ท่าที ‘สมารมณ์’ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก้าวไกล หมออ๋อง

27.09.23 | 13:05 น.

คอลัมน์หน้า 3 : ท่าที ‘สมารมณ์’ วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก้าวไกล หมออ๋อง

ท่าทีของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ต่อการตัดสินใจของพรรคก้าวไกล ต่อการตัดสินใจของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

ในตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายค้าน” และในตำแหน่ง “รองประธานสภา”

น่าสนใจ น่าล้างหูน้อมรับฟังอย่างเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับท่าทีของนักการเมือง ซึ่งมากด้วยประสบการณ์คนอื่นๆ

ทำไม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จึงเห็นว่า

Advertisement

หากพรรคก้าวไกลขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ให้ไปอยู่พรรคการเมืองอื่นเพื่อรักษาเก้าอี้ทั้ง 2 ตำแหน่ง(นี้)ไว้

ก็เป็นการปฏิบัติตาม “รัฐธรรมนูญ” และ “ข้อบังคับสภา”

ส่วน ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะรับได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล เป็นความเห็นที่โน้มเอนในลักษณะปกป้องพรรคก้าวไกล ปกป้อง นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ชัดเจน

ทำไม

ต้องยอมรับว่าการเข้าดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นสถานการณ์พิเศษ

บนฐานแห่ง “ความขัดแย้ง” แย่งชิงทาง “การเมือง”

ระหว่างพรรคก้าวไกลกับพรรคเพื่อไทย โดยมีความชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทยปฏิเสธ “แคนดิเดต” ประธานสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล

นั่นก็คือ ปฏิเสธและไม่สุกงอมที่จะยกมือให้ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

ในความขัดแย้งที่อาจจะขยายกลายเป็นปัญหานี้พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาเป็นทางออก

และพรรคก้าวไกลเห็นชอบด้วย

เท่ากับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ คือตัวเลือกเข้ามาแทนที่ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

นั่นเป็น “ปัจจัย” หนึ่ง แต่ยังมีอีก “ปัจจัย” สำคัญ

การดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานสภา” ของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หนนี้มิได้เป็นหนแรก หากแต่เป็นหนที่สอง

นั่นก็คือ เคยเป็นมาแล้วหลังการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2539

ครั้งนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้รับการเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจากการเสนอของพรรคความหวังใหม่

พรรคความหวังใหม่ที่มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้าพรรค

แต่เมื่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประสบวิกฤตจาก “ค่าเงินบาท” ต้องอำลาจากตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ในเดือนพฤศจิกายน 2540

พรรคประชาธิปัตย์โดย นายชวน หลีกภัย เข้ามาแทนที่

เป็นการเข้ามาเป็นรัฐบาลเป็นนายกรัฐมนตรีโดยที่ตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ยังเป็นของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคความหวังใหม่

นี่ย่อมเป็น “สถานการณ์” เหมือนกับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ประสบ

อาจกล่าวได้ว่าสถานการณ์ “พิเศษ” ไม่เพียงแต่จะทำให้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มีความเข้าใจและเห็นใจ

“ก้าวไกล” และ “หมออ๋อง”

หากแต่ยังมีความเข้าใจต่อพื้นฐานแห่งการดำรงอยู่ของ “รัฐบาลพิเศษ” อันเนื่องแต่ “สถานการณ์พิเศษ” จาก “กรณี 22 สิงหาคม” อย่างลึกซึ้ง

จึงเข้าใจ “ก้าวไกล” จึงเห็นใจ “หมออ๋อง”