เดินหน้าชน : รบ.ลุย‘เกียร์สูง’

 ไม่ใช่แค่สาเหตุเพราะรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำ มีที่มาหลังจากยกเลิกเอ็มโอยูกับพรรคก้าวไกลที่ได้รับคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 หันไปจับมือกับขั้วรัฐบาลเก่า จัดตั้งรัฐบาล

หรือเหตุผลที่ นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศ ไทย ยอมมารับโทษ พักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ 

หรือแม้กระทั่งเหตุผล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาจากภาคเอกชน เป็นซีอีโอบริษัทชั้นนำของไทย มีสไตล์การทำงานแบบซีอีโอ รวดเร็ว ชัดเจน เล็งผลเลิศ

จึงทำให้นายเศรษฐาสั่งให้รัฐมนตรีในครม.นิด 1” เร่งสปีดสร้างผลงานกันแบบเต็มสูบ เป็นที่มาของการประกาศนโยบาย 100 วัน ให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงไปทำการบ้านมา

Advertisement

แม้ดูเหมือนจะมีรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยเท่านั้น ที่ดูจะกระตือรือร้นกับการบ้านเร่งปั้นผลงาน

แต่รัฐมนตรีจากพรรคอื่น ส่วนใหญ่มาจากขั้วรัฐบาลเดิม จะไม่ค่อยคึกคักกับนโยบายนี้เท่าไหร่

จะมีชัดเจนก็คงเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายชาดา ไทยเศรษฐ รมช.มหาดไทย เท่านั้น 

คู่นี้กำลังคึกคักกับนโยบายปราบมาเฟียอย่างมีสีสัน

แต่ภาพรวมเห็นได้ชัดว่า รัฐบาลต้องการเร่งรัฐมนตรีทุกคน สร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ 

ชัดเจนขนาดนายกฯเศรษฐาประกาศ ผลักดันเศรษฐกิจของประเทศเข้าสู่เกียร์สูง” (high gear) เมื่อครั้งเดินทางไปประชุมยูเอ็นที่สหรัฐ เมื่อวันที่ 18-24 ..2566 ได้กล่าวปาฐกถาในงานเลี้ยงอาหารค่ำ สภาธุรกิจสหรัฐอาเซียน และหอการค้าสหรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพไม่ใช่แค่เกียร์สูงเฉพาะนโยบายเชิงรุกมุ่งสู่ยุคดิจิทัลของไทย

แต่วิธีทำงานการบริหารจัดการรัฐมนตรีทุกคน นายกฯก็สั่งเร่งสปีดผลงานเต็มที่ด้วย

เปรียบเหมือนรถยนต์เมื่อเริ่มสตาร์ตเครื่องใหม่ๆ ต้องเริ่มจากใส่เกียร์ต่ำก่อน ค่อยๆ ไล่ขึ้นเกียร์สูงเรื่อยๆ ทีละสเต็ป

แต่นายกฯเศรษฐากระทืบคันเร่งมิด ออกตัวแบบรถซิ่งหลังติดเบาะ ยัดใส่เกียร์สูง เพื่อให้พุ่งทะยานไปข้างหน้าทันที 

จากประเทศติดหล่มจมปลัก รัฐประหารสืบทอดอำนาจอยู่หลายปี เสียโอกาสในการพัฒนาคน พัฒนาประเทศ ให้สามารถแข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพได้ในเวทีโลก

ทำให้หลายคนรู้สึกว่า แม้ว่ารัฐบาลเพิ่งเริ่มเข้ามาทำงานอย่างเป็นทางการ หลังแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2566 แต่ดูเหมือนเข้ามานานแล้ว

เพราะรัฐบาลประกาศเดินหน้ามาตรการต่างๆ มากมาย 

ทั้งการปลุกการท่องเที่ยว จากมาตรการฟรีวีซ่านักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน และปรับปรุงด้านการบิน เพื่อสร้างรายได้

ยังมีการลดค่าครองชีพให้ภาคธุรกิจและประชาชน จากมาตรการ ลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน ลดราคาสินค้า รถไฟฟ้า 20 บาท  

รวมทั้ง แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น พักชำระหนี้ เพิ่มค่าแรง 400

แม้จะดูเหมือนมาตรการระยะกลางและระยะยาว การปรับโครงสร้าง ยกระดับภาคส่วนต่างๆ ยังไม่ค่อยเห็นภาพชัดนัก 

ส่วนใหญ่จะเป็นนโยบายระยะสั้น เน้นด้านประชานิยม เรื่องปากท้องต้องกิน

แต่เชื่อว่ายังมีมาตรการหลากหลายด้าน เตรียมทยอยออกมาให้เห็นอีก

และมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องที่นายกฯเศรษฐาเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเรื่องแรกๆ ตอนเข้ารับตำแหน่งก็คือ การซื้อขายตำแหน่ง ไม่อยากให้มีในรัฐบาลนี้

ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีความสำคัญ เป็นรากเหง้าของหลายๆ ปัญหาที่แก้ไม่ตกในประเทศไทย และยังไม่เห็นว่ารัฐบาลนิด 1 จะทำได้จริงแค่ไหน

หากแก้ปัญหานี้ให้ดีขึ้นได้ ไม่ใช่แค่การซื้อขายตำแหน่ง แต่การใช้เส้นสายเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ต้องการ จะต้องลดน้อยลงให้มากที่สุด หรือให้หมดไปได้เลยยิ่งดี แม้จะยากก็ตาม

เชื่อว่าถ้าทำได้หรือเริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง จะทำให้เกิดขวัญกำลังใจในหมู่ข้าราชการ เกิดความร่วมมือในการทำงานให้ประเทศได้มากมายมหาศาลขึ้นแน่นอน

แต่นายกฯเศรษฐาจะต้องฝ่าด่าน ทั้งจากคนในพรรคและคนนอกพรรคที่มีพละกำลังมหาศาลไปให้ได้ 

เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากรัฐบาลในอดีต และเพื่อปูพื้นไปสู่เส้นทางการเมืองในอนาคตอันสดใสของนายกฯเศรษฐาเองด้วย

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image