แฟลชสปีช : ‘ก้าวไกล’ยากเย็นในแต่ละก้าว

24.09.23 | 10:30 น.

ชนะเลือกตั้ง แต่แพ้เกมอำนาจคืออธิบายความเป็นไปทั้งหมดของพรรคก้าวไกล

แน่นอน! ย่อมไม่ใช่คำอธิบายที่ไม่เพียงไม่เลื่อนลอย แต่มีรูปธรรมมากมายที่สะท้อนว่านั่นคือความจริง

จากเริ่มต้นที่พรรคอนาคตใหม่ได้รับการเลือกตั้งมาเกินคาดสำหรับพรรคการเมืองใหม่ที่ไม่มีเครือข่ายสนับสนุน เหมือนกับพรรคที่เติบโตมาในสังคมการเมืองบ้านเรา

ท่ามกลางความเป็นไปที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจสำหรับคนรุ่นใหม่ และความพิศวงงงงวยของนักวิเคราะห์การเมืองรุ่นลายคราม อำนาจที่เหนือกว่าเจตนารมณ์ของประชาชนลากอนาคตใหม่สู่การถูกยุบพรรค

บุคคลที่เป็นความหวังความฝันทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็น 

Advertisement

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจปิยบุตร แสงกนกกุลพรรณิการ์ วานิชพร้อมอีกหลายคนในนามกรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิการเมือง ต้องเดินออกจากสภาผู้แทนราษฎร ในความรู้สึกว่าเกินไปแล้วของผู้คน

แต่ไม่มีใครทำอะไรได้ กติกาต้องเคารพไม่ว่าใครจะเห็นว่าเป็นกติกาที่พิลึกพิลั่นแค่ไหนก็ตาม

เหมือนสิ้นหวัง ทว่าการไม่ยอมจำนนของนักการเมืองหนุ่มที่อวตารอนาคตใหม่มาเป็นก้าวไกลและช่วยกันทำงานในสภาอย่างทุ่มเท มีนัก

การเมืองหนุ่มที่เปี่ยมความสามารถในการวางตัวทางการเมือง และความรอบรู้ในพัฒนาการของโลกผสานกับความแตกฉานในการมองปัญหาของประเทศ ด้วยบุคลิกที่โดดเด่นของพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ที่ถูกชูขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน 

เมื่อเสริมด้วยการยึดครองความน่าเชื่อถือของบทบาท ส..ของพรรค

ผลการเลือกตั้งครั้งที่ 2 ส่งก้าวไกลเป็นพรรคที่ได้รับเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง พร้อมกับความชอบธรรมในการเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

แต่แค่เริ่มต้นก็รับรู้กันว่าก้าวไกลไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาดูแลอำนาจรัฐ

เริ่มต้นปฏิบัติการสกัดพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ไม่ให้ไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีก่อนที่จะเขี่ยก้าวไกลพ้นพรรคร่วมรัฐบาล

ถึงวันนี้ก้าวไกลจำนนในฐานะฝ่ายค้านยังถูกรุกไล่ต่อเนื่อง ไม่ได้แม้โควต้าประธานกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่มีบทบาทในอำนาจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

ไม่เพียงเท่านั้น ชะตากรรมของพรรคก้าวไกลและผู้นำพรรคยังอยู่ในบ่วงที่รู้กันอยู่ว่าเป็นไปได้ที่จะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด ด้วยคดีที่อยู่ในมือขององค์กรแห่งอำนาจ

ล่าสุดที่เกิดขึ้นกับช่อ พรรณิการ์ย่อมปฏิเสธไม่ได้ว่าสร้างอาการหายใจไม่ทั่วท้องให้เกิดขึ้นกับคนก้าวไกลแม้จะยืนหยัดว่าต้องก้าวต่อไปแต่ต่างคนต่างรู้ว่าเป็นก้าวที่จะต้องเผชิญกับความลำบากยากเย็นด้วยทิศทางการควบคุมอำนาจที่เหมือนถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่เหลือโอกาสให้คนที่มีความคิดแบบพรรคก้าวไกลนั้น มีอยู่และมีปฏิบัติการให้เกิดขึ้นจริง

ดังนั้น หากความเชื่อที่ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าก้าวไกลจะเติบใหญ่กว่านี้ เพราะจะเป็นความหวังหนึ่งเดียวของการสร้างความศักดิ์สิทธิ์ให้เจตนารมณ์ประชาชน

ความเชื่อมั่นนั้นคงจะต้องพิสูจน์ว่า นับจากนี้ก้าวไกลจะฝ่าด่านอำนาจสถาปนาไปถึงวันที่ประชาชนจะแสดงอำนาจได้หรือไม่

และนั่นหมายถึงบางทีการให้กำลังใจกันและกันภายในก้าวไกลอาจจะรักษาพลังของก้าวต่อไปได้ดีกว่าการตำหนิเรียกร้อง กดดันกันและกัน เหมือนที่เป็นอยู่ภายในพรรคขณะนี้

การ์ตอง