เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายราเมศ รัตนเชวง รองโฆษกพรรคปชป. แถลงถึงร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ดำเนินการอยู่ว่า มีอีกหลายมาตราที่อยากให้กรธ.ทราบถึงความไม่สมบูรณ์ของกฎหมายที่ทำให้สถาบันพรรคการเมืองเกิดความอ่อนแอ และทำให้พรรคการเมืองไม่ได้เกิดจากการมีส่วนรวมของประชาชนอย่างแท้จริง คือมาตรา 74 ที่ระบุว่าการจัดสรรงบประมาณให้พรรคการเมือง หากมีสมาชิกพรรคทำการทุจริตเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)หักเงินที่จัดให้พรรคการเมืองส่งเข้ากองทุน ทั้งๆที่งบประมาณในแต่ละปีก็ไม่เพียงพออยู่แล้ว หากให้หักเงินสนับสนุนพรรคการเมืองอีกก็จะเป็นการผลักภาระให้พรรคการเมือง จากเดิมที่กระบวนการบังคับคดีเป็นไปตามขั้นตอนตามระบบยุติธรรม จึงควรเขียนให้ชัดว่าถ้าผู้บริหารพรรคไม่ได้ปล่อยให้มีการทุจริตจะไปหักเงินพรรคการเมืองไม่ได้ เพราะจะทำให้สถาบันพรรคการเมืองเกิดความอ่อนแอ
นายราเมศ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในมาตรา 75 กำหนดว่า เมื่อพรรคการเมืองได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกกต.และกองทุนฯแล้ว พรรคจะใช้จ่ายเพื่อบริหารพรรคและจ้างบุคลากรพัฒนาพรรคจะกระทำมิได้ จึงอยากถามว่ากำหนดไว้เพื่ออะไรเพราะบุคลากรมีความสำคัญในการพัฒนาสถาบันพรรคการเมือง หากกำหนดห้ามไว้ก็จะกระทบต่อการนำบุคลากรที่มีความรู้มาร่วมงานกับพรรค ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีผลกระทบต่อพรรคการเมืองทุกพรรค อีกทั้งในกฎหมายยังมีเนื้อหาสำคัญที่เคยมีในกฎหมายเดิมถูกตัดออกไปหลายเรื่อง เช่น กรณีการสิ้นสุดสมาชิกพรรคตามร่างใหม่ไม่ได้กำหนดเกี่ยวกับการที่พรรคการเมืองมีมติให้ออกจากการเป็นสมาชิก ซึ่งเดิมกำหนดไว้หากเป็นส.ส.ก็อุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติของพรรคไม่ถูกต้องก็ให้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นได้ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้กำหนดไว้ในร่างกฎหมายพรรคการเมืองใหม่ ทำให้กระบวนการรองรับเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมไม่สมบูรณ์จึงอยากให้กรธ.แก้ไขเพิ่มเติมให้สมบูรณ์มากขึ้น

