บทนำ : มุมมอง รธน.ใหม่

27.09.23 | 08:11 น.

การแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่แทนฉบับ 2560 โดยขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาการทำประชามติและกำหนดแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กำลังเป็นที่สนใจของแวดวงการเมือง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ต้องทักท้วงไว้แต่ต้นคือหลักคิดจะใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นต้นแบบ เพราะรัฐธรรมนูญ 2540 ออกแบบให้ฝ่ายบริหารมีอำนาจมากเกินไป ทำให้การตรวจสอบรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีทำได้ยากมาก ถ้านายกรัฐมนตรีตั้งรัฐบาลด้วยเสียงเกินกว่า 3 ใน 5 คือเกินกว่า 300 เสียงขึ้นไป เพราะรัฐธรรมนูญ 2540 ระบุว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ ฝ่ายค้านต้องมีเสียงเกินกว่า 200 เสียง หรือ 2 ใน 5 ขึ้นไปเท่านั้น ทำให้บางยุคไม่สามารถตรวจสอบนายกรัฐมนตรีได้เลยตลอดอายุรัฐบาล

รักษาการหัวหน้าพรรค ปชป.ชี้ว่า บทบัญญัติดังกล่าวนำไปสู่การมีรัฐบาลกินรวบ เพราะหากตั้งรัฐบาลมีเสียงเกิน 300 เสียง จะเลี่ยงการถูกตรวจสอบได้ อีกทั้งรัฐธรรมนูญ 2540 ยังให้อำนาจฝ่ายบริหารมีบทบาทสรรหาองค์กรอิสระต่างๆ จนนำไปสู่การใช้ช่องว่างเพื่อประโยชน์ของฝ่ายบริหาร ถ้าใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 มาสวมในสถานการณ์ปัจจุบัน การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย เพราะรัฐบาลมีเสียงเกิน 3 ใน 5 ฝ่ายค้านมีไม่ถึง 200 เสียง ก็จะไม่สามารถยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ ถ้าบริหารผิดพลาด ล้มเหลว จะเท่ากับพาประเทศย้อนยุคกลับไปสู่ปัญหาเดิมที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตได้อีก จึงควรคิดกันให้รอบคอบ ที่พูดนี้ตั้งธงอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ ไม่เกี่ยวกันและยังไม่ใช่เวลา เพราะรัฐบาลเพิ่งเริ่มต้น

เป็นข้อทักท้วงที่น่ารับฟัง ทั้งเรื่องเงื่อนไขการตรวจสอบนายกฯ และการตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นภาระหน้าที่ขององค์กรหรือคณะบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ยกร่าง จะต้องหาสูตรที่ลงตัวบนพื้นฐานของการเคารพสิทธิเสียงของประชาชนไปพร้อมกัน รัฐธรรมนูญที่มีปัญหามักจะมาจากกลุ่มอำนาจที่ออกแบบการเมืองเพื่อประโยชน์ของตนเอง ดังนั้น รัฐธรรมนูญต้องปรับปรุงแก้ไขได้ตามเหตุผลของยุคสมัย จัดดุลอำนาจของผู้ใช้อำนาจอธิปไตยอย่างเหมาะสม และควรวางหลัก หรือแนวทางป้องกันการฉกฉวยอำนาจ อาทิ การป้องกันรัฐประหาร ป้องกันการเข้าสู่อำนาจอย่างไม่ชอบด้วยหลักประชาธิปไตย