‘มายด์’ กังวล อานนท์ ส่อกลับเข้าเรือนจำ จับตานิรโทษกรรม เกิดหรือไม่ใน รบ.เศรษฐา

24.09.23 | 23:24 น.

‘มายด์’ กังวล อานนท์ ส่อกลับเข้าเรือนจำ จับตานิรโทษกรรม เกิดหรือไม่ใน รบ.เศรษฐา

เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ที่ Hops and Hope craft bar เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ มีการจัดงาน ‘ดื่มส่งอานนท์ เข้าเรือนจำ’ พร้อมกิจกรรมฉลองและให้กำลังใจ นายอานนท์ นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะเข้ารับฟังคำพิพากษาคดี ม.112 ในวันที่ 26 กันยายนนี้ เวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก โดยมีเหตุมาจากการปราศรัยใน #ม็อบ14ตุลา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ได้แก่ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออก 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ 3.ปฏิรูปสถาบัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศเมื่อเวลา 18.30 น. ว่ามีผู้ทยอยเดินทางเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งนักกิจกรรม นักการเมือง และประชาชน อาทิ นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์, น.ส.ณัฎฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน พยาบาลอาสา, นายมงคล ถิระโคตร หรือ บัสบาส, นางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า, น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตสายไหม พรรคก้าวไกล, นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล, นายธนาพล อิ๋วสกุล บก.สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เป็นต้น

น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักกิจกรรมทางการเมืองให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ ว่ามีความกังวล และมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่นายอานนท์จะไม่ได้รับการประกันตัวเช่นเดียวกับ ‘เก็ท โสภณ’ กลุ่มโมกหลวงริมน้ำ และ ‘น้ำ วารุณี’

“เคสพี่อานนท์ ก็เป็นไปได้ที่จะถูกนำตัวเข้าเรือนจำ ทุกครั้งที่เพื่อนเราเข้าเรือนจำมันเศร้า มันเยอะมาก และในหลายๆครั้งมันไม่ทันได้เตรียมตัว แต่ครั้งนี้ทีมเพื่อนของพี่อานนท์ ไม่อยากให้เป็นแค่บรรยากาศของความเศร้า การเข้าไปข้างในมันก็อาจจะเป็นการสู้ต่ออีกรูปแบบหนึ่งเหมือนกัน” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า คนที่อยู่ข้างในเรือนจำก็ต้องมีกำลังใจเข้มแข็งเพื่อยืนหยัดในอุดมการณ์ของตนเอง คนที่อยู่ข้างนอกก็ไม่จำเป็นต้องใจฝ่อ ถ้าหากเพื่อนต้องเข้าไปข้างใน แต่เราต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ความไม่พอใจเหล่านี้ กลับมาเป็นแรงขับในการขับเคลื่อนสังคมต่อไป ทำให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นกับเพื่อนเราในเรือนจำให้ได้ด้วย

Advertisement

“การเข้าเรือนจำอาจจะไม่ต้องเศร้าเสมอไป มันก็เป็นตลกร้ายเหมือนกัน ที่ในความเป็นจริงมันเศร้ามาก อยู่ๆการที่คนหนึ่งถูกพรากอิสรภาพไป เพียงแค่การแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตใจ และเป็นความเห็นที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วยซ้ำ

โอเคมันเป็นช่วงจังหวะของการต่อสู้ เรายังคงต่อสู้กับขั้วอำนาจเดิม จะทำอย่างไรดีให้อำนาจของประชาชนคืนมา การต่อสู้ทางคดีความก็เป็นส่วนหนึ่งที่ เมื่อเราอยู่ในกระบวนนั้นแล้ว เราก็ต้องหาทางสู้อย่างเต็มที่ให้ได้ด้วยเหมือนกัน

ส่วนคนที่อยู่ข้างนอกเรือนจำ ทุกครั้งที่เราใจฝ่อ เราอาจจะท้อได้บ้าง แต่อย่าให้มันท้อยาว อย่าให้มันท้อนาน อย่าให้เราห่อเหี่ยว จนเราไม่เหลือกำลังใจพอที่จะให้เพื่อนข้างใน ก็อยากให้บรรยากาศเลี้ยงส่งในวันนี้ เต็มไปด้วยความคึกครื้น เหมือนเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานมาก แล้วมาเจอกัน เป็นประมาณนี้ดีกว่า เพื่อที่เราจะได้ส่งต่อความหวัง ให้กับเพื่อนที่อยู่ในเรือนจำด้วย” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

เมื่อถามถึงสถานการณ์ ที่นักเคลื่อนไหวทยอยเข้าเรือนจำอย่างต่อเนื่อง น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ตั้งแต่ที่พรรคเพื่อไทยได้ฉีก MOU 8 พรรค รวมถึงมีการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่หน้าตาละม้ายคล้ายเดิม เพิ่มเติมคือ เพื่อไทย ประชาชาติ และเสรีรวมไทย ทำให้เข้าใจว่าบรรยากาศทางการเมืองหลายๆอย่าง รวมถึงกระบวนการยุติธรรมก็มีดุลพินิจหรือมุมมมองต่อคดีความทางการเมืองที่ค่อนข้างแตกต่างไปจากเดิม

“บรรยากาศของการบังคับใช้กฎหมายและความเข้มงวดในการตีความ ตัดสิน เอาผิด เข้มข้นขึ้น ไม่ได้ลดน้อยลง ฉะนั้น ไม่ว่าอย่ไรก็ตาม เราอาจจะต้องหาวิธีการในการรับมือกับภาครัฐ ที่อาจจะปล่อยปะละเลย สิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องจับตากันต่อคือ การนิรโทษกรรมว่าจะเกิดขึ้นไหม

การนิรโทษกรรมสำคัญมาก ในสังคมประชาธิปไตยที่มันอยู่ในช่วงของความขัดแย้งทางการเมืองของอะไรบางอย่าง และคนกลุ่มหนึ่งถูกจำกัดเสรีภาพ ถูกกดทับ

“การนิรโทษกรรม คือ การทวงคืนความยุติธรรมและอาวุธทางการเมืองได้มากขึ้นเยอะมากๆ เพราะฉะนั้นแล้วมายด์คิดว่า หลังจากนี้ถ้ายิ่งมีคนเข้าไปในเรือนจำอีก อย่างพี่อานนท์ ที่ถ้าวันที่ 26 ต้องเข้าไปในเรือนจำอีก พวกมายด์ที่โดนคดี 112 ตอนนี้อาจจะต้องเตรียมแล้ว” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวอีกว่า หลายคนอาจจะใจฝ่อไป เพราะหลังเลือกตั้งดูมีความหวังมาก แต่สุดท้ายการจัดตั้งรัฐบาลก็ถูกลิดรอนด้วยรัฐธรรมนูญปี 60 แต่ถ้าการต่อสู้จบลงง่ายๆ ก็จะรู้สึกแปลก เพราะกลไกโครงสร้างที่วางไว้มีมานานมาก และซับซ้อนอย่างยิ่ง

“อย่าเพิ่งไปท้อ อย่าเพิ่งไปหมดหวัง ไม่ว่าเราจะโดนกดขี่ โดนกดทับ โดนทำร้ายอีกสักเท่าไหร่
แต่ในเมื่อที่เราอยู่ในระบบ ที่บอกว่าเราประชาชนมีอำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เราก็จะต้องทำอย่างไรก็ได้ให้มันเป็นแบบนั้นให้ได้ ถ้าอำนาจมันอยู่ที่คนอื่นก็ดึงกลับมา ถ้าอำนาจคนอื่นเอาไปใช้อย่างผิดทาง ก็ทวงคืนกลับมาให้เรา และใช้อำนาจนั้นอย่างมีประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนให้ได้” น.ส.ภัสราวลีกล่าว

น.ส.ภัสราวลีกล่าวว่า ตอนนี้เข้าสู่การเมืองคลื่นใหม่ เป็นการตื่นตัวทางการเมืองอย่างกว้างขวางพอสมควร พรรคการเมืองก็เป็นส่วนสำคัญมาก ที่ทำให้คนเข้าไปอินกับการเมืองด้วย

“การตระหนักรู้และเข้าใจถึงปัญหาเชิงโครงสร้างจนถึงต้นตอ มันได้ถูกผลิบานต่อยอดมาตั้งแต่ปี 63 เยอะมากแล้ว อย่างก้าวกระโดดด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นหลังจากนี้เป็นเวฟใหม่ที่เราไม่ได้งงอยู่กับโครงสร้าง เรารู้แล้วว่าโครงสร้างหน้าตาเป็นแบบไหน ซึ่งจะทำให้เราติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิดต่อไป และเข้าใจว่าการทวงอำนาจสำคัญแค่ไหนเหมือนกัน” น.ส.ภัสราวลีทิ้งท้าย