อนุทิน เยี่ยมปภ. ชื่นชมผลงานที่ผ่านมา ย้ำต้องทันโลกทันสมัย พร้อมรับมือวิกฤต

มท.1 ตรวจเยี่ยม ปภ. ย้ำ ‘ทำงานแบบพี่น้อง’ ชาว ปภ.ต้องเป็นผู้ที่รู้เท่าทันเหตุการณ์ ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเห็นความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน ‘ลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่’ บริหารจัดการสาธารณภัย อุบัติภัย และอุบัติเหตุทางถนน อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 กันยายน ที่ห้องประชุม 1 อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ถนนนครราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ตรวจเยี่ยมและเป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

โดยมี นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 1-18 และหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด 76 จังหวัด ร่วมรับมอบนโยบาย

โอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เยี่ยมชมนิทรรศการรำลึก 100 ปี พระที่นั่งนงคราญสโมสร บริเวณพระที่นั่งนงคราญสโมสร และเดินทางเข้าสู่อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เยี่ยมชมนิทรรศการระบบการแจ้งเตือนภัย แนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัย พร้อมทั้งพบปะ “หน่วยบิน ปภ.” โดยมีนักบินเฮลิคอปเตอร์การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ KA-32 ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 4 ลำ ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทุกจังหวัดทั่วประเทศ บรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

Advertisement

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญต่อการรับมือกับภัยพิบัติที่ทั่วโลกเผชิญอยู่ โดยเฉพาะเมื่อสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงไป บทบาทของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะหน่วยงานกลางในการจัดการสาธารณภัยของประเทศ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยมีแนวนโยบายเกี่ยวกับการจัดการสาธารณภัยของประเทศ ได้แก่

1.การเตรียมความพร้อมรับมือสาธารณภัยในภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาเอลนิโญ ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งอย่างรุนแรงในช่วงฤดูแล้งปีหน้า จึงขอให้จังหวัดเร่งกักเก็บน้ำไว้ให้เพียงพอสำหรับการใช้ตลอดปี

2.การช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้ติดตามสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดสถานการณ์ รวมถึงเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยของจังหวัด

3.การอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขอให้จังหวัดโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด กำหนดมาตรการและแนวทางการดูแลความปลอดภัยของสถานที่ท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว ได้แก่ 1) ให้มีป้ายแจ้งเตือน ป้ายบอกทางอพยพหลายภาษา ซึ่งตรวจสอบความถูกต้องของภาษาแล้วให้นักท่องเที่ยว 2) ให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยสถานที่ท่องเที่ยวทางน้ำ 3) ให้จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลประสานผู้ประกอบการจัดให้มี Lifeguard หรือเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยชายฝั่ง

4.ความปลอดภัยทางถนน ขอให้ยึดเป้าหมายการลดอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศให้เหลือ 12 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ภายในปี พ.ศ.2570 โดยให้ 1) บูรณาการเจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เข้มงวดพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ เช่น การขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย เป็นต้น 2) ให้หน่วยงานราชการกําชับให้ข้าราชการและบุคลากรปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ และการคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งเมื่อขับขี่รถยนต์

5.การยกระดับขีดความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ขอให้มุ่งเน้นให้ความรู้ในการประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอ และสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งในการจัดการสาธารณภัย รวมทั้งให้มีการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย โดยอาศัยชุมชนเป็นฐานให้มากขึ้น

“ขอให้พวกเรามีวิถีในการทำงานแบบ ‘ทีมกระทรวงมหาดไทย’ ที่ ‘ทันโลก ทันสมัย ทันท่วงที’ ซึ่งสำคัญมากสำหรับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ต้องทำงานกับความเปลี่ยนแปลง และเผชิญวิกฤตอยู่เสมอ ขอให้ท่านเป็นผู้ที่รู้เท่าทันเหตุการณ์ ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเห็นความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วน” มท.1 กล่าวเพิ่มเติม

มท.1 กล่าวในช่วงท้ายว่า “ผมขอชื่นชมในภารกิจที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทุกท่านของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ‘พวกเราทำงานแบบพี่น้อง’ และตนพร้อมสนับสนุนการทำงานในการปฏิบัติภารกิจเพื่อช่วยให้ประเทศเราสามารถ ‘ลดความเสี่ยงเดิม ป้องกันความเสี่ยงใหม่’ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ประเทศไทยมีความมั่นคงปลอดภัย อย่างยั่งยืนสืบไป”

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image