สถานีคิดเลขที่ 12 : บทต่อไปของ ‘ช่อ พรรณิการ์’

25.09.23 | 12:33 น.
สถานีคิดเลขที่12 : บทต่อไปของ‘ช่อ พรรณิการ์’ เส้นทางในการเป็น “นักการเมืองในระบบ”

เส้นทางในการเป็น “นักการเมืองในระบบ” ของ “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ยุติลงอย่างสิ้นเชิง หลังศาลฎีกาพิพากษาว่าเธอมีพฤติกรรม “ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง” ให้ถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้งตลอดไปและไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เรื่อง “ระบบ-กติกา” อันผิดเพี้ยน ที่นำมาสู่การ “ประหารชีวิตทางการเมือง” โดยใช้เหตุผลข้ออ้างเรื่อง “จริยธรรม” เป็นประเด็นที่มีคนถกเถียงกันไปมากพอสมควรตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

แต่ในบทความชิ้นนี้ อยากเล่าถึง “ปรากฏการณ์หลังจากนั้น” ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน

เมื่อวันเสาร์ที่ 23 กันยายน ในงาน “ฟีด วาย แคปปิตอล : เมืองหลวงซีรีส์วาย ครั้งที่ 2” “ช่อ พรรณิการ์” ได้ขึ้นไปทอล์กบนเวที ในหัวข้อ “พลังของซีรีส์วายในสังคมวัฒนธรรมไทย และโอกาสในอุตสาหกรรมความบันเทิงระดับโลก”

พรรณิการ์ใช้เวลาประมาณ 20 ปี ไล่เรียงประเด็นสำคัญๆ มากมายหลายประการ ตั้งแต่ที่มา-ความหมายของแนวคิด “ซอฟต์เพาเวอร์ รวมถึงดัชนีที่ใช้ชี้วัดว่าประเทศใดมี “ซอฟต์เพาเวอร์” มากหรือน้อย

Advertisement

ประเด็นใหญ่ที่เธอเน้นย้ำ คือ “ซีรีส์วายไทย” จะกลายเป็น “ซอฟต์เพาเวอร์” ได้ก็ต่อเมื่อ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ประเภทนี้มีความเชื่อมโยงกับการต่อสู้เชิงคุณค่าชนิดอื่นๆ ด้วย

ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม ข้อถกเถียงเรื่องกฎหมายคำนำหน้านาม การมีเสรีภาพในการคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ หรือปรับเปลี่ยนสิ่งเก่าๆ เรื่อยไปจนถึงการชวนให้ย้อนกลับไปมองเรื่องสวัสดิการของแรงงานในอุตสาหกรรมบันเทิง

ดังนั้น “ซีรีส์วาย” ต้องไม่เป็นแค่ “สินค้าส่งออก” แต่ต้องพัฒนาไปเป็น “ภาพลักษณ์-คุณค่า” ที่ชาวต่างชาติมองเห็นว่า เมืองไทยมีระบบนิเวศที่เอื้อต่อความหลากหลาย-ความเท่าเทียมในภาพรวมด้วย

บนเวทีดังกล่าว “ช่อ พรรณิการ์” ยังปลุกให้ “แฟนและผู้ผลิตซีรีส์วายไทย” หันมาสนใจตัวละครหญิง-หญิง (ยูริ) และเรื่องราวแบบ GL (เกิร์ลเลิฟ) มากยิ่งขึ้นท่ามกลางกระแสนิยมในตัวละครชาย-ชาย (ยาโอย) และเรื่องราวแบบ BL (บอยเลิฟ) อันท่วมท้น

น่าสนใจว่า ค่ำคืนของวันเดียวกัน “ฟรีน-เบ็คกี้” ดาราหญิงคู่เดียวที่โดดเด่นขึ้นมาในตลอดขวบปีนี้ ก็ขึ้นกวาดรางวัลสาขา “ยอดนิยม/ป๊อปปูลาร์โหวต” ในงานประกาศรางวัล “ฟีด วาย อวอร์ดส์” ไปทั้งหมด

พูดอีกอย่าง คือ พรรณิการ์นั้นกำลัง “สนทนา/ต่อสู้” ในเรื่องเดียวกันกับ “แฟนๆ ซีรีส์วาย” จำนวนมาก

นี่แสดงว่า ต่อให้ถูกห้ามไม่ให้ทำงานการเมือง ต่อให้เจ้าตัวไม่พูดเรื่องการเมืองหนักๆ แต่ “อดีตนักการเมือง” รายนี้ ก็ยังมีความเข้าใจในสังคมไทยร่วมสมัยเป็นอย่างดี เธอสามารถจับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนรุ่นใหม่ๆ ได้อย่างแม่นยำ

นี่คือศักยภาพที่ผู้มีอำนาจและผู้อาวุโสส่วนใหญ่ในบ้านเมืองนี้ไม่มี

และนี่คือ “พลังทางสังคม-วัฒนธรรม” ที่จะผลักดันให้ “ช่อ พรรณิการ์ วานิช” สามารถทำตัวเป็นปากเสียงให้คนกลุ่มต่างๆ ต่อไปได้เรื่อยๆ โดยยังไม่มีจุดสิ้นสุด