐบาลตั้งคณะกรรมยุทธศาสตร์ซอฟต์เพาเวอร์แห่งชาติขึ้นมา โดยในวันที่ 3 ตุลาคม 2566 จะเป็นการประชุมใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรก มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ทำให้วันที่ 3 ตุลาคมนี้ จะกางยุทธศาสตร์พัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ของไทย มีแผนงานในระยะ 100 วัน 6 เดือน และ 1 ปี ที่จะพัฒนาซอฟต์เพาเวอร์ของไทยให้สำเร็จต่อไป” น.ส.จิราพรกล่าว

น.ส.จิราพรกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราพูดถึง อุตสาหกรรมซีรีสวาย ในมุมมองเชิงมิติเศรษฐกิจ แต่ในความเป็นจริงจะต้องทำงานควบคู่กันไปกับมิติทางสังคม ซึ่งที่ผ่านมาความสำเร็จของซีรีส์วาย การนำเสนอความรักระหว่างเพศเดียวกัน สามารถทำให้ประเทศไทยถูกมองว่าความรักของเพศเดียวกันเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องผิดบาปเหมือนที่ผ่านมา

แต่ในความเป็นจริง เราจะทำอย่างไรที่จะใช้โอกาสที่สังคมเริ่มเปิดกว้างแล้ว ทำให้คนไทยได้ตระหนักรู้ถึงสิทธิเสรีภาพของกลุ่มหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง เพราะความจริงคนกลุ่มนี้ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ทำให้ต้องมามองว่าจะทำอย่างไรให้เกิดสิทธิเสรีภาพที่เท่าเทียมกันกับคนทุกเพศทุกวัย โดยยืนยันที่จะสานต่อร่างกฎหมาย พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่โอบรับความหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง ที่สุดท้ายจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยการผลักดันนโยบายซอฟต์เพาเวอร์ของพรรคเพื่อไทย

เรามีเป้าหมายใหญ่ที่จะยกระดับชีวิตของคนไทย เปลี่ยนประเทศไทยที่ติดกับดักประเทศผู้มีรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศมีรายได้สูง ใช้ซอฟต์เพาเวอร์ทำให้ประเทศไทยและคนไทย กลับมามีที่ยืนในประเทศอีกครั้ง การผลักดันเรื่องนี้จึงไม่ใช่วาระของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นวาระของคนไทยทั้งประเทศ มาร่วมเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน