‘ชัยธวัช’ ลั่นนำทัพ ‘ก้าวไกล’ เร่งขยายฐานสมาชิก ชี้จากนี้คือการต่อสู้ของการเมืองชนชั้นนำ-ภาคปชช.

‘ชัยธวัช’ ลั่นนำทัพ ‘ก้าวไกล’ เร่งขยายฐานสมาชิก ชู 4 ยุทธศาสตร์ เพื่อการเปลี่ยนแปลง ชี้จากนี้การเมืองคือการต่อสู้ของชนชั้นนำ-ภาคปชช. ระบุ ปัญหาการเมืองไทยแก้ไม่ได้เพราะอนุญาตให้ทำรปห.

เมื่อเวลา 17.45 น. วันที่ 24 กันยายน ที่สนามกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพฯ (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ในกิจกรรม “ก้าวต่อไป ก้าวไกลทั้งแผ่นดิน” นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรก ว่า นี่คือประชุมสมาชิกพรรคของพรรค ก.ก. ที่ใหญ่ที่สุดที่ทำมา ซึ่งจะเป็นทิศทางที่สำคัญที่ทำให้พรรค ก.ก. มีประชาชนเข้ามาส่วนร่วมมากที่สุด

วันนี้ตนมายืนแทนนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานคณะที่ปรึกาษาพรรค ก.ก. แต่ตนอยากจะประกาศในฐานะเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ว่า แม้ว่าหัวหน้าพรรค ก.ก. จะเปลี่ยนไป แต่ว่าที่นายกรัฐมนตรีของพรรค ก.ก. จะไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ คนเดิม วันนี้ในฐานะหัวหน้าพรรค ก.ก. คนใหม่ จึงอยากพูดถึงเส้นทางทางการเมืองของพรรคและบทใหม่ของการเมืองไทย

มีหลายคนที่บอกว่า มีการเปลี่ยนจากระบอบเผด็จการ สู่ระบอบประชาธิปไตย ตนคิดว่า ก็คงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเราเห็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เคารพเสียงของประชาชน และปัญหาการเมืองไทยประการที่ 2 คือ รัฐรวมศูนย์ เป็นระบบปิดกั้นการเมืองไทย เต็มไปด้วยการทุจริตไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน ซึ่งเรื่องการกระจายอำนาจรัฐบาลนี้คือ การกระจายอำนาจแบบผู้ว่า CEO

และเราเห็นทุนผูกขาดแล้ว รวมถึงปัญหาการเมืองเรื่องนิติรัฐแบบอภิสิทธิ์ชน ที่กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย ความเสมอภาคต่อกฎหมายไม่มีอยู่จริง ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีไว้เพื่อพิทักษ์รักษารับใช้คนบางกลุ่ม แต่ไม่ได้มีเป้าหมายพิทักษ์คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของทุกคน และถ้าต้องการความเป็นธรรมในประเทศนี้ อย่าหาความยุติธรรมแบบสากล แต่จงสยบยอม ยอมรับ ในแบบอภิสิทธ์ชนของไทย เมื่อยอมรับก้มหัวท่านจะได้ความกรุณาปราณี

Advertisement

“ซึ่งปัญหาเหล่านี้ของการเมืองไทยเราแก้ไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาการเมืองไทยเป็นการเมืองของชนชั้นนำ ที่อนุญาตให้มีการรัฐประหารได้ตลอดเวลา ถ้าเอารถถึงมายึดอำนาจไม่ถือเป็นการล้มล้างการปกครอง แต่ถ้าโพสต์เฟซบุ๊ก แบบที่ผู้มีอำนาจไม่อยากเห็นไม่อยากได้ยินอาจจะต้องติดคุกเป็นสิบปี หรือไม่ก็อาจจะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต” นายชัยธวัชกล่าว

นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า การเมืองไทยคือการเมืองที่ อนุญาตให้ไปเลือกตั้งได้เป็นพักๆ แต่ไม่ยอมให้อำนาจสูงสุดเป็นของประชาขน แบบนี้ตนขอเรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีประชาชนเป็นไม้ประดับ และการเมืองของชนชั้นนำเป็นการเมืองที่อนุญาตให้แข่งขันกันได้ในระบบการเลือกตั้ง เป็นการแข่งขันกันไปมีอำนาจ และผลัดกันไปแบ่งสันปันส่วนในตำแหน่ง และเก้าอี้ แต่การเมืองชนชั้นนำไม่ได้แข่งขันไปเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยแบบเดิมๆ

“หลายคนอาจจะบอกว่า อย่าคิดอะไรมากเรามาอาศัยเขาอยู่ ดังนั้นจงเชื่อว่าประชาชนไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงจนกว่าเจ้าของบ้านตัวจริงจะอนุญาต” นายชัยธวัชกล่าว

นายชัยธวัชกล่าวว่า ดังนั้นสิ่งที่ตนอยากจะบอกคือ การพยายามออกจากการเมืองของชนชั้นนำแบบเดิม กลายเป็นโจทย์สำคัญของยุคสมัยที่ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไปแล้ว หลังวิกฤตต้มยำกุ้ง มีความพยายามปฏิรูปสังคมไทยครั้งใหญ่ มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การต่อสู้ของชนชั้นนำทางการเมือง 2 กลุ่มทำให้เกิดความขัแแย้งครั้งใหญ่ หลายคนล้มตายหลายคนถูกดำเนินคดี แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ทำให้เกิดสำนึกใหม่ในหมู่ประชาชน ประชาชนจำนวนมากต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และต้องการให้เกิดการปฏิรูประเทศ นี่จึงเป็นสำนึกใหม่ที่เกิดขึ้นมา และเมื่อต่อสู้กันมาเกือบ 20 ปี ก็กลับมาจับมือกัน และพวกเขาค้นพบอันตรายจากชนชั้นนำ คือสำนึกใหม่

ทั้งนี้ภัยคุกคามการเมืองชนชั้นนำ คือการเมืองของประชาชน ดังนั้น ตนอยากจะบอกว่า ในสถานการณ์ในปัจจุบัน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านจากเผด็จการประชาธิปไตย แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านของชนชั้นนำแบบจารีตกับชนชั้นน้ำแบบเลือกตั้ง เปลี่ยนผ่านการต่อสู้เป็นการเมืองของชนชั้นนำแบบการเลือกตั้ง กับการเมืองของประชาชน และนี่คือรากฐานทางการเมืองของรัฐบาลปัจจุบัน จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเมืองไทยบทใหม่นับจากนี้ต่อไป

นายชัยธวัชยังกล่าวอีกว่า ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ก.ก. อยากจะบอกว่า เป้าหมายสำคัญของพรรค ก.ก. คือเราต้องผลักดัน ต้องเปลี่ยนแปลง สิ่งที่การเมืองของชนชั้นนำบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นสิ่งที่สังคมไทยปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป ภายใต้เป้าหมายนี้ พรรคก้าวไกลจะมียุทธศาสตร์สำคัญ 4 ด้าน มีภารกิจเฉพาะหน้า 2 ภารกิจ คือ สร้างพรรค ก.ก. ให้เข้มแข็ง เป็นสถาบันทางการเมืองจริงๆ ให้ได้ และงานในวันนี้ถือจุดเริ่มต้น จึงอยากเชิญชวนให้ช่วยกันขยายสมาชิกพรรค ช่วยกันขยายการมีส่วนร่วมของประชาชน และช่วยกันปักธงทางความคิดทำพรรคก้าวไกลให้พร้อมปันเปลี่ยนแปลงเมื่อช่วงของการเปลี่ยนแปลงมาถึง

ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือฝ่ายค้านในสภา ที่จะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร ตนในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่ ให้สัญญาว่าจะทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมาไม่เกรงใจใครอย่างที่เคยพิสูจน์ ดุดันด้วยเนื้อหา

ยุทธศาสตร์ด้านที่ 3 คือฝ่ายค้านเชิงรุก เรื่องนี้ตนขออนุญาตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ก.ก. มาอธิบาย

ยุทธศาสตร์ที่ 4 คือ ตรึงพื้นที่เก่า รุกพื้นที่ใหม่ พื้นที่ไหนประชาชนให้ความไว้วางใจ ก็จะต้องเร่งทำงานเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เราทำงานไม่เหมือนใคร สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างไร นี่คือสิ่งที่ต้องช่วยกันทำ ส่วนพื้นที่ไหนที่ยังไม่ชนะการเลือกตั้ง ก็ขอเชิญชวนให้ทำพรรคให้เข้มแข็งขึ้น และช่วยกันเฟ้นหาสภาผู้แทนราษฎรของทุกคน

โดยหลังจากนี้ พรรค ก.ก. จะสร้างกลไกให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสรรหา ท้องถิ่นทุกระดับ เป้าหมายไม่ใช่การสร้างหัวคะแนนในการเลือกตั้งใหญ่ แต่ต้องการผลักดันการกระจายอำนาจในการรวมศูนย์

นายชัยธวัชกล่าวว่า ส่วนภารกิจสุดท้ายคือ ร่วมกันผลักดันให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากประชาชน จึงอยากให้ช่วยกันรณรงค์เรียกร้อง ทำประชามติว่าต้องการให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับหรือไม่ และสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ต้องมาจากประชาชนทั้งหมด

นายชัยธวัชยังกล่าวอีกว่า ที่ตนพูดมาทั้งหมด ตนทราบดีว่า หลายคนเสียใจหลายคนสิ้นหวัง หลายคนเสียน้ำตา เพราะพรรค ก.ก. ชนะการเลือกตั้งมาแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ตนอยากจะบอกว่า นับจากนี้ขอให้เอาน้ำตา เอาความเสียใจไม้ข้างหลัง และไม่มีอะไรมีจะต้องเสียใจอีกต่อไป วันนี้พวกเราช่วยกันสร้างความเปลี่ยนแปลงมากขนาดไหน ดังนั้นจึงต้องจับมือสร้างความเปลี่ยนแปลงบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ก้าวต่อไปก้าวไกลทั้งแผ่นดิน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image