‘ก้าวไกล’ ปรับทัพใหม่ โชว์บทฝ่ายค้านเข้มแข็ง

26.09.23 | 06:20 น.

พรรคก้าวไกล (ก.ก.) เดินหน้าปรับทัพในระดับนำ โดยเฉพาะตำแหน่งหัวหน้าพรรค และคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ชุดใหม่ ที่จะขึ้นมาทำหน้าที่นำพรรค ก.ก. เดินหน้าทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังที่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรค ก.ก. ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องติดเงื่อนไขมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.เป็นการชั่วคราว ระหว่างการพิจารณาคำร้องให้ตรวจสอบการถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ว่าเข้าข่ายการถือครองหุ้นสื่อ ซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติการสมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่

การจะรอให้ผลคดีการถือหุ้นบริษัท ไอทีวีฯตัดสินถึงที่สุด จะเกี่ยวโยงกับการทำหน้าที่ ส.ส.ในสภา และตำแหน่งหัวหน้าพรรค ก.ก. ต่อการขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งไม่สามารถรอให้คดีความดังกล่าวของ “พิธา” โดยที่ยังไม่ชัดเจนว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของ “พิธา” จบลงเมื่อใด

เพราะตามไฟต์บังคับของรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 บัญญัติไว้ว่า “ภายหลังที่คณะรัฐมนตรีเข้าบริหารราชการแผ่นดินแล้ว พระมหากษัตริย์ จะทรงแต่งตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรผู้เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจํานวนสมาชิกมากที่สุด และสมาชิกมิได้ดํารงตําแหน่งรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในกรณีที่พรรคการเมืองตามวรรคหนึ่ง มีสมาชิกเท่ากัน ให้ใช้วิธีจับสลาก ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรย่อมพ้นจากตําแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติตามวรรคหนึ่ง หรือเมื่อมีเหตุ ตามมาตรา 118 (1) (2) (3) หรือ (4) ในกรณีเช่นนี้ พระมหากษัตริย์จะได้ทรงแต่งตั้งผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรแทนตําแหน่งที่ว่าง”

เมื่อ “พิธา” แม้จะเป็นหัวหน้าพรรค ก.ก. มี ส.ส.มากที่สุด แต่เมื่อไม่สามารถทำหน้าที่ ส.ส.ในสภาได้ จึงติดล็อกไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ทำหน้าที่แม่ทัพตรวจสอบการทำงานของคณะรัฐมนตรีได้

พรรค ก.ก.จึงต้องเดินเกมปรับเปลี่ยนหัวหน้าพรรค และ กก.บห.ชุดใหม่ เป็นการชั่วคราว เพื่อให้มีหัวหน้าพรรค สามารถทำหน้าที่ ส.ส.ขึ้นมานั่งเป็นผู้นำฝ่ายค้านได้โดยสมบูรณ์ตามกฎหมาย โดยที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรค เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา มีมติเลือก “ชัยธวัช ตุลาธน” รักษาการเลขาธิการพรรค ก.ก. ให้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค ก.ก. เพื่อเตรียมพร้อมในการทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน

Advertisement

ขณะที่ กก.บห.ชุดใหม่อีก 7 คน ประกอบด้วย อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเลขาธิการพรรค ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นเหรัญญิกพรรค ณกรณ์พงศ์ ศุภนิมิตตระกูล เป็นนายทะเบียนสมาชิกพรรค ส่วน สมชาย ฝั่งชลจิตร, อภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์, เบญจา แสงจันทร์ เป็นกรรมการบริหารพรรค และ สุเทพ อู่อ้น เป็น กรรมการบริหาร (สัดส่วนปีกแรงงาน)

พร้อมกับเลือก พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นประธานคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ทีมเศรษฐกิจพรรค และ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต (Think Forward Center) เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค

ขณะที่รองหัวหน้าพรรค 4 คน ได้แก่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, พล.ต.ต. สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล และเลือกรองเลขาธิการพรรค 3 คน ได้แก่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ โดยเลือก พริษฐ์ วัชรสินธุ เป็นโฆษกพรรค และรองโฆษกพรรค 2 คน คือ กรุณพล เทียนสุวรรณ และ ภคมน หนุนอนันต์

ในส่วนของ กก.บห.ชุดใหม่ พรรค ก.ก. เลือกบุคคลให้เข้ามาทำหน้าที่เพียง 8 คน เนื่องจากตำแหน่ง กก.บห.จะมีผลผูกพันในทางกฎหมาย อย่างรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ที่จะต้องรับผิดชอบหากมีการยุบพรรค เนื่องจาก กก.บห.จะต้องถูกรับโทษตัดสิทธิในทางการเมืองที่รัฐธรรมนูญกำหนด

การปรับทัพ กก.บห.ชุดใหม่ของพรรค ก.ก.เป็นการชั่วคราว เพียง 8 คน ทางหนึ่งเพื่อให้มีหัวหน้าพรรคขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านได้ อีกประการหนึ่งยังเป็นการป้องกันคดีความที่อาจจะมาจากพรรค และอาจส่งผลกระทบต่อ กก.บห.ได้

รายชื่อระดับนำที่ขึ้นมาทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรค รองเลขาธิการพรรค และทีมโฆษกพรรค รวม 10 คน พรรค ก.ก.จึงไม่เลือกให้มานั่งเป็น กก.บห. เพื่อกันไว้อยู่ใน “เซฟโซน” หากมีอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นกับ กก.บห.

ซึ่ง “ชัยธวัช” บอกถึงเหตุผลการปรับตำแหน่ง กก.บห.ชุดใหม่ว่า ภาพรวมการปรับทัพครั้งนี้เป็นเพียงการปรับทัพชั่วคราว เนื่องจากเหตุจำเป็นทางกฎหมายที่ทำให้ พิธา แคนดิเดต นายกรัฐมนตรีของพรรค ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยตนและ กก.บห.ชุดใหม่ยินดีที่จะลงจากตำแหน่ง เมื่อพิธาสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ส.ส.ในสภาได้อีกครั้ง

การปรับทัพชั่วคราวครั้งนี้ พรรคได้ตัดสินใจ ดังนี้ 1.เน้นสลับบทบาทของแต่ละคนภายในกรรมการบริหารพรรคชุดเดิมเป็นหลัก และ 2.แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล เพื่อรับผิดชอบการทำงานเชิงรุกในการขับเคลื่อนวาระการเปลี่ยนแปลงและนโยบายร่วมกับประชาชนนอกสภา นำโดย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในฐานะประธานที่ปรึกษา

ส่วนตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ด้วยเงื่อนไขตามที่มาตรา 106 ของรัฐธรรมนูญกำหนดสมบัติผู้นำฝ่ายค้านไว้ว่า 1.ต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.มากที่สุด 2.ต้องอยู่ในพรรคที่ไม่มีรัฐมนตรี 3.ต้องอยู่ในพรรคที่ไม่มีประธานหรือรองประธานสภา

หากพรรค ก.ก.ต้องการขึ้นมาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภา แล้วจำเป็นต้องหาทางออกในเก้าอี้รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ของ “ปดิพัทธ์” ที่สังกัดพรรค ก.ก.เหมือนกัน เนื่องจากพรรค ก.ก.ไม่สามารถได้ทั้งผู้นำฝ่ายค้านและรองประธานสภาคนที่ 1 ในคราวเดียวกันได้ จึงเป็นโจทย์ของพรรค ก.ก.ที่ต้องไปแก้

เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมายการเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งทั้งในและนอกสภา